background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

จาก 'ประชาธิปไตย' แบบไทยๆ ถึง 'โปลิตบูโร' แบบไทยๆ

จาก 'ประชาธิปไตย' แบบไทยๆ ถึง 'โปลิตบูโร' แบบไทยๆ

มีคนถามผมว่าเห็นพาดหัวหนังสือพิมพ์ “โปลิตบูโรพิษณุโลก” แล้วเกิดความงุนงงสงสัยว่าคืออะไร

ขอความกระจ่างจากผมด้วย

ผมบอกว่านั่นไม่ใช่พาดหัวของผมแน่ และเมื่อเห็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็เกิดความประหลาดใจ ต้องอ่านซ้ำอีกหลายครั้งก่อนที่จะถึงบางอ้อ

แต่แม้ถึง บางอ้อ แล้ว ก็ยังต้องต่อไปถึงบางกระจ่าง อีก นั่นคือต้องพยายามหาคำอธิบายให้กับตัวเองว่าความหมายจริง ๆ คืออย่างไร

เมื่อได้นั่งวิเคราะห์ไตร่ตรองแล้วก็พอจะเข้าใจว่าคำว่า โปลิตบูโร มาจาก Politburo ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษารัสเซียว่า Politbyuro ซึ่งย่อมาจากคำเต็มภาษารัสเซียที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่าเป็น Political Bureau

เพื่อน ๆ คนไทยที่เคยเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเคยเรียกคำว่านี้ กรมการเมือง

พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนเรียกกลไกสูงสุดของการบริหารประเทศนี้เต็ม ๆ ว่า The Central Politburo Standing Committee of the Communist Party of China (PSC) หรือ 中国共产党中央政治局常务委员会 หรือเรียกย่อ ๆ ว่า 政治局常委会

โปลิตบูโรของจีนเคยมีกรรมการ 9 คน เพิ่งมาปรับใหม่เหลือ 7 คน เป็นกลุ่มผู้นำอำนาจสูงสุดของประเทศ สั่งการทั้งพรรค รัฐบาล และกองทัพ

ผู้นำทั้ง 7 ใน กรมการเมือง นี้แบ่งหน้าที่ดูแลกระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ เป็นกลุ่ม ๆ โดยมีเลขาธิการพรรคฯ คือ นายสีจิ้นผิง เป็นผู้นำสูงสุดทั้งในโปลิตบูโร รัฐบาล และกองทัพ

ย้อนกลับไปในรัสเซีย โปลิตบูโร เกิดขึ้นครั้งแรกคือการก่อตั้งพรรคโบลเชวิค” (Bolshevik Party) ในปี ค.. 1917 ซึ่งเป็นกลไกของพรรคที่เป็นแกนนำอย่างต่อเนื่องระหว่างการปฏิวัติรัสเซียที่ระเบิดขึ้นในปีเดียวกัน

แต่หลังจากนั้นไม่นาน พรรคก็ยุบโปลิตบูโรและตั้ง คณะกรรมการกลางพรรคขึ้นมาทำหน้าที่แทน

วันนี้ ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสม์ที่ยังมีโปลิตบูโรก็เห็นจะเห็นจีน, เกาหลีเหนือ, ลาว, เวียดนาม และคิวบา

ถ้าถามว่าโครงสร้างการบริหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ของไทยเราจะปรับเป็นโปลิตบูโร หลังจากมีการตั้งคณะรัฐมนตรีหรือไม่ คำตอบคงจะอยู่ในสายลม เพราะไทยไม่ได้ปกครองด้วยระบอบของจีน และก็ยังมีการชี้แจงว่า คสช. จะทำงานเคียงคู่ไปกับคณะรัฐมนตรี ไม่เหมือนโครงสร้างโปลิตบูโรของจีนที่วางตัวอยู่เหนือ ครม. ของเขาอย่างชัดเจนและเด็ดขาด

ผมเข้าใจว่าที่มีคนเปรียบ คสช. ใหม่หลังตั้ง ครม. เป็นโปลิตบูโรนั้นคงจะเป็นการอธิบายว่าการทำงานของ คสช. จะดูแผนใหญ่ของบ้านเมือง และกำหนดทิศทางของประเทศ ไม่ได้ลงมาบริหารวันต่อวันซึ่งเป็นหน้าที่ของ ครม. มากกว่าจะเป็นภารกิจของ คสช.

พอเอ่ยคำว่าโปลิตบูโรก็ทำให้คนติดตามการเมืองระหว่างประเทศงง ๆ อยู่เหมือนกัน เพราะจะทำให้เกิดภาพว่า คสช.จะกลายเป็นกลุ่มคนที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ และสั่งการทุกอย่างทุกเรื่องทุกคน ซึ่งก็คงจะไม่ใช่ภาพในทางบวกแต่อย่างใด

แต่พอมีคำว่าพิษณุโลกพ่วงท้ายโปลิตบูโรก็ทำให้คลายความกังวลไปได้ไม่น้อย เพราะเมื่อเอ่ยถึงบ้านพิษณุโลก ภาพที่ปรากฏในความคิดของคนไทยทั่วไปก็จะเป็น กลุ่มที่ปรึกษายังเติร์ก สมัยรัฐบาลชาติชาย ชุณหวัณ ที่ไม่ได้มีอำนาจทางการเมือง มีเพียงอิทธิพลทางความคิดของคนรุ่นใหม่ขณะนั้นที่นักการเมืองเอาไปใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง แต่ก็มีสีสันทางการเมืองพอสมควร

ดังนั้น หาก คสช. กลายเป็น โปลิตบูโรแห่งบ้านพิษณุโลก ก็จะมีภาพทับซ้อนที่ชวนให้มีการวิเคราะห์ บทบาททางการเมืองของ คสช. และ ครม. ในภาวะไม่ปกติ อย่างน่าสนใจ

จะมองเป็นเรื่องจริงจังอันควรแก่การทำวิจัยอย่างลุ่มลึกในวันข้างหน้า

เพราะคำว่า “Politburo” นั้นแม้จะมีรากมาจากระบอบคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อนำมาใช้ในบริบทไทยก็หมดความขลังและความน่ากลัวลงโดยพลัน

เพราะเมืองไทย เอาของนอกอะไรมาใช้ก็ทำให้ของเดิมเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ไปหมดเกือบทุกเรื่องไม่เว้นแม้สิ่งที่เรียกว่า ประชาธิปไตย

อดีตประธานเหมาเจ๋อตุง กับอดีตนายกฯ ม... คึกฤทธิ์ ปราโมช ของไทยเจอกันครั้งแรกที่กรุงปักกิ่งเมื่อปี ค..1975 สนทนากันเรื่องทำไมพรรคคอมมิวนิสต์ไทยจึงไม่ประสบความสำเร็จทั้ง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยนั้น

สรุปได้ว่าคนไทยรับอะไรของเขามา ทำเสียของหมด! (ผมสรุปของผมเอง)

เพราะคนไทยในแวดวงการเมืองสนใจกระพี้ ไม่เอาจริงกับแก่นสาร

ดังนั้นเรื่อง โปลิตบูโรแบบไทย ๆ หรือ ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ก็คงจะไม่ต่างกันเท่าไหร่

ถือเป็นเรื่องขำ ๆ ของการเมืองไทยก็แล้วกันครับ