วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความคุ้มค่า-โปร่งใส โจทย์ใหญ่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานฯ

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง

ภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบ 5 แผนงาน 4 ยุทธศาสตร์ พร้อมผลักดันแผนงานเร่งด่วน ทั้งการพัฒนารถไฟทางคู่ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงประตูการค้าระหว่างเมืองหลัก กทม.และปริมณฑล

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านคมนาคมขนส่งเป็นเรื่องที่ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญ และมักเป็นเรื่องแรกๆ ที่จะหยิบยกขึ้นมาวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อให้เห็นทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต ซึ่งจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เกิดมุมมองที่ดีต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากจะมีโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จะขยายตัวขึ้นในอนาคต

ในมุมของประชาชนสิ่งที่สังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ “วงเงินรวมในการลงทุน” พวกเขาอยากรู้ว่าวงเงินที่จะลงทุนทั้งหมดเป็นเท่าไหร่? เพราะเป็นสิ่งที่เขาจับต้องได้และเป็นรูปธรรม โดยที่ผ่านมารัฐบาลก่อนประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานฯด้วยวงเงิน 2 ล้านล้านบาท สำหรับระยะเวลา 7 ปี ขณะที่ตัวเลขที่รัฐบาลต่อไปจะเดินหน้าการลงทุนในยุทธศาสตร์คมนาคม 8 ปี วงเงินในการลงทุนยังไม่แน่ชัด ตัวเลขที่ออกมาในตอนแรกระบุว่าจะมีการลงทุนรวม 3 ล้านล้านบาท ต่อมามีตัวเลขจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) บอกว่าจะมีการลงทุนรวม 2.4 ล้านล้านบาท

ขณะที่ปลัดกระทรวงคมนาคมออกมาให้สัมภาษณ์ว่า วงเงินรวมในการลงทุนจะเป็นหน้าที่ของคณะทำงานซึ่งมี พล.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจเป็นประธานที่จะประชุมร่วมกัน

หากย้อนไปประมาณ 3 ปีที่ผ่านมาต้วเงินรวมในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของไทย เป็นตัวเลขที่ไม่นิ่ง เนื่องจากฝ่ายการเมืองจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะนำโครงการใดบ้างมาใส่ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ แผนลงทุนรวมที่กระทรวงคมนาคมเคยทำไว้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทยซึ่งครอบคลุมการพัฒนาทุกด้าน ทั้งทางถนน ทางราง (รวมรถไฟความเร็วสูง) และทางอากาศเป็นวงเงินสูงถึง 4.2 ล้านล้านบาท

ต่อมาในช่วงที่มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) วงเงินดังกล่าวก็ถูกปรับลงมาเหลือ 2.4 ล้านล้านบาท และกลายเป็นตัวเลข 2 ล้านล้านบาทในที่สุด

ตัวเลขที่ไม่นิ่งมาจากการปรับแผนยุทธศาตร์ฯ เพิ่มหรือลดโครงการตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เช่น ตามแผนเดิมมีโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทางในแผนลงทุนฯ แต่ปัจจุบันไม่มีการบรรจุรถไฟความเร็วสูงไว้ในแผน แต่มีการใส่โครงการปรับปรุงพัฒนาท่าอากาศยานและปรับปรุงการขนส่งทางอากาศเข้ามาแทน เมื่อรวมโครงการที่ คสช.ให้ศึกษาโครงการสร้างรถไฟขนาด 1.435 เมตรใน 2 เส้นทาง เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับทางรถไฟความเร็วสูงที่จีนจะลงทุนให้ สปป.ลาว วงเงินรวมก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงอีก

สิ่งที่ต้องให้ความสนใจติดตามในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานฯ ไม่ใช่แค่ตัวเลขรวมของการลงทุนและจำนวนโครงการที่จะมีการลงทุนเท่านั้น

สิ่งที่ต้องตั้งคำถาม ก็คือเมื่อมีการลงทุนแล้ว จะมีวิธีการควบคุมอย่างไร ให้ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และเมื่อมีการลงทุนแล้ว จะบริหารจัดการโครงการอย่างไรให้มีความคุ้มค่าในการลงทุน สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมได้ในระยะยาว

...ทั้งสองส่วนเป็นความท้าทายในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานฯ ที่สังคมจะจับตามองไม่แพ้วงเงินรวมในการลงทุน