วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วาบหวิว..ว่าด้วยชุดชั้นในแดนภารตะ

อย่าคิดมากครับ...ผมไม่ได้เขียนอะไรติดเรทขนาดนั้น

ที่ผมอยากจะนำเสนอในบทความวันนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันธรรมดาๆ แต่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนในประเทศอินเดีย นั่นคือ เรื่องเกี่ยวกับชุดชั้นในที่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องสวมใส่ แม้ว่าจะอยู่ข้างในไม่มีใครเห็นก็ตาม ก็ลองคิดดูแล้วกันว่าเมื่อทุกคนต้องสวมใส่ชุดชั้นใน ไม่ว่าจะยากดีมีจนขนาดไหนในประเทศอินเดียซึ่งมีประชากรจำนวนมหาศาล ตลาดชุดชั้นในในประเทศอินเดียจะใหญ่โตมโหฬารขนาดไหน

จากการสำรวจของบริษัทวิจัยตลาด Technopak พบว่าตลาดชุดชั้นในในประเทศอินเดียเป็นตลาดที่น่าจับตามองมากที่สุดในบรรดาสินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มทั้งหมด เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงมากอันเป็นผลมาจากประชากรที่มีจำนวนมหาศาล รายได้ที่เพิ่มขึ้นของคนอินเดียในปัจจุบันที่ส่งผลต่อกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น จำนวนประชากรสตรีที่ออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้น และที่สำคัญคือ ความตื่นตัวในแฟชั่นสมัยใหม่จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการทะลักเข้าไปในประเทศอินเดียของแบรนด์เสื้อผ้าดังจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากประเทศในโลกตะวันตก ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ส่งผลให้ตลาดชุดชั้นในของอินเดียเติบโตขึ้นอย่างมาก

ในปี 2556 ที่ผ่านมา ตลาดชุดชั้นในของอินเดียทั้งของบุรุษและสตรีมีมูลค่าตลาดรวมกันถึง 177,750 ล้านรูปี และคาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวอยู่ในระดับสูงถึงปีละ 13% ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 595,400 ล้านรูปีในปี 2566 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าอยากจะทราบคร่าวๆ ว่าเป็นกี่ล้านบาทก็ลองหารด้วย 2 ดูก็จะเห็นได้ว่าตลาดนี้ใหญ่โตมโหฬารขนาดไหน อย่างไรก็ตาม ก่อนทศวรรษที่ 1970 หรือประมาณกว่า 50 ปีที่แล้ว ชุดชั้นในในประเทศอินเดียแม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นของสำคัญที่ทุกคนต้องใช้ แต่ก็ไม่มีบริษัทไหนให้ความสำคัญอย่างจริงจัง การจำหน่ายชุดชั้นในในอินเดียในสมัยนั้นจึงกระจัดกระจายอย่างไม่เป็นระบบ โดยมีแต่แบรนด์ท้องถิ่นกระจายอยู่เต็มตลาด แต่ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา รัฐบาลอินเดียมีนโยบายปกป้องต่างชาติทำให้ชุดชั้นในแบรนด์อินเดียใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมาก โดยส่วนใหญ่จะวางจำหน่ายอยู่ตามร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่ยังไม่เป็นระบบ

แต่ยังไงๆ อินเดียก็ต้านกระแสโลกาภิวัตน์ไม่ไหว โดยตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมา หรือประมาณเกือบ 30 ปีที่แล้ว ปรากฏว่ามีชุดชั้นในแบรนด์ต่างชาติเริ่มทยอยตบเท้าเข้าตลาดอินเดียกันเป็นว่าเล่นอย่างต่อเนื่อง และในช่วงปี 2543-2551 ก็มีชุดชั้นในแบรนด์ดังต่างชาติได้ทะลักเข้าตลาดอินเดียอย่างต่อเนื่อง และหลังจากนั้นตลาดชุดชั้นในทั้งของบุรุษและสตรีในประเทศอินเดียก็พัฒนามากขึ้นโดยมีการวางจำหน่ายในช่องทางการตลาดที่หลากหลายมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังคงวางจำหน่ายอยู่ในร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมเป็นหลัก ยกเว้นสำหรับลูกค้าสตรีที่อยู่ในเมืองใหญ่ที่มักจะเลือกซื้อชุดชั้นในในห้างสรรพสินค้าหรือร้านแบบที่จำหน่ายชุดชั้นในสำหรับสตรีโดยเฉพาะ

สำหรับกลุ่มลูกค้าชาวอินเดียทั้งบุรุษและสตรีในตลาดชุดชั้นในสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ตามทัศนคติที่มีต่อชุดชั้นในและพฤติกรรมการซื้อ โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มคนทำงานที่มีรายได้สูง มีรายได้ที่สามารถจับจ่ายได้ในระดับสูง มองหาและเลือกซื้อเฉพาะชุดชั้นในที่มีแบรนด์เท่านั้น กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มคนทำงานที่มีรายได้สูงเช่นกันแต่ให้ความสำคัญกับหลายปัจจัย ได้แก่ ราคา ความสะดวกสบายในการซื้อ หาง่าย รูปแบบ คุณภาพ ฯลฯ โดยกลุ่มนี้ยินยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อชุดชั้นในแบรนด์ไหนก็ได้ตราบใดคุณภาพสินค้าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้และคุ้มค่าเงิน กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มลูกค้าที่อยู่ตามเมืองรองและมีความใฝ่ฝันที่จะมีวิถีชีวิตแบบคนเมืองใหญ่ เป็นกลุ่มลูกค้าที่ชอบทดลองโดยจะซื้อสินค้าแบรนด์ต่างๆ ที่หลากหลาย และกลุ่มสุดท้ายซึ่งเป็นกลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่ำแต่ใฝ่ฝันอยากใช้ของดีมีคุณภาพ เป็นกลุ่มที่มีความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าเป็นอย่างมากและให้ความสำคัญกับราคามากที่สุด โดยราคาที่ลูกค้ากลุ่มนี้จะยอมจ่ายจะต้องคุ้มค่ากับแบรนด์ที่เลือกซื้อแบบสุดๆ และแถมยังเยอะอีกต่างหาก คือ นอกจากจะสนใจเรื่องราคามากเป็นพิเศษแล้ว ยังสนใจเกี่ยวกับเรื่องการสวมใส่สบายและคุณภาพดีอีกด้วย

ในปี 2556 ตลาดชุดชั้นในสำหรับสตรีของอินเดียมีมูลค่า 108,880 ล้านรูปี คิดเป็น 60% ของตลาดชุดชั้นในรวมของอินเดีย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 440,000 ล้านรูปีในปี 2566 โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปี 15% ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนสตรีที่ทำงานนอกบ้านเพิ่มขึ้นอย่างมากและการเพิ่มขึ้นของเสื้อผ้าสตรีจากต่างประเทศที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในตลาดอินเดีย ส่งผลให้สตรีอินเดียสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับชุดชั้นในที่กระชับรับกับรูปร่างและมีคุณภาพมากขึ้นพร้อมกับมีความต้องการสีสันที่หลากหลายมากขึ้น โดยเลิกคิดว่าชุดชั้นในเป็นของที่อยู่ภายในไม่มีใครเห็น อย่างไรก็ตาม ตลาดสำหรับชุดชั้นในสำหรับสตรีในอินเดียส่วนใหญ่ก็ยังเป็นตลาดในพื้นที่ชนบทของประเทศ โดยมีสัดส่วนถึง 62% ของตลาดชุดชั้นในสำหรับสตรีทั้งหมด แต่ที่รองลงมาคือ ตลาดในเมืองใหญ่ ที่มีสัดส่วนมากถึง 20% และเป็นตลาดเป้าหมายสำหรับแบรนด์ต่างชาติที่จำหน่ายชุดชั้นในคุณภาพดี และมีราคาสูง แต่ถ้าแบ่งตลาดออกตามกำลังซื้อแล้วจะพบว่าตลาดชุดชั้นในสำหรับสตรีชนิดประหยัดจะมีสัดส่วนสูงที่สุด คือ 43% รองลงมาคือ ตลาดชุดชั้นในสำหรับสตรีชนิดปานกลาง 37% ตลาดระดับสูง 15% และระดับสุดยอดหรือระดับพรีเมียมเพียง 5% อย่างไรก็ตาม ตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดคือ ตลาดระดับปานกลางและระดับสูงซึ่งมีสัดส่วนรวมกันถึง 52% โดยตลาดสองตลาดนี้คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้าถึง 22% เลยทีเดียว

ส่วนตลาดชุดชั้นในสำหรับบุรุษในประเทศอินเดียในปี 2556 มีมูลค่า 68,700 ล้านรูปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 155,400 ล้านรูปี ด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปี 9% และเช่นเดียวกับตลาดชุดชั้นในสำหรับสตรีที่ส่วนใหญ่ถึง 56% จะเป็นตลาดชนิดประหยัด รองลงมาคือ ตลาดปานกลาง 30% ตลาดระดับสูง 12% และตลาดระดับสุดยอดหรือระดับพรีเมียมเพียง 2% เท่านั้น แต่ตลาดชุดชั้นในสำหรับบุรุษจะมีสินค้าที่หลากหลายกว่าของสตรี คือ จะประกอบไปด้วยเสื้อกล้าม เสื้อยืด กางเกงใน ชุดนอน กางเกงบ็อกเซอร์ เป็นต้น

ด้วยจำนวนประชากรและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ของอินเดีย รวมทั้งคนอินเดียสมัยใหม่เปิดรับอิทธิพลการแต่งกายจากโลกตะวันตกมากขึ้น ตลาดชุดชั้นในจึงเป็นอะไรที่เราไม่สามารถมองข้ามไปได้ เพราะยังไงๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องสวมใส่ ตอนนี้สำหรับผู้ประกอบการไทยก็ต้องพิจารณาดูว่าจะเข้ามาแข่งในตลาดนี้ได้อย่างไร สำหรับกรณีนี้ การลงทุนผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายในตลาดอินเดียเป็นทางเลือกที่น่าจะเหมาะสมที่สุดเพราะอินเดียมีวัตถุดิบและแรงงานราคาถูกรออยู่แล้ว...อย่ามัวรอช้านะครับ