วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จากปืนเป็นดอกไม้...บทเรียนไออาร์เอ

การพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐเพื่อดับไฟใต้ กำลังเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา

ให้สัมภาษณ์ชัดเจนเมื่อวานนี้ว่า ได้ส่ง "คณะทำงาน" ไปประสานกับทางการมาเลเซียแล้ว ตามข่าวที่ "กรุงเทพธุรกิจ" เสนอไปเมื่อวานซืน

O ในช่วงเข้าไต้เข้าไฟ สถาบันพระปกเกล้าจัดงานได้เหมาะเจาะทั้งจังหวะและเวลา คือ "เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไอร์แลนด์เหนือ" ซึ่งดินแดนไอร์แลนด์เหนือเคยมีข้อพิพาทขัดแย้งรุนแรง ระหว่างอังกฤษกับชาวไอริช ที่ต่อสู้ปลดปล่อยดินแดนของตนในนามขบวนการไออาร์เอ

O หลายเรื่องน่านำมาบันทึกไว้เป็นอุทาหรณ์ โดยเฉพาะคำกล่าวของ ไมเคิล คัลเบิร์ท อดีตสมาชิกไออาร์เอ ซึ่งเคยถูกทหารอังกฤษจับกุม และถูกจำคุกฐานฆ่าตำรวจนานถึง 16 ปี ทว่าวันนี้เขาหันมาใช้กระบวนการสันติวิธีในการแก้ปัญหา

O ไมเคิล เริ่มต้นด้วยการให้ข้อคิดไปยังผู้มีอำนาจว่า "ผู้คนจะไม่จับอาวุธขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลของตนเองหรอก ถ้าไม่มีเหตุผลที่เพียงพอจริงๆ" ทั้งยังแสดงทัศนะที่แหลมคมสวนทางกับมุมมองของหลายฝ่ายในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ว่าการต่อสู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการเมือง..."ผมทำกิจกรรมทางการเมืองมาตลอด และการใช้อาวุธคือหนึ่งในวิธีการของเรา"

O กระทั่งถูกจับเข้าคุก เขาจึงตระหนักว่าวิธีการที่เคยใช้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่ แต่นั่นคือการเปลี่ยนแค่ยุทธวิธี เพราะเขาไม่เคยเปลี่ยนใจ ไม่เคยเปลี่ยนเป้าหมายทางการเมือง "ผมไม่ใช่คนที่ด้อยค่าลงในสายตาของผมเอง แต่ผมเตรียมพร้อมยอมรับความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลง เพราะเราสามารถเปลี่ยนวิธีการของเราได้ แนวคิดของผมแตกต่างกับเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ผมเคยคิดว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัญหาด้วยวิธีอื่นได้ ต้องใช้อาวุธเท่านั้น แต่วันหนึ่งผมตระหนักว่าการสู้รบด้วยกำลังไม่ได้พาเราไปสู่จุดจบที่ถาวร"

O มีคำถามว่าเขาเปลี่ยนผ่านความโกรธแค้นสู่สันติได้อย่างไร ไมเคิล ตอบว่า "ผมไม่ได้โกรธแค้นอะไร ผมมีอุดมการณ์ของผม และรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ สิ่งที่ผมไม่ต้องการเห็นในอนาคต คือ ไม่ต้องการเห็นลูกหลานในสถานการณ์ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นธรรม"

O ไมเคิล บอกว่า ช่วงที่ตัดสินใจต่อสู้ อังกฤษไม่ได้หยิบยื่นข้อเสนอที่เปลี่ยนแปลงอดีตอันเลวร้ายได้ดังที่หวัง ผู้มีอำนาจมักคิดว่าจับคนเข้าคุกได้มาก จะสามารถล้มล้างอุดมการณ์ทางการเมืองได้ แต่นั่นเป็นความผิดที่ผิด และไม่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง "เพราะถ้าผมต้องการเงินผมคงไม่ทำแบบนั้น ผมถูกจับอายุ 28 ปี คุกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์และความคิดได้"

O แต่จุดเปลี่ยนของวิธีการ เกิดจากการจัดให้มีการพูดคุยทางการเมืองในคุก และพวกเขาพบว่าตลอดมาถูกใช้เป็นอาวุธทำร้ายชุมชนของตัวเอง ฉะนั้นพวกเขาจึงหยุดการใช้อาวุธ แต่ไม่ได้หยุดอุดมการณ์ "เราส่งสารเหล่านี้ออกมา พร้อมความเชื่อที่ว่าไดอะล็อกหรือการพูดคุยมีความสำคัญมาก เพื่อจะได้ฟังว่าอีกฝ่ายคิดอะไร และเหตุผลอะไรที่อยู่เบื้องหลังการกระทำ"

O ดูเหมือนหลายประโยค หลายเรื่องราวเป็นเรื่องควรค่าแก่การทำความเข้าใจ หากต้องการดับไฟที่ปลายด้ามขวานของเรา!