เมื่อไม่นานมานี้มีความเคลื่อนไหวสำคัญที่ชายแดนใต้ ซึ่งผู้รับผิดชอบปัญหามิอาจมองข้ามได้ นั่นก็คือ
กรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนายสุทธิรักษ์หรือจุ๋ม คงสุวรรณจำเลยเพียงหนึ่งเดียวในคดีใช้อาวุธสงครามยิงประชาชนในมัสยิดอัลฟุรกอน บ้านไอร์ปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บ 12 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2552
คดีนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนาม "คดีฆ่า 10 ศพในมัสยิด" หรือ "คดีไอร์ปาแย"
ข่าวจากสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 3 ระบุว่า คดีไอร์ปาแยนี้ อัยการจังหวัดนราธิวาสสั่งฟ้องไปเมื่อปี 2554 แต่ล่าสุดศาลมีคำพิพากษายกฟ้องด้วยเหตุผลเรื่องการไม่มีประจักษ์พยาน และพยานสำคัญบางปากเสียชีวิตก่อนขึ้นเบิกความ
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าพนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่
สำหรับการดำเนินคดีสังหาร 10 ศพในมัสยิดไอร์ปาแย เต็มไปด้วยความสับสนและมีข่าวลือมากมายมาตลอด โดยเมื่อกลางปี 2554 อัยการจังหวัดนราธิวาสมีความเห็นสั่งฟ้อง นายสุทธิรักษ์ ต่อศาลจังหวัดนราธิวาส ภายหลังผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2553 และพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง
นายสุทธิรักษ์ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.เมือง จ.นราธิวาส เป็นผู้ต้องหาเพียงรายเดียวที่ศาลอนุมัติหมายจับในคดีสังหารหมู่ 10 ศพในมัสยิดที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประวัติของเขาเคยเป็นทหารพรานในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง แต่ถูกไล่ออกเนื่องจากพบพฤติกรรมพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด และเป็นมือปืนรับจ้าง มีประวัติอาชญากรรมเคยก่อคดีใช้อาวุธปืนปล้นฆ่าหลายคดีตั้งแต่ปี 2551
ทว่าในวันที่เขาเข้ามอบตัว เมื่อ 14 ม.ค.2553 เขากลับมีทนายความพาตัวเข้าพบพนักงานสอบสวนที่กองปราบปราม ในกรุงเทพฯ โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 10) และ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้รับมอบตัว
ตลอดเวลาตั้งแต่เกิดคดีไอร์ปาแย มีข่าวมาตลอดว่า นายสุทธิรักษ์ อาจทำงานให้เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยในพื้นที่ ทำให้เขายังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ได้ แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาก่อคดีร้ายแรงมากมาย เช่น ก่อนคดีไอร์ปาแย เขาก็ถูกกล่าวหาในคดีปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์
ที่สำคัญระหว่างประกันตัวสู้คดีไอร์ปาแย นายสุทธิรักษ์ยังถูกคนร้ายลอบยิงได้รับบาดเจ็บพร้อมภรรยา ขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในพื้นที่ ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2555 ด้วย โดยหลังจากถูกยิง ตำรวจได้ตามไปอายัดตัวเขาที่โรงพยาบาล เนื่องจากเขาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีรับจ้างฆ่าผู้อื่น โดยมีข้อมูลระบุว่าเหยื่อที่ถูกนายสุทธิรักษ์ยิง เป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ของ จ.นราธิวาส จึงคาดว่าต้นสายปลายเหตุน่าจะมาจากการขัดผลประโยชน์ในธุรกิจผิดกฎหมาย
จากพฤติการณ์ที่ระบุมา ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มองการดำเนินคดีไอร์ปาแยอย่างไม่ค่อยเชื่อมั่น และสุดท้ายเมื่อคดียกฟ้องจริงดังที่หลายฝ่ายคาดหมาย จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ผลแห่งคดีนี้จะถูกนำไปเป็นเงื่อนไข ในการสร้างความเกลียดชัง ขัดแย้ง แตกแยกต่อไป
ขณะที่การทำสำนวนคดีความมั่นคงชายแดนใต้ยังคงเป็นปัญหา แม้ว่าจะมีการพัฒนาและอุดช่องโหว่มาเป็นลำดับ แต่เมื่อปัญหาเกิดต่อเนื่องมานานนับ 10 ปี คดีเก่าๆ จึงเริ่มทยอยอ่านคำพิพากษา และปรากฏผลในแนวสร้างความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เพราะตัวเลขคดียกฟ้องในศาลชั้นต้นสูงกว่า 80%
นี่เป็นตัวเลขจากการศึกษาวิจัยของสำนักงานอัยการภาค 9 ไม่ใช่ตัวเลขที่พูดด้วยอารมณ์หรือยกเมฆ
ปัญหาความไม่เป็นธรรมทั้งที่ปรากฏจริง และไม่เป็นธรรมทางความรู้สึก จึงยังเป็นเงื่อนไขสำคัญของสถานการณ์ไฟใต้แม้จะผ่านพ้นทศวรรษมาแล้วก็ตาม





