วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

8 เหตุผล "ตลาดหุ้นเกาหลีใต้" ดูจะแรงในปี 2014

สัปดาห์ที่แล้วนักลงทุนหลายท่านสอบถามผมเกี่ยวกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ต้องบอกว่าตลาดเกาหลีใต้ตอนนี้มีทั้งเก่งบวกเฮง

ถือว่ามีความลงตัวพอดิบพอดีสอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและการเมืองโลกในจังหวะนี้แบบไม่น่าเชื่อ หลังจากพันธบัตรจากแดนกิมจิแห่งนี้เคยมาผงาดในตลาดเงินเมืองไทยเมื่อหลายปีก่อน ผมขอกล่าวถึง 8 เหตุผลที่ปีนี้คิดว่าน่าจะเป็นปีที่ดีของตลาดหุ้นจากเมืองโสมขาว ดังนี้

หนึ่ง ปีที่แล้วนับเป็นปีแรกที่ผลตอบแทนของตลาดหุ้นเอเชียเหนือซึ่งตลาดที่เด่นมากๆ ได้แก่ เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นและอาจจะรวมถึงไต้หวัน สูงกว่าของเอเชียใต้ ดังรูปที่ 1 แน่นอนว่าจุดนี้ที่ฝรั่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญหรือ inflection point ที่โมเมนตัมของตลาดเหล่านี้ยังมีโอกาสจะไปต่ออยู่สูงมาก

สอง ในช่วงเวลาที่การลดขนาด QE หรือ QE tapering กำลังสิ้นสุดลง ซึ่งถือเป็นสัญญาณการเริ่มต้นเข้าสู่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่นานเกินรอนับจากนี้นั้น การเกิดแรงขายของสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ทว่าประเทศในตลาดเกิดใหม่ที่ดูจะได้เปรียบว่าจะได้รับผลกระทบจากช่วงเวลาที่เงินไหลกลับตลาดสหรัฐในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นนั้น คือประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงและมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งประเทศเกาหลีใต้ก็เป็นหนึ่งในประเทศดังกล่าว ดังรูปที่ 2

สาม วัฏจักรการเมืองของเกาหลีใต้ ค่อนข้างจะเอื้อต่อตลาดหุ้นมากกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นอินเดียหรืออินโดนีเซียต่างก็เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาหมาดๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว บริษัทภาคเอกชนจะยังชะลอหรือลดการลงทุนในสินค้าทุนที่เป็นงบต่อเนื่องในช่วงปีแรกของผู้นำใหม่ และหลังจากนั้น จึงตัดสินใจที่จะเริ่มลงทุนจริงในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ประธานาธิบดี ปาร์ต กวน เฮ ได้เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2013 ซึ่งมาถึงในตอนนี้ ภาคเอกชนเริ่มจะจับแนวทางของนางได้แล้ว จึงเริ่มมีการลงทุนดังกล่าวมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงตอนนี้

สี่ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์หรือ Geopolitics ในตอนนี้ ที่กระเทือนบรรดาตลาดหุ้นของประเทศต่างๆ ไม่ว่าในยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่จีนเอง ทว่ามีผลกระทบต่อตลาดเกาหลีใต้น้อยกว่าเพื่อน เนื่องจากไม่ได้เป็นคู่พิพาทแบบเต็มๆ โดยตรงและก็ไม่ใช่ประเทศยักษ์ใหญ่ที่ต้องแสดงบทบาทมากมายนัก

ห้า ภาคอสังหาริมทรัพย์ของเกาหลีใต้เข้าสู่จังหวะขาขึ้นพอดี หลังจากชะลอตัวอยู่นานอันเป็นผลพวงจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเกาหลีใต้ก็เริ่มกระเตื้องขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว และทะยานสูงขึ้นในปีนี้ทั้งในแง่ของราคาและปริมาณการซื้อขาย ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการความช่วยเหลือของภาครัฐอีกแรงหนึ่งด้วย ซึ่งได้ส่งผลดีต่อการบริโภคและยอดขายสินค้าปลีกเป็นอย่างมาก

หก หากดูทรงทางเศรษฐกิจมหภาคของเกาหลีใต้แล้ว ถือว่ากำลังสู่จุดที่มีความเสี่ยงน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีที่ประมาณร้อยละ 4 อัตราเงินเฟ้อประมาณไม่ถึงร้อยละ 3 ตัวเลขการส่งออกที่ดีสุดในรอบสองปี สถานภาพทางการคลังของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ยังมีเม็ดเงินเหลืออยู่อีกไม่น้อยที่จะใช้เงินอัดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยล่าสุดเพิ่งอัดการกระตุ้นไปเป็นมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และที่สำคัญ อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 2.25 นับว่ายังมีอาวุธเหลืออีกมากพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกหลายรอบ

เจ็ด จังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ยุโรป และจีนตั้งแต่ต้นปีนี้ ทำให้อุปสงค์ต่อสินค้าต่างประเทศของประเทศเหล่านี้สูงขึ้น นับเป็นอานิสงส์ต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่พึ่งพาโดยตรงต่อการค้ากับต่างประเทศ จากข้อมูลในอดีต จะเห็นได้ว่าการฟื้นตัวดังกล่าวในทุกๆ ครั้งจะส่งผลดีต่อเกาหลีใต้ในทันที แม้ว่าจะทำให้ค่าเงินวอนของเกาหลีใต้แข็งค่าขึ้น ทว่าคล้ายๆ กับตลาดหุ้นไทยที่การแข็งค่าของค่าเงินมักจะเป็นอาการของการที่มีเงินไหลเข้ามากกว่าการเป็นสาเหตุให้ความสามารถในการแข่งขันของการค้าระหว่างประเทศลดลง ดังรูปที่ 3

แปด ในขณะที่รายได้และกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดเกาหลีใต้ที่ดีวันดีคืน ด้วยเหตุผลหลายประการที่กล่าวไว้ข้างต้น ทว่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในตอนนี้ก็ยังไม่ได้แพงไปกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตแต่อย่างใด จากรูปที่ 4 จะเห็นได้ว่าค่า P/E แบบล่วงหน้า 12 เดือนของตลาดเกาหลีใต้ ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตกว่า 1 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ในมุมของรายอุตสาหกรรมแล้ว เซกเตอร์ธนาคารและหลักทรัพย์ เทคโนโลยี ก่อสร้าง และ ค้าปลีกกับเครื่องสำอาง ล้วนได้ผลดีจากประโยชน์ของความได้เปรียบของเกาหลีใต้ในขณะนี้แบบเต็มๆ ในขณะที่กลุ่มรถยนต์ดูจะด้อยกว่าจากค่าเงินวอนที่แข็งกว่าชาวบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยนของญี่ปุ่น

จะว่าไป หากมองแบบง่ายๆ เกาหลีใต้ก็มีความคล้ายคลึงกับเศรษฐกิจและตลาดหุ้นเมืองไทย หากการเมืองบ้านเรานิ่งมาตั้งแต่ 10 ปีที่ผ่านมาครับ

-------------------

หมายเหตุ : หนังสือด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคเล่มล่าสุดของผู้เขียน “เล่นหุ้นต้องใช้ใจ... รวยได้ไม่รู้จบ” วางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นประเด็นการลงทุน ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ