กรณี "อุ้มบุญ" นั้นต้องยอมรับว่ามีทั้งที่เป็น "คุณ" และ "โทษ" แต่ในส่วนที่เป็นโทษนั้นกำลังทำให้หลายฝ่าย
วิตกกังวล เนื่องเพราะผลกระทบในด้านลบที่เกิดขึ้นมีประเด็นเกี่ยวพันกับหลายฝ่าย หนำซ้ำในแต่ละประเด็นของผลกระทบก็มีความ "ซับซ้อน" และ "ละเอียดอ่อน" ในตัวเอง
+++รัฐสภาสาร ฉบับเดือน เม.ย.2555 เรื่อง การพิจารณากฎหมายว่าด้วยคุ้มครองเด็กที่เกิด โดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทาง การแพทย์หรือการตั้งครรภ์แทน (กฎหมาย อุ้มบุญ) โดย นุกูล สัญฐิติเสรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ประมวล "ปัญหาที่เกิดจากการรับตั้งครรภ์แทน" เอาไว้ ซึ่งมีด้วยกัน 3 ด้าน ทำให้เห็นภาพปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการอุ้มบุญได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
+++หนึ่ง คือ ปัญหาสาธารณสุข เช่น ปัญหาครอบครัวที่เกิดจากการแย่งชิงสิทธิในการเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง ปัญหาสิทธิการเบิกค่ารักษาพยาบาลทารก
+++หนักเข้าอาจเกิดกรณี "แม่อุ้มบุญ" ไม่ต้องการคืนทารกให้พ่อแม่ที่แท้จริง หรือทารกพิการแต่กำเนิดทำให้ไม่เป็นที่ต้องการของฝ่ายใด
+++นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการนำ "ตัวอ่อน" ไปทำสเต็มเซลล์อวดอ้างรักษาโรค หรือมีการขาย "ไข่ -สเปิร์ม" เพื่อไปใช้ในงานวิจัยต่างๆ เป็นต้น
+++สอง คือ ปัญหาทางจริยธรรม เช่น การรับตั้งครรภ์แทนเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม่อุ้มบุญถูกเปรียบเหมือน "เครื่องจักรผลิตเด็ก"
+++เด็กที่เกิดจากอุ้มบุญได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง เมื่อรู้ว่าเกิดมาจากการแม่ที่ต้องการค่าตอบแทนมากกว่าความรัก หรือเกิดมาแล้วไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
+++แม้กระทั่งลูกจริงๆ ของแม่อุ้มบุญก็ได้รับผลกระทบ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเด็กในครรภ์เป็นน้อง แต่เมื่อถึงเวลากลับถูกส่งต่อให้ผู้อื่น ทำให้ลูกแท้ๆ รู้สึก "ไม่มั่นคง" เพราะกลัวแม่พาไปให้คนอื่น
+++สาม คือ ปัญหาการค้ามนุษย์ เป็น "ธุรกิจข้ามชาติ" แสวงหาประโยชน์จากเทคโนโลยี และช่องโหว่กฎหมายไปบังคับขู่เข็ญให้ตั้งครรภ์ บังคับกักขังจนถึงเวลาคลอด และเมื่อคลอดแล้วก็นำทารกไปจำหน่าย
+++ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงคือกรณีชาวจีน-ไต้หวัน กลุ่มหนึ่งเปิดบริษัทรับจ้างตั้งครรภ์ โดยใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตหลอกลวงหญิงชาวเวียดนามมาบังคับขู่เข็ญให้ทำงานรับจ้างตั้งครรภ์
+++ชาวจีนกลุ่มนี้ถูกจับกุมในไทยเมื่อต้นปี 2554 เช็คประวัติพบว่า เคยก่อคดีค้ามนุษย์ลักษณะนี้มาแล้วที่ไต้หวัน ก่อนย้ายมาเปิดธุรกิจใจไทย
+++"ธุรกิจรับจ้างตั้งครรภ์" ไม่ได้มีเฉพาะในไทย แต่มีแพร่หลายในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอินเดีย
+++อีกประเทศหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือ "ญี่ปุ่น" เริ่มแรกชาวญี่ปุ่นที่ต้องการผู้อุ้มบุญจะจ้างที่สหรัฐ แต่ระยะหลังมาจ้างไทย และอินเดีย เพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่าหลายเท่า
+++จะเห็นว่าในหลายประเทศยอมรับและมีกฎหมายบังคับ แต่ในความจริงก็ไม่สามารถควบคุมปัญหาได้ทั้งหมด โดยเฉพาะกับการค้ามนุษย์
+++กรณีที่กำลังเกิดขึ้นกับสังคมไทยก็คงไม่ต่างกัน การใช้ "กฎหมาย" อย่างเดียว ไม่ใช่ "คำตอบสุดท้าย" เพราะหลายกรณีไม่ได้มีแค่ "ผิด-ถูก" หรือ "ขาว-ดำ"
+++ดังนั้นหนทางที่ดีที่สุดอาจเป็นการเปิดใจศึกษาและเรียนรู้เพื่อให้สังคมรู้เท่าทัน เมื่อเกิดผลกระทบจากการอุ้มบุญจะได้รับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์...






