ฮิลลารี คลินตัน ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าเธอจะสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในปี 2016
แต่ทุกลีลาท่าทีเกือบจะยืนยันว่าเธอพร้อม เสนอตัวเป็นผู้นำหญิงคนแรกของอเมริกาแล้ว
หนังสือ Hard Choices ของเธอขายดี ขึ้นอันดับหนึ่งของ New York Times Bestsellers’ List อยู่หลายสัปดาห์ และการปรากฏตัวในรายการทีวีอย่างถี่ในช่วงนี้ ก็สะท้อนว่าเธอกำลังจะตัดสินใจทำการใหญ่อย่างไม่ลังเล
ทุกประโยคที่เอ่ยอ้างในรายการสัมภาษณ์เพื่อโปรโมทหนังสือของเธอนั้น ไม่ใช่เพียงแค่จะขายหนังสือ แต่ยังเป็นการปูทางสู่การหาเสียงที่กำลังจะเริ่มในเร็วๆ นี้
โพลล์ล่าสุดบอกว่าหาก นายมิทท์ รอมนีย์ จากพรรครีพับบลิกัน ลงสมัครแข่งกับเธอในอีก 2 ปีข้างหน้า คนอเมริกันจะโหวตให้เธอ 55% ต่อ 42%
ฮิลลารีออกมาให้สัมภาษณ์วิพากษ์แนวทางนโยบายต่างประเทศของ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อวันก่อน เป็นท่าทีที่ยืนยันอีกครั้งว่าเธอพร้อมจะ "ถอยห่าง" ออกจากจุดยืนของรัฐบาลชุดนี้เพื่อที่จะหาเสียงด้วยแนวทางของตัวเธอเอง
เพราะฮิลลารีไม่ต้องการมีภาพพัวพันกับความล้มเหลวใดๆ ของโอบามา โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ทำเนียบขาวส่ง "ที่ปรึกษา" กลับเข้าไปในอิรัก และถล่มกลุ่มหัวรุนแรง ISIS ในอิรักจากทางอากาศ อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องซีเรียที่ดูเหมือนว่าโอบามาจะยังมองหาทางออกไม่ได้
แม้ว่าเธอจะเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของโอบามาในสมัยแรก แต่วันนี้เธอกำลังจะเป็นผู้เสนอตัวเป็นประธานาธิบดีต่อจากเขา จึงจำเป็นต้อง "เอาตัวออกห่าง" จากนโยบายที่อาจล้มเหลวก่อนจะถึงการเลือกตั้งคราวหน้า
เธอบอกว่าการใช้วลี "Don’t do stupid stuff" (อย่าทำอะไรงี่เง่า) เท่านั้นไม่น่าจะเพียงพอสำหรับการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่จะต้องเป็น "เชิงรุก" มากกว่าเชิงรับ
พอฮิลลารีเอ่ยถึงประโยคนี้เท่านั้น ก็เป็นอันรู้กันว่าเธอหมายถึงใคร เพราะนี่เป็นภาษาของคณะทำงานของโอบามาที่ออกมาปกป้องเจ้านาย ด้วยการชี้แจงว่าหัวใจของแนวปฏิบัติของทำเนียบขาวในเรื่องราวระหว่างประเทศนั้น คือการหลีกเลี่ยงที่จะทำอะไรโง่ๆ
ฮิลลารีบอกว่าไม่ทำอะไรโง่ๆ ไม่ใช่เป็น "หลักปฏิบัติ" ที่ถูกต้อง เพราะสหรัฐต้องสำแดงตนเป็นมหาอำนาจที่มีหลักมีเกณฑ์ในทางรุกมากกว่าเพียงแต่ตั้งรับเท่านั้น
ผมได้ยินฮิลลารีเอ่ยถึง "3 พี" หลายหนจนเชื่อว่านี่อาจจะเป็นคำขวัญหาเสียงเธอแล้วก็ได้
นั่นคือ "Peace, progress and prosperity."
สันติภาพ, ความก้าวหน้า และความเฟื่องฟู
เพราะเมื่อปี 1956 ดไวท์ ไอเซนเฮาเวอร์ หาเสียงกลับมาเป็นประธานาธิบดีรอบสองด้วยคำขวัญ "Peace, prosperity and progress." ซึ่งก็เป็น P สามตัวเหมือนกัน เพียงแค่สลับคำเท่านั้น
ผมจำได้ว่าสมัย บิล คลินตัน สามีของฮิลลารีเป็นประธานาธิบดี เขาก็สรุปผลงานของรัฐบาลตัวเองว่าเป็น "Prosperity and progress."
ดังนั้นพอเธอเอ่ยอ้าง 3 P ในรายการทีวีบ่อยครั้ง ผมจึงสรุปได้เลยว่าเธอกำลังจะส่งสารถึงคนอเมริกันทั้งหลายว่า "ดิฉันพร้อมแล้ว...และกำลังรอจังหวะเหมาะๆ ที่จะประกาศอย่างเป็นทางการ"
ในรายการ "ไทม์ไลน์ สุทธิชัย หยุ่น" เริ่มเวลา 1 ทุ่มทาง Nation TV พรุ่งนี้ (วันอาทิตย์) ผมวิเคราะห์ทุกแง่มุมคิดของฮิลลารีจากหนังสือ "Hard Choices" ของเธอ
สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์สังกัดบริษัท Nine ในเครือ ได้รับลิขสิทธิ์แปลเป็นภาษาไทย และพร้อมจะวางตลาดในเร็ววันนี้ (ดูเหมือนจะสั่งจองล่วงหน้าทางในราคาพิเศษได้ด้วย)
ผมจึงอาสาเป็นบรรณาธิการที่ปรึกษา เสริมทีมแปลของ คุณบุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์ นักข่าวนักเขียนคนดังในแวดวงเครือเนชั่น
เบื้องหลังความคิดของคนที่เสนอตัวเป็นผู้นำหญิงของคนแรก ของมหาอำนาจมะกันน่าติดตามยิ่งนัก






