วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฮิลลารี คลินตัน...เธอพร้อมแล้ว อเมริกาพร้อมสำหรับเธอหรือไม่?

ฮิลลารี คลินตัน ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าเธอจะสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในปี 2016

แต่ทุกลีลาท่าทีเกือบจะยืนยันว่าเธอพร้อม เสนอตัวเป็นผู้นำหญิงคนแรกของอเมริกาแล้ว

หนังสือ Hard Choices ของเธอขายดี ขึ้นอันดับหนึ่งของ New York Times Bestsellers’ List อยู่หลายสัปดาห์ และการปรากฏตัวในรายการทีวีอย่างถี่ในช่วงนี้ ก็สะท้อนว่าเธอกำลังจะตัดสินใจทำการใหญ่อย่างไม่ลังเล

ทุกประโยคที่เอ่ยอ้างในรายการสัมภาษณ์เพื่อโปรโมทหนังสือของเธอนั้น ไม่ใช่เพียงแค่จะขายหนังสือ แต่ยังเป็นการปูทางสู่การหาเสียงที่กำลังจะเริ่มในเร็วๆ นี้

โพลล์ล่าสุดบอกว่าหาก นายมิทท์ รอมนีย์ จากพรรครีพับบลิกัน ลงสมัครแข่งกับเธอในอีก 2 ปีข้างหน้า คนอเมริกันจะโหวตให้เธอ 55% ต่อ 42%

ฮิลลารีออกมาให้สัมภาษณ์วิพากษ์แนวทางนโยบายต่างประเทศของ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อวันก่อน เป็นท่าทีที่ยืนยันอีกครั้งว่าเธอพร้อมจะ "ถอยห่าง" ออกจากจุดยืนของรัฐบาลชุดนี้เพื่อที่จะหาเสียงด้วยแนวทางของตัวเธอเอง

เพราะฮิลลารีไม่ต้องการมีภาพพัวพันกับความล้มเหลวใดๆ ของโอบามา โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ทำเนียบขาวส่ง "ที่ปรึกษา" กลับเข้าไปในอิรัก และถล่มกลุ่มหัวรุนแรง ISIS ในอิรักจากทางอากาศ อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องซีเรียที่ดูเหมือนว่าโอบามาจะยังมองหาทางออกไม่ได้

แม้ว่าเธอจะเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของโอบามาในสมัยแรก แต่วันนี้เธอกำลังจะเป็นผู้เสนอตัวเป็นประธานาธิบดีต่อจากเขา จึงจำเป็นต้อง "เอาตัวออกห่าง" จากนโยบายที่อาจล้มเหลวก่อนจะถึงการเลือกตั้งคราวหน้า

เธอบอกว่าการใช้วลี "Don’t do stupid stuff" (อย่าทำอะไรงี่เง่า) เท่านั้นไม่น่าจะเพียงพอสำหรับการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่จะต้องเป็น "เชิงรุก" มากกว่าเชิงรับ

พอฮิลลารีเอ่ยถึงประโยคนี้เท่านั้น ก็เป็นอันรู้กันว่าเธอหมายถึงใคร เพราะนี่เป็นภาษาของคณะทำงานของโอบามาที่ออกมาปกป้องเจ้านาย ด้วยการชี้แจงว่าหัวใจของแนวปฏิบัติของทำเนียบขาวในเรื่องราวระหว่างประเทศนั้น คือการหลีกเลี่ยงที่จะทำอะไรโง่ๆ

ฮิลลารีบอกว่าไม่ทำอะไรโง่ๆ ไม่ใช่เป็น "หลักปฏิบัติ" ที่ถูกต้อง เพราะสหรัฐต้องสำแดงตนเป็นมหาอำนาจที่มีหลักมีเกณฑ์ในทางรุกมากกว่าเพียงแต่ตั้งรับเท่านั้น

ผมได้ยินฮิลลารีเอ่ยถึง "3 พี" หลายหนจนเชื่อว่านี่อาจจะเป็นคำขวัญหาเสียงเธอแล้วก็ได้

นั่นคือ "Peace, progress and prosperity."

สันติภาพ, ความก้าวหน้า และความเฟื่องฟู

เพราะเมื่อปี 1956 ดไวท์ ไอเซนเฮาเวอร์ หาเสียงกลับมาเป็นประธานาธิบดีรอบสองด้วยคำขวัญ "Peace, prosperity and progress." ซึ่งก็เป็น P สามตัวเหมือนกัน เพียงแค่สลับคำเท่านั้น

ผมจำได้ว่าสมัย บิล คลินตัน สามีของฮิลลารีเป็นประธานาธิบดี เขาก็สรุปผลงานของรัฐบาลตัวเองว่าเป็น "Prosperity and progress."

ดังนั้นพอเธอเอ่ยอ้าง 3 P ในรายการทีวีบ่อยครั้ง ผมจึงสรุปได้เลยว่าเธอกำลังจะส่งสารถึงคนอเมริกันทั้งหลายว่า "ดิฉันพร้อมแล้ว...และกำลังรอจังหวะเหมาะๆ ที่จะประกาศอย่างเป็นทางการ"

ในรายการ "ไทม์ไลน์ สุทธิชัย หยุ่น" เริ่มเวลา 1 ทุ่มทาง Nation TV พรุ่งนี้ (วันอาทิตย์) ผมวิเคราะห์ทุกแง่มุมคิดของฮิลลารีจากหนังสือ "Hard Choices" ของเธอ

สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์สังกัดบริษัท Nine ในเครือ ได้รับลิขสิทธิ์แปลเป็นภาษาไทย และพร้อมจะวางตลาดในเร็ววันนี้ (ดูเหมือนจะสั่งจองล่วงหน้าทางในราคาพิเศษได้ด้วย)

ผมจึงอาสาเป็นบรรณาธิการที่ปรึกษา เสริมทีมแปลของ คุณบุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์ นักข่าวนักเขียนคนดังในแวดวงเครือเนชั่น

เบื้องหลังความคิดของคนที่เสนอตัวเป็นผู้นำหญิงของคนแรก ของมหาอำนาจมะกันน่าติดตามยิ่งนัก