ปฏิรูปพลังงาน ต้องมีข้อมูลถูกต้อง

ปฏิรูปพลังงาน ต้องมีข้อมูลถูกต้อง

รัฐบาลเริ่มเดินหน้าปฏิรูปนโยบายด้านพลังงาน ด้วยการปรับลดราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซินลง และปรับขึ้น

ราคาน้ำมันดีเซล แต่ยังคงอยู่ในกรอบอุดหนุนราคาที่ลิตรละไม่เกิน 30 บาท ซึ่งถือว่ารัฐบาลเริ่มทำก่อนกำหนดเดิม จากก่อนหน้านี้ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนประกาศใช้จริง แต่หากติดตามทิศทางการกำหนดราคาพลังงานแล้ว จะเห็นว่ารัฐบาลได้ยึดหลักกลไกตลาด ควบคู่ไปกับหลักการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ตามเป้าหมายของกลุ่มผู้ใช้อย่างแท้จริง

ในโลกยุคกระหายพลังงาน เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และชีวิตประจำวันของประชาชนแทบทุกประเภท ส่งผลให้ราคาพลังงานทะยานขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจากการขยายตัวเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอินเดีย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนไทยจะใช้พลังงานราคาถูกอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อพลังงานเป็นสินค้าจำเป็นของประเทศ หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องดูแลให้ระดับราคามีความเหมาะสม หรือที่เรียกว่าราคาที่เป็นธรรม

จากกระแสการปฏิรูปพลังงานและการเรียกร้อง ให้รัฐบาลแก้ปัญหาจากภาคประชาชนในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความแตกต่างทางความคิดอยู่มากในเรื่องนโยบายพลังงานของประเทศ ระหว่างฝ่ายที่เห็นว่าราคาพลังงานต้องปรับตามกลไกตลาดกับกลุ่มที่เห็นว่ารัฐบาลต้องเข้ามาแก้ปัญหาราคาที่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม หากพิจารณารายละเอียดแล้วจะเห็นว่าจนบัดนี้ เรายังไม่สามารถแยกแยะกลุ่มผู้ใช้พลังงานประเภทต่างๆ เพื่อออกมาตรการที่ตรงจุดได้

หากดูสัดส่วนผู้ใช้พลังงานหลักของประเทศ โดยเฉพาะก๊าซและน้ำมัน จะเห็นว่ารัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอ อย่างเช่นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและก๊าซเอ็นจีวี จนบัดนี้เรายังไม่รู้แน่ชัดว่า มีสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคขนส่งจริงๆ มีมากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งที่เราเห็นก็เป็นเพียงปริมาณการใช้ในแต่ละวันเท่านั้น โดยเชื่อในสมมติฐานที่มีมานานว่า ภาคขนส่งเป็นกลุ่มหลักในการใช้ดีเซล หากปรับราคาขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคของประชาชน

หรืออย่างกรณีก๊าซหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือน เราก็เห็นตัวเลขคร่าวๆของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แต่เมื่อจะออกมาตรการช่วยเหลือหากมีการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม ก็ปรากฏว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนักจะออกเป็นมาตรการออกมา และในที่สุดแล้วจากตัวเลขจริงที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า มีปริมาณการใช้ก๊าซหุงต้มในรถยนต์มากกว่าปริมาณการใช้ภาคครัวเรือน ซึ่งปริมาณการใช้ภาคครัวเรือนก่อนหน้านั้น หมายถึงว่าเป็นตัวเลขไม่ตรงกับความเป็นจริงที่มีการลักลอบข้ามประเภท โดยนำสัดส่วนก๊าซภาคครัวเรือนไปใช้ในรถยนต์

เราเห็นว่านโยบายปฏิรูปพลังงานของรัฐบาลที่กำลังจะออกมานั้น เป็นสิ่งจำเป็นหากเป็นนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เราไม่ควรสนับสนุนให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือยด้วยการอุดหนุนราคา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แต่จากการโต้แย้งที่ผ่านมาเรื่องนโยบายพลังงานจะเห็นว่าประเด็นใหญ่คือเรื่องข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะนอกจากจะเกิดปัญหาความขัดแย้งไม่สิ้นสุดแล้ว อาจทำให้นโยบายผิดพลาดไปด้วย เราสนับสนุนนโยบายที่มีพื้นฐานจากข้อมูลที่แท้จริง