งบวิจัยต่ำเตี้ย ประเทศชาติก็ต่ำต้อย

งบวิจัยต่ำเตี้ย ประเทศชาติก็ต่ำต้อย

ตั้งวงสนทนากับรองนายกฯ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ วันก่อน หนีไม่พ้นต้องแสดงความห่วง ว่าประเทศไทยจะแข่งขัน

กับคนอื่นเขาได้อย่างไร ถ้างบประมาณสำหรับวิจัยและพัฒนา หรือ R&D (Research & Development) ยังต่ำกว่าใครต่อใครเขาในแถบนี้

ไม่ต้องพูดถึงว่าประเทศที่ประสบความสำเร็จ ด้านการผลักดันตัวเองให้พ้นจากระดับกำลังพัฒนา ไปสู่การพัฒนานั้น ต้องมีนโยบายการส่งเสริมการวิจัยอย่างจริงจัง โดยที่รัฐบาลกับเอกชนจะต้องจัดงบประมาณด้านนี้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ยงยุทธ ซึ่งทำเรื่องวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาตลอดชีวิตบอกว่า รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสำคัญ กับเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างจริงจัง เห็นได้ชัดจากงบประมาณที่ไม่ได้จัดสรรตามที่รับปากเอาไว้

งบวิจัยภาครัฐอยู่ที่ประมาณ 0.2% ของรายได้ประชาชาติ

สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล สัญญาว่าจะเพิ่มให้เป็น 1% ต่อมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยบอกว่าจะขึ้นให้เป็น 2%

เอาเข้าจริง ๆ นักการเมืองไม่ได้ทำตามสัญญาเลย นอกจากจะไม่ได้เพิ่มแล้ว ยังมีแนวโน้มว่าจะลดลงด้วยซ้ำ

ดร.ยงยุทธ บอกว่าแม้จะมีการบรรจุวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่ง ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงก็เป็นเพียงแผน ไม่ได้ปฏิบัติตามแผนแต่อย่างใด

รองนายกฯคนนี้บอกว่าความแข็งแกร่งของไทยอยู่ที่การเกษตร ซึ่งอาจจะต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมอาหาร หรือส่งออกผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว แต่ถ้าไม่ทำงานวิจัยและพัฒนาเพิ่มมูลค่าเพิ่ม ประเทศจะตกอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงมาก

“อย่าว่าแต่จะออกจากกับดักรายได้รายปานกลางหรือ Middle Income Trap เลย แม้แต่จะรักษาระดับรายได้ปานกลาง ก็อาจจะเป็นเรื่องยากด้วยซ้ำไป” ดร. ยงยุทธบอก

ประเทศที่เจริญแล้ว งบวิจัยของชาติจะอยู่ที่ระดับ 2-3% ของรายได้ประชาชาติ แต่ของไทยเรายังคงเส้นคงวาอยู่ที่ระดับต่ำคือ 0.2% ซึ่งทำให้การสร้างอะไรใหม่ที่มีคุณค่ามากกว่าเดิมเป็นไปไม่ได้

ผมเคยได้ยินผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรหรือ สวก. ดร.พีรเดช ทองอำไพ บอกว่ารัฐลงทุนด้านวิจัยน้อยมาก เพราะมองว่าเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า เพราะการลงทุนกับงานวิจัยไม่ได้หมายความว่าลงทุนแล้วจะได้ผลงานเสมอไป ต้องทดลอง ต้องใช้เวลา ต้องอดทน และต้องรับความเสี่ยง แต่เมื่อได้ผลแล้วจะส่งผลตอบแทนให้กับประเทศมหาศาล

เกาหลีใต้พิสูจน์แล้วว่าที่สามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้มาบางด้านของเทคโนโลยี เพราะทุ่มลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา

มีการวิเคราะห์แล้วว่าซัมซุงของเกาหลีใต้ชนะโซนี่ญี่ปุ่น ก็เพราะตัดสินใจลุยทางด้านการลงทุน เลิกลอกเลียน เลิกตามหลัง หันมาสร้างนวัตกรรมใหม่ด้วยการวิจัยหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ล้ำหน้ากว่า

พองบวิจัยน้อย นักวิจัยเก่ง ๆ ก็ไม่เกิด และเมื่อไม่มีนักวิจัย ประเทศไทยก็ได้แต่ขายแรงงานและเป็นลูกจ้าง ไม่อาจจะสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดความตื่นตัววงการต่าง ๆ อย่างที่หลาย ๆ ประเทศได้ทำเป็นตัวอย่างมาก่อนเรา

ผมได้รับทราบข่าวว่าเอกชนหลายกลุ่ม ได้พยายามผลักดันให้มีการปรับเพิ่มงบวิจัยทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยที่เอกชนเสนอว่าหากงบวิจัยของบริษัทต่าง ๆ สามารถหักภาษีได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ก็จะเป็นแรงผลักดันอีกด้านหนึ่งในทิศทางที่ถูกต้อง

ดร.ยงยุทธ เข้ามาเป็นรองนายกฯ รอบนี้ยืนยันกับผมว่าจะผลักดันเรื่องวิทยาศาสตร์ การศึกษา และสวัสดิการสังคม อย่างเต็มที่อีกรอบหนึ่ง

รับปากว่าจะไม่ให้ “เสียของ” เป็นอันขาด