ปฏิรูปทั้งที อย่าให้เสียของ

ปฏิรูปทั้งที อย่าให้เสียของ

ท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่า ในขณะที่ประชาชนแห่กันเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กันมากถึง 7,300 คน

ซึ่งแสดงถึงความตื่นตัวในการเข้าไปปฏิรูปบ้านเมือง แต่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน (นิด้าโพล) กลับบ่งชี้ว่าประชาชนมีความคาดหวังต่ำต่อผลของการปฏิรูปครั้งนี้ เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อว่าการเมืองไทยจะดีขึ้นได้เพียงเล็กน้อย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

แล้วในเวลาเดียวกัน ท่านแปลกใจหรือไม่ว่า ทำไมการรัฐประหารครั้งนี้จึงมีจำนวนคนที่ออกมาต่อต้านน้อยมาก เป็นไปได้ไหมว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความคาดหวังว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) น่าจะนำความสงบและสิ่งใหม่ๆ ที่ดีขึ้นมาให้ อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าสถานการณ์ก่อนหน้าที่รัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือ ประชาชนอยู่กันด้วยความหวาดกลัว รัฐบาลไม่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุรายวันได้

จากผลสำรวจของโพลต่างๆ พบว่า เรื่องที่ประชาชนอยากจะให้ทาง คสช. ปฏิรูปมากเป็นลำดับต้นๆ คือเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งผมเชื่อว่า เพียง คสช. แก้ปัญหานี้ได้ ผู้คนก็จะมีความรู้สึกว่าการรัฐประหารครั้งนี้คุ้มค่าแล้ว เพราะคอร์รัปชันเป็นรากฐานของปัญหาใหญ่ๆ แทบทุกปัญหา ถ้าปราบคอร์รัปชันได้จริง ปัญหาอื่นๆ จะบรรเทาลงไปมาก เช่น จะทำให้ประชาชนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คุณภาพการศึกษาดีขึ้น ราคาพลังงานจะถูกลง และความเหลื่อมล้ำในสังคมจะลดลง

ความจริง สังคมไทยพูดเรื่องคอร์รัปชันกันมานานมากแล้ว มีคนเสนอแนวทางในการปราบปรามต่างๆ มากมาย ประเทศของเราไม่ได้ขาดนักคิด นักวิชาการ เพียงแต่เรายังมีคนที่มีเจตจำนงในเรื่องนี้ไม่มากพอ ที่จะผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลง

หากนิยามของคอร์รัปชันหมายถึง “การใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานหรือทรัพยากรของรัฐเพื่อผลประโยชน์ของตนโดยที่ผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นขัดแย้งกับผลประโยชน์ของส่วนรวม” (จาก The Anti-Corruption Principle / Cornell University Law School)

ต่อไปนี้น่าจะเป็นตัวอย่างของมาตรการที่จะใช้ในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่เป็นรูปธรรมและเริ่มได้ทันที

1.คดีทุจริตคอร์รัปชันต้องไม่มีอายุความ

2.ให้ยึดทรัพย์ทุกคนที่มีส่วนร่วม ตามความเสียหายของรัฐจากการทุจริต

3.มีรางวัลนำจับหรือชี้เบาะแสการทุจริต และมีกฎหมายคุ้มครองพยานที่ชี้เบาะแส

4.มีโทษจำคุกสำหรับนิติบุคคลที่ให้สินบนหรือร่วมทุจริตในโครงการของรัฐ

5.นักการเมืองหรือข้าราชการที่ศาลตัดสินว่าทุจริต ห้ามเล่นการเมืองทุกระดับ

6.ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของบริษัทเอกชน เมื่อเกษียณอายุแล้ว ยังคงห้ามในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

7.หากเจ้าหน้าที่ในกระบวนยุติธรรมทุจริตเสียเอง จะไม่ได้สิทธิ์รอลงอาญา

8.ข้าราชการที่ถูกตัดสินว่าทุจริต ถือเป็นบุคคลต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งระดับอธิบดีขึ้นไป

9.เพิ่มฐานความผิดสำหรับทุกคนที่ร่ำรวยผิดปรกติให้เป็นความผิดทางอาญา

10.ในการจัดซื้อจัดจ้างวงเงินสูง จะต้องมีผู้แทนจากสมาคมวิชาชีพ เช่น สมาคมวิศวกรรมสถาน สภาวิชาชีพบัญชี หรือสภาเภสัชกรรม ให้เป็นบุคคลที่สามในการร่วมให้ความเห็น และต้องมีการหมุนเวียนผู้แทนนั้นทุก 2 ปี

11.ให้มีกฎหมายควบคุมเงินบริจาคของพรรคการเมือง ผู้ปกปิดยอดเงินที่แท้จริงมีความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน

12.นักวิ่งเต้น (ล็อบบี้ยิสต์) ที่ชี้นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน ให้มีฐานความผิดเทียบเท่าผู้สมคบ

13.ต้องเร่งรัดกระบวนการพิจารณาคดีคอร์รัปชัน โดยการเพิ่มจำนวนผู้พิพากษา บุคลากรและงบประมาณ

14.จัดให้เรื่องการปราบคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ มีการรณรงค์ใหญ่ทั่วประเทศ ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ และป้ายผ้าทั่วประเทศ

15.ปลูกจิตสำนึกเยาวชนให้เกลียดชังการคอร์รัปชันโดยการเพิ่มเนื้อหาเรื่องนี้ในหลักสูตรทุกระดับชั้น

เวลานี้ ถ้าเราเชื่อว่าการคอร์รัปชันเป็นปัญหาสำคัญและเร่งด่วนของชาติอย่างแท้จริง เราต้องกล้าตัดสินใจลงมือทันที โดยกำหนดให้เป็นวาระเร่งด่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพียงให้ สปช. ช่วยกันจัดลำดับความสำคัญของมาตรการที่จะปราบคอร์รัปชันขึ้นมาสัก 20 ข้อ แล้วให้ที่ประชุมออกเสียงรับรอง เรื่องใดที่ได้รับเสียงโหวตเกินครึ่ง ให้ถือเป็นมติของ สปช. แล้วส่งให้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำไปออกเป็นกฎหมาย ซึ่งอาจกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีการทำเช่นนี้ ก็จะเป็นรูปธรรมและเป็นหลักประกันให้ประชาชนได้อุ่นใจว่าการรัฐประหารครั้งนี้มีการปฏิรูปกันจริงๆ โดยประชาชน เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อนักการเมือง นักธุรกิจ หรือชนชั้นสูง อย่างที่ชอบพูดกัน

บางท่านอาจเกรงว่า การออกกฎหมายแบบรีบๆ ร้อนๆ อาจทำให้มีปัญหาเวลานำมาบังคับใช้ ผมเชื่อว่า มาตรการใดที่ประเทศที่เจริญแล้วออกกฎหมายมาแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะเรียนรู้และทำอย่างเขาไม่ได้ การไม่กล้าตัดสินใจ ได้มีส่วนในการทำให้ประเทศของเราเสียหายมามากแล้ว

ถ้าความสำเร็จ เท่ากับ ความรู้ บวก ความตั้งใจ เวลานี้ผมคิดว่าเรามีองค์ความรู้มากพอแล้ว ขาดแต่เพียงคนที่มีเจตจำนงอันแน่วแน่ที่มากพอที่จะเข้าไปจัดการกับปัญหา อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ จึงกล่าวว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เพราะเจ้าวิสัยทัศน์นี่แหละ ที่จะทำให้คนเรากล้าลงมือฟันฝ่าไปจนบรรลุภาพฝันที่ตั้งไว้

ผมขอย้ำว่า หากทาง คสช. สามารถผลักดันให้มีการแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างแท้จริง แม้เพียงเรื่องเดียว ประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกสีเสื้อจะยกย่องสรรเสริญท่าน เพราะนี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จะทำให้ประเทศชาติก้าวไกลกว่ายุคไหนๆ ที่ผ่านมา ในอนาคต แม้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ก็จะยังมีคนกล่าวขานถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

เวลานี้หากเรามีมนต์วิเศษที่จะฟังเสียงหัวใจคนไทยพูดได้ หัวใจเหล่านั้นคงจะพูดเหมือนๆ กันว่า

“ปฏิรูปทั้งที เอาดีให้ได้ อย่าให้เสียของครับ / อย่าให้เสียของค่ะ”