ฟังลีลาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. แถลง
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 วงเงิน 2.57 ล้านล้านบาท เมื่อวันจันทร์ที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา บอกได้คำเดียวว่า มาดเข้มมากๆ สมกับเป็นชายชาติทหาร พูดเสียงดัง ชัดถ้อยชัดคำ อธิบายถึงความสำคัญของการจัดงบประมาณรายปี 2558 ได้อย่างชัดเจน ดูๆ ไปอาจจะดีกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีบางคนด้วยซ้ำ เพราะตอนท้ายๆ ของการแถลงงบประมาณพลเอกประยุทธ์ ก็พูดในสิ่งที่อยากพูดไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่มีเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ แต่พูดออกมาจากความรู้สึกและความคิดของตัวเอง
กลับมาที่เนื้อหาของ พรบ. งบประมาณรายจ่ายปี 2558 หากพิจารณาดูจะเห็นว่า มีหน่วยงานใหญ่ๆ อยู่ราวๆ 5-6 หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณเกิน 1 แสนล้านบาท ประเภท กระทรวงคมนาคม 1.1 แสนล้านบาท กลาโหม 1.9 แสนล้านบาท คลัง 1.8 แสนล้าน มหาดไทย 3.41 แสนล้านบาท สาธารณสุข 1.09 ศึกษาธิการ 5.02 แสนล้านบาท และงบกลาง 3.6 แสนล้านบาท แต่ที่หลายฝ่ายจับตาคงหนีไม่พ้นกระทรวงกลาโหม เพราะหลังจาก คสช. ยึดอำนาจและเข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพเมื่อเข้ามาเป็นผู้ควบคุมการจัดทำงบประมาณแล้ว จะใช้อำนาจจัดสรรงบประมาณจำนวนมากไว้เองหรือไม่
เมื่อมีการนำเสนอร่าง พรบ. งบประมาณรายจ่ายปี 58 เข้าสภานิติบัญญัติ (สนช.) ก็พบว่า การจัดทำงบประมาณปี 58 นี้เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณปี 57 มีอัตราเพิ่มเพียง 2%เท่านั้น หรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ขาดดุลงบประมาณเท่าเดิมคือ 2.5 แสนล้านบาท เรียกว่านักเศรษฐศาสตร์หรือนักวิชาการมองเห็นกรอบวงเงินงบประมาณปี 58 แล้วพอจะอนุมานได้ว่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากปี 57 เลยก็ว่าได้ จะมีก็เพียงรายจ่ายสำหรับโครงการประเภทประชานิยมเท่านั้นที่หายไป จะเหลือก็แค่การชดใช้หนี้ที่ไปดึงเงินคงคลังมาใช้ในโครงการประชานิยม รถคันแรก จำนวน 4.19 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปี 57 กว่า 200%
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ คสช.จัดงบประมาณรายปี 2558 แบบระมัดระวังไม่มีอัตราเติบโตแบบก้าวกระโดดมากนัก แต่คำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง เน้นนโยบายพอเพียงส่วนหนึ่ง อาจมาจากการยึดหลักตามกรอบที่สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลัง เคยกำหนดนโยบายไว้ว่าจะจัดทำงบประมาณแบบสมดุลให้ได้ภายในปี 2563 ดังนั้นแม้จะมีเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแต่ตราบใดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดทำงบประมาณ สำนักงบประมาณก็ยังคงยึดกรอบเดิมคือ จัดทำงบประมาณแบบพอเหมาะพอควรและสอดคล้องภาวะเศรษฐกิจ
ซึ่ง คสช. ก็เดินตามแนวของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้งบประมาณปี 58 ขาดดุลเพียง 2.5 แสนล้านบาท เท่ากับงบประมาณปี 57 จะมีที่แตกต่างไปบ้างคงเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ในการจัดสรรงบประมาณ 9 ยุทธศาสตร์ที่มีบางยุทธศาสตร์น่าจะเป็นนโยบายของ คสช. ที่ต้องการคืนความสุขให้ประเทศ โดยเฉพาะการลดความขัดแย้งในประเทศ จึงกำหนดยุทธศาสตร์ฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเร่งรัดวางรากฐานที่ดีของประเทศ กับยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งภายใต้ 2 ยุทธศาสตร์นี้ มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการปรองดองสมานฉันท์ และการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่น ไว้มากกว่า 2 พันล้านบาท นี่คือนโยบายใหม่ที่เกิดขึ้นกับงบประมาณฉบับ คสช.!!!






