30 ก.ย ของทุกปี เป็นวันเกษียณอายุราชการของข้าราชการที่มีอายุ 60 ปี ไม่ว่าใคร เจ้านาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน
ซึ่งหลังจากที่ได้ปฏิบัติงานรับใช้ราชการบ้านเมืองมาเป็นช่วงเวลาพอเหมาะพอสมแล้ว ก็ย่อมมาถึงกฎกติกาข้อนี้ เป็นข้อสุดท้าย เหมือนกันทุกคน
คิดเล่นๆ ใครสอบเข้ารับราชการตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย อายุ 22 ก็แปลว่า อยู่ในวงการราชการถึง 38 ปี หลายๆ คนอาจ 30 ปี 25 ปี หรือ 20 ปี ลดหลั่น ว่ากันไป หากเหลียวมองแต่ละคนก็มีเส้นทางชีวิตราชการ ทำงานไต่เต้า เติบโตก้าวหน้าต่างๆ กันไป บางคนมากความสามารถ วาสนาดี มีผู้สนับสนุน ได้ก้าวขึ้นเป็นถึงผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี ปลัดกระทรวง เป็นผู้บริหาร เป็นผู้นำองค์กร
แต่ไม่ว่าใครก็ตาม วันหนึ่งก็มาถึงกฎกติกาข้อสุดท้ายดังที่กล่าว การที่ปฏิบัติรับใช้ราชการจนกระทั่งถึงเวลาเกษียณ นับว่าเป็นผู้ที่มีความตั้งใจ เสียสละทุ่มเท รักงานราชการ ถ้าจะว่าไปแล้ว ถือเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งส่วนตัว และหน้าที่การงาน ฉะนั้น เส้นทางชีวิตและประสบการณ์ที่สั่งสม 20-30 ปีหรือกว่านั้น จึงสำคัญ ทรงคุณค่าและความหมายยิ่ง เป็นอะไรที่ชวนค้นหา น่าศึกษาไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประวัติผลงาน คุณงามความดี คุณประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประเทศชาติ ที่สำคัญ น่ายึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการรุ่นหลัง
โดยเฉพาะผลงานประสบการณ์ของผู้นำองค์กรอย่างปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าฯ มีอะไรบ้าง มีเคล็ดลับความสำเร็จอย่างไร รวมถึงวิสัยทัศน์ แนวคิด มุมมองดีๆ เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
ทำอย่างไร จึงจะมีโอกาสสัมผัส เรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึง และยึดถือปฏิบัติตามบ้าง นั่นคือโจทย์ที่น่าหาคำตอบ ซึ่งใครก้าวมาถึงระดับนี้ได้ ต้องไม่ใช่ธรรมดา ทำอะไรเพิ่มอีกสักอย่างที่ตอบโจทย์ นอกจากจัดงานเลี้ยงส่ง อำลาอาลัย กันดีไหม
ทำอย่างไร ถึงจะได้ประโยชน์จากผู้นำ ซึ่งมีคุณค่าอะไรดีๆ อยู่ในตัว มีความรู้ ความคิดอะไรใหม่ๆ วิสัยทัศน์เพียบ มองอะไรก็ทะลุ อ่านอะไรก็ขาด ถ้าไม่ฉวยจับขยับคว้า ก็น่าเสียดาย อาจทำได้หลายอย่าง หนึ่งในนั้น คือ การประชาสัมพันธ์ (PR)
มีบางคำถามชวนคิด บางมุมชวนมอง : จะดีหรือไม่ ประการใด หากประชาสัมพันธ์กระทรวง ประชาสัมพันธ์กรม ประชาสัมพันธ์จังหวัด รวมทั้งประชาสัมพันธ์ส่วนราชการต่างๆ จะนำผู้ที่ประสบความสำเร็จและเกษียณอายุกันยายนนี้ ออกมาสื่อสารประชาสัมพันธ์ในรูปของการจัดให้มี “โครงการเสวนา” ขึ้นในองค์กร
เปิดเวทีเสวนาให้ปลัดกระทรวง เปิดเวทีเสวนาให้อธิบดี เปิดเวทีเสวนาให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ เป็นการมาพบปะพูดคุยกับข้าราชการในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง เล่าสู่กันฟังถึง “ชีวิตราชการ ผลงานและประสบการณ์” ถาม-ตอบปัญหา ข้อข้องใจ สงสัยใคร่รู้ ชวนคิดชวนมอง ให้คำปรึกษา แนะนำต่างๆ เพื่อข้าราชการจะได้มีโอกาสสัมผัสเรียนรู้ ซึมซับรับฟัง เข้าใจเข้าถึงอย่างแท้จริง
ตรงนี้ถือเป็นบันไดทางลัดเรียนรู้ประสบการณ์สำเร็จรูปที่มีค่ายิ่ง หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ไม่ต้องไปศึกษาจากหนังสือตำราที่ไหน ถึงไปหาอ่านก็ไม่มี มีที่นี่ที่เดียว ที่เวทีเสวนา PR จัดให้ หลายแห่งอาจเตรียมการไว้อยู่ในแผนแล้ว
“ไม่อยากให้คุณค่าผลงานประสบการณ์เกษียณไปด้วย”
มิเพียงนั้น ยังอาจจัดเต็ม ด้วยการจัดให้มี “โครงการบรรยายพิเศษ” ขอเชิญให้มาเป็น “วิทยากร” บรรยายหัวข้อต่างๆ หัวข้อนั้น หัวข้อนี้ 1 วิทยากร 1 หัวข้อ (หรือ 2-3 หัวข้อ ขึ้นกับบริบทองค์กร) ซึ่งเห็นว่าส่งผลดีเป็นประโยชน์ต่อการบริหารและปฏิบัติราชการของกระทรวง กรม จังหวัด
อาทิ “การนำองค์กรและข้าราชการยุคใหม่” “สร้างมาตรฐานงานภาครัฐยุคใหม่อย่างไรให้แข่งขันได้” “การบริหารธุรกิจยุคใหม่” “โอกาสไทยในอาเซียน” “รุกและรับอาเซียนอย่างไรให้ได้เปรียบ” “กลยุทธ์ธุรกิจยุคใหม่ในเวทีการค้าโลก” “สินค้าใหม่..อะไร ตลาดใหม่..ที่ไหน คือโอกาสธุรกิจไทย” “ทิศทางและเป้าหมายธุรกิจในปี 2015” เป็นต้น
นั่นคือ หัวข้อที่ผู้เขียนลองคิดขึ้น แต่ PR แต่ละองค์กรคิดเองจะดีกว่า เลือกหัวข้อที่เห็นว่า เหมาะสม และข้าราชการอยากฟัง โดยเฉพาะวิสัยทัศน์วิทยากร “ไม่อยากให้วิสัยทัศน์เกษียณไปด้วย”
อยู่ที่ PR จะออกแบบผู้เสวนา และวิทยากร ใคร วัน เวลาใด หัวข้ออะไร เป็นอีกมิติประโยชน์จากผู้เกษียณ หากทำได้ จะเป็นการจุดประกายความคิด สร้างพลังศรัทธา จูงใจให้ทาง ปูทางไปสู่การประยุกต์ใช้ในหน้าที่ราชการ เพื่อบรรลุถึงซึ่งเป้าหมาย อีกทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรและ PR
โดยชูเรื่องนี้เป็นไฮไลต์เดือน ก.ย. ตรงนี้เป็นโอกาส PR จะปล่อยให้ผ่านไปได้อย่างไร ต้องฉวยคว้า ฉวยใช้ ไม่โฟกัส “ผลสำเร็จ” ของ “ผู้เกษียณ” ก็ไม่ใช่ PR มืออาชีพสิ จริงมั้ย
นอกจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้ฟัง ยังเป็นอีกผลงาน PR ที่อยู่ในความทรงจำที่ดี เพราะกาลเวลาไม่ย้อนกลับมาได้อีกแล้ว ไม่มีใครกลับมาเป็นปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าฯ คนเก่าคนเดิมให้เพื่อนๆ ข้าราชการร่วมงาน ร่วมมือร่วมใจ รู้ใจใกล้ชิดได้อีกแล้ว
เชื่อว่าทั้งปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง อธิบดี รองอธิบดี ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ฯลฯ ยินดี แฮปปี้ ตอบรับคำเชิญตามที่ PR จัดไป จัดเต็ม และเชื่อว่า วันนี้แต่ละท่านคงไม่ต้องการมาในฐานะผู้บังคับบัญชา
ทว่าพร้อมที่จะมาในหมวกใบใหม่มากกว่า นั่นคือ มาในฐานะ “ครูอาจารย์” ที่จะมาสอน บรรยาย ถ่ายทอดศิลปวิทยาให้ด้วยรักและผูกพัน ห่วงใยและเอื้ออาทร รวมทั้งให้คำปรึกษา ชี้แนะชี้นำ ให้ข้อคิดแนวทางการทำงานดุจเพื่อนคู่คิด ดั่งมิตรคู่ใจ
“ให้ศิลปวิทยา วิชาความรู้ ประสบการณ์ในฐานะครูอาจารย์ อาจมีอะไรพูดคุย เล่าสู่กันฟังในมิติใหม่ๆ ที่แตกต่าง มากกว่าในฐานะปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าฯที่เราคุ้นเคย” มีสูตรเคล็ดลับการทำงานใด ไม่เคยพูดที่ไหน จะมาคุยที่นี่ ไม่เคยรู้จากที่ไหน จะมารู้จากงานนี้
ดีไม่ดีมาในฐานะที่เป็น “พี่ๆ เพื่อนๆ” ของน้องๆ ข้าราชการ ก็เป็นไปได้ โดนใจ ได้ใจ อบอุ่น กันเอง ชื่นมื่นอย่างนี้ แฮปปี้ถ้วนหน้า ไม่ฟังไม่ได้แล้ว ขณะที่ผู้เสวนา วิทยากรเอง ก็คงจะรู้สึกซาบซึ้งใจและมีความสุขที่ได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ก่อนที่จะอำลาชีวิตราชการ
จากใจถึงใจ สู่พลังจูงใจให้น้องๆ ข้าราชการมุ่งมั่นทุ่มเททำงาน สร้างคุณงามความดี คุณประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประเทศชาติตามรอย “บุคคลตัวอย่าง” แห่งวงการราชการสืบไป






