เหนื่อยเปล่ากับมายาในการประชุม

เหนื่อยเปล่ากับมายาในการประชุม

ถ้าออกแรงลงมือทำงานใดงานหนึ่งอย่างจริงจัง ทุ่มเทจนสุดตัวเพื่อให้งานนั้นประสบความสำเร็จ

เหมือนกับที่ผู้ใหญ่สั่งมาในการประชุม แล้วกลับพบว่าผู้ใหญ่ไม่ได้ใส่ใจกับความสำเร็จที่เราได้ทุ่มเททำขึ้นมา เรารู้ว่ากว่างานนี้จะสำเร็จนั้นยากเย็นนักหนา เราจำได้ว่าผู้ใหญ่ดูจริงจังกับเรื่องนี้มากในการประชุมในวันนั้น แต่ทำไมเรื่องใหญ่ที่ดูเหมือนสำคัญยิ่งในการประชุมวันนั้น กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีสาระสำคัญอะไรเลยในวันที่งานสำเร็จด้วยฝีมือเรา คำตอบก็คือเราหลงไปกับมายาของการประชุมนั้นโดยไม่รู้ตัว เราหลงมายาของการแสดงท่าทางจริงจังของบางคนในการประชุมนั้น โดยเฉพาะยิ่งเป็นเรื่องที่ตัวเราใส่ใจ หรือตระหนักอยู่แล้ว ยิ่งทำให้เราหลงมายาได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าไม่อยากเหนื่อยเปล่ากับมายาในการประชุม ก็ต้องฝึกฝนตนเองให้รู้เท่าทันมายาที่ลวงหูลวงตาเราในการประชุมให้ได้

ที่ประชุมที่ดูจริงจังว่าจะจัดการเรื่องนั้น เรื่องนี้ อภิปรายแสดงความเห็นกันมากมายว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป ทำให้หลายคนจริงจังไปกับเรื่องที่พูดจากันนั้นไปด้วย แต่มีหลายคนที่ลงเอยด้วยการเหนื่อยเปล่า เพราะที่เราเห็นในการประชุมกับที่เป็นจริงๆ อาจแตกต่างกันไปคนละเรื่อง เราอาจเห็นแค่มายา เราไม่ได้เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแค่ไหนคือมายา แค่ไหนที่เราต้องใส่ใจอย่างจริงจัง คำตอบคือเริ่มต้นจากการดูว่าเรื่องที่อภิปรายกันอย่างจริงจังอยู่นั้นอยู่ในกรอบพันธกิจของหน่วยงานที่กำลังประชุมกันอยู่หรือไม่ ถ้าเป็นสถาบันวิจัยเทคโนโลยี แต่อภิปรายกันว่าจะแก้ปัญหาจริยธรรมอย่างไร ก็ไม่ต้องรีบร้อนรับลูกสารพัดความคิดที่มาจากการคุยกันนอกพันธกิจมาทำ รีบลงมือทำอะไรไปอาจกลายเป็นเหนื่อยเปล่า จะถกกันกี่ร้อยเรื่อง จะคิดสารพัดอะไรในการประชุมก็ถกกันเถิด ก็คิดกันเถิด แต่อย่าให้มีใครรีบร้อนเป็นเสือปืนไว กระโดดใส่งานนอกภารกิจ ถ้าไม่อยากเหนื่อยเปล่า

แม้จะเป็นเรื่องที่อยู่ในขอบเขตของพันธกิจ ก็อย่าพึ่งรีบร้อนทุ่มเทลงไป ให้ทบทวนก่อนว่าที่ประชุมที่วันนี้ดูจริงจังนั้น มีอะไรบ้างที่เป็นผลลัพธ์ที่ผ่านมาของการประชุมนั้น ประชุมกันมาเป็นสิบปี แต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอว่ามีการงานอะไรบ้างที่ริเริ่มในการประชุมนั้นแล้วประสบผลสำเร็จ นอกเหนือไปจากเรื่องที่เป็นงานประจำ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็แค่พูดจาสนับสนุนไปตามกระแสที่ว่ากันอยู่ในการประชุมนั้น จะทำท่าทางจริงจังเหมือนจอมยุทธ์ที่พร้อมจะลุยแก้ปัญหา ก็จะช่วยให้ดูดีขึ้นในสายตาของคนที่กำลังสนุกปากกันอยู่ในขณะนั้น อย่าทุ่มเทใดๆ กับสารพัดเรื่องที่ได้ยินได้ฟังนั้น ที่ประชุมแบบนี้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้ได้อะไรเป็นเรื่องเป็นราวจากการประชุม มีเพียงแค่ประชุมกันตามที่ระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้ว่าต้องประชุม ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานประจำ

การประชุมตามที่ต้องกระทำกฎกติกานี่แหละที่เป็นแหล่งที่จะทำให้เราเหนื่อยฟรีได้ง่ายๆ เพราะฟังที่ท่านเหล่านั้นถกกันอย่างสนุกปากแล้วดูใกล้ๆ ตัว ใกล้จนพอจะเดินหน้าลุยเรื่องนั้นได้ แต่ขอให้อย่าได้รีบร้อนเดินหน้าลุยอย่างที่ใจเราคิดเอาไว้ รอจนแน่นอนก่อนว่าท่านทั้งหลายเหล่านั้นจะเอาจริงเรื่องใด ยิ่งผู้ร่วมประชุมเป็นคนใหญ่คนโต ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะร่วมกันบ่นเรื่องสำคัญได้มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าบ่นแล้วท่านเหล่านั้นจะเดินหน้าทำอะไรกันต่อไป ท่านอาจบ่นเพียงเพราะท่านอยากบ่นให้คนอื่นได้ยินได้เห็น หรือเป็นเพียงการแสดงความรอบรู้ให้คนอื่นเห็นเท่านั้น จึงมีน้อยครั้งมากที่จะตัดสินใจทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่ร่วมกันบ่นนั้น บ่นกันเป็นร้อยเรื่อง แต่ลงมือกันจริงๆ อาจจะแค่เรื่องสองเรื่องเท่านั้น และมักเป็นไปตามยถากรรม มากกว่าที่จะมีแผนงานรองรับอย่างเป็นรูปธรรม

เราจะเหนื่อยเปล่าน้อยลงมาก หากศึกษาปูมหลังของแต่ละท่านที่ชอบแสดงวิสัยทัศน์กว้างไกล ในการประชุมสำหรับงานประจำ ถ้าปูมหลังบอกว่าท่านนั้นไม่เคยจัดการอะไรกับคนโกงเลยสักคน ก็ให้ระวังอย่าพลีพลามลุยปราบเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามที่ท่านเหล่านั้นแสดงวิสัยทัศน์อันยาวไกลเอาไว้ ท่านจะพูดจาจริงจังแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรจะช่วยเสริมให้มั่นใจได้ว่าวันนี้ท่านจะเอาจริงแล้ว ในเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ท่านไม่ได้จัดการอะไรเลยกับคนโกง ถ้ารีบร้อนอาจไม่ใช่แค่เหนื่อยฟรี แต่อาจแถมด้วยการเจ็บตัวฟรีๆ ตามมาอีกด้วย

สถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่งประชุมกันอย่างจริงจังว่าจะสร้างความโปร่งใสในการทำงานให้ติดอันดับโลก แต่นักวิจัยในสถาบันนั้นปลอมรายชื่อทีมงานไปรับงานวิจัยจากหน่วยงานอีกแห่งหนึ่ง รับงานมาแล้วก็ไม่ทำวิจัยเองแต่จ้างเหมาช่วงให้คนอื่นทำ นักวิจัยคนนี้คอยเก็บหัวคิวเท่านั้น นักวิจัยคนนี้ร่วมประชุมในที่ประชุมที่ถกกันเรื่องความโปร่งใสของสถาบันวิจัยแห่งนั้นด้วย ตัวอย่างนี้บอกให้ทราบว่าอย่าติดกับมายาของวาทะที่งดงามต่างๆ ที่ได้ยินได้ฟัง จนเผลอเดินหน้าทุ่มเทให้เรื่องนั้นประสบความสำเร็จ สถาบันวิจัยแห่งนี้ไม่ว่าจะประชุมกันจริงจังแค่ไหนในเรื่องความโปร่งใส แต่รับรองได้ว่าใครก็ตามในสถาบันนี้ที่ลุยสร้างความโปร่งใส จะได้รางวัลเป็นความเหนื่อยฟรี แถมด้วยคำส่งท้ายว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง ไม่อยากเหนื่อยฟรี ไม่อยากเจ็บอกเจ็บใจกับความทุ่มเทที่เสียเปล่า ให้ตั้งสติแยกแยะให้ได้ว่าได้ฟังมายา หรือความจริง จากการประชุมครั้งนั้น