"กสทช." ลังเลอะไร???

"กสทช." ลังเลอะไร???

การทำหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ช่วงนี้ดูเหมือนจะถูกตั้ง (หลาย) คำถามจากกลุ่มผู้ประกอบการ และกลุ่มผู้บริโภค ถึงการกำกับดูแลกิจการที่อยู่ภายใต้ กสทช. ประเด็นแรงๆ ในช่วงนี้หนีไม่พ้นเรื่องการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) ที่ กสทช.โดนตั้งคำถามถึง "บทบาทหน้าที่" และ "การบังคับใช้กฎหมาย" ที่ดูเหมือนไม่เข้าตา ลังเล และ "ไม่เอาจริง"

มติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บอร์ด กสท.) เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2557 เห็นชอบให้ทำหนังสือถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อหารือแนวทางการปฏิบัติการออกอากาศช่อง 3 อนาล็อก ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 27 ซึ่งช่อง 3 ใช้อ้างสิทธิ เพื่อออกอากาศในทุกช่องทาง ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมากล่าวอย่างชัดเจนในเวลาต่อมาว่า ประกาศของ คสช. ทุกฉบับ ไม่มีฉบับใดหรือข้อไหนที่ไปเกี่ยวข้องกับการจัดการคลื่นความถี่ การจัดการทีวีระบบอนาล็อก หรือดิจิทัลของ กสทช.เลย เป็นเรื่องของ กสทช.เองที่ต้องตัดสินใจแก้ปัญหา บนอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่มี จะไปพูดคุยทำความเข้าใจกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างไรก็ว่ากันไป ไม่เกี่ยวกับ คสช.

กสทช. คือผู้มีอำนาจในมือ มีกฎหมายในการบังคับใช้ แต่เหมือนที่ผ่านมา พอเกิดกรณีข้อขัดแย้งที่ กสทช.ต้องแสดงบทห้ามทัพ ยุติข้อขัดแย้ง แต่กลับไม่เคยทำได้อย่างจริงจัง ดูลังเลอย่างไรชอบกล ทั้งที่เป็นเรื่องของตัวเอง กสทช.ต้องทราบถึงขอบเขตอำนาจของตัวเองอยู่ที่ไหน ทำอะไรได้เพียงใด สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำแยกให้ได้ชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั่วไป ที่สำคัญ คือ ต้องไม่เอื้อประโยชน์แก่ใครรายหนึ่งรายใด หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเป็นพิเศษ

หน้าที่ของกสทช ไม่ใช่แค่คิดหาวิธีการจัดประมูลใบอนุญาตประเภทต่างๆ เพื่อให้ได้เงินเข้าหน่วยงานจำนวนสูงๆ อย่างเดียวแล้วจบ แต่ กสทช.ต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนที่ครอบคลุมเรื่องที่อยู่ในอำนาจกำกับดูแลของ กสทช.ด้วย ถ้าคนบังคับใช้กฎหมายออกอาการ "ลังเล" ไม่เด็ดขาดแล้วประชาชนจะหวังเป็นที่พึ่งได้อย่างไร อุตสาหกรรมด้านการสื่อสาร กระจายเสียง โทรคมนาคมที่มูลค่าเป็นหลายๆ แสนล้านบาทเกี่ยวพันเป็นห่วงโซ่กับอุตสาหกรรมอื่นๆ จะอยู่ได้อย่างไร จะเดินต่อไปอย่างไร

ไม่เพียงกรณีของ "ช่อง 3" ที่ กสทช. ต้องจริงจัง และจริงใจในการแก้ปัญหา แต่ยังมีประเด็นในอนาคตอีกมากมาย ที่รอให้ กสทช. ดำเนินการ กำกับดูแลให้เป็นระบบระเบียบ ยังผลประโยชน์ให้ประชาชนผู้บริโภค ขณะที่ต้องสร้างความเป็นธรรมการแข่งขันที่ตรงไปตรงมาโปร่งใสกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ ให้มีความทัดเทียม แข่งขันกับนานาอารยะประเทศได้

ถ้า กสทช. มัวแต่หกล้ม "สะดุดขา" ตัวเอง ทำตัวเหมือนเด็กๆ เพิ่งหัดก้าวเดินแบบนี้ ตัดสินใจเรื่องที่เป็นอำนาจของตัวเองไม่ได้ ...แล้วใครจะไปหวังพึ่งพา