วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฎิรูปการเดินทาง

ในช่วงนี้ ผมเห็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำงานกันขยันขันแข็งมาก

ทำให้เรียกคะแนนบวกให้คณะการทำงานเพิ่มขึ้นมากขึ้นไปอีก จากการปฏิรูปหลายๆ อย่างในบ้านเมืองเรา ไม่ว่าจะเป็นปฏิรูป

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เปลี่ยนแปลงวินรถตู้ที่จอดแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จัดการปัญหาทางเดินเท้าที่จากเดิมเป็นสถานที่ที่พ่อค้าแม่ค้ามายึดครองทางเท้าไว้สำหรับเป็นที่ทำมาค้าขาย ให้คนเดินเท้าไปสัญจรไปมาสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องลงไปเดินเสี่ยงตาย ทำให้ดูไร้ระเบียบ ตั้งแต่หน้ารามคำแหงไปจนกระทั่งถึงด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์และ อีกหลายๆ ที่ ซึ่งในช่วงเวลาปกตินั้นไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เหตุเพราะอิทธิพลต่างๆ ที่เข้ามาขัดขวางการจัดระเบียบ ก็คงต้องเป็นคนในเครื่องแบบน่ะแหละครับที่เข้ามาแก้ปัญหาได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ผมก็ขอให้เป็นไปได้ตลอดไปแล้วกันครับ

ปัญหาต่อมาคือปัญหารถแท็กซี่ครับ ถึงเวลาแล้วครับที่ คสช. ต้องเข้าไปเปลี่ยนแปลงวิธีคิด และการให้บริการของแท็กซี่ใหม่หมด เพื่อสะท้อนความเป็นจริงออกมา ผมเสนอแนะว่าลองไปทำวิจัยกันอย่างจริงจังดูทั้งจากด้านของคนขับ และด้านผู้โดยสาร เข้าไปหาต้นทุนที่แท้จริง เพื่อแก้ปัญหาการเรียกแท็กซี่แล้วไม่ไป หรือ การทิ้งผู้โดยสาร ว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ เพื่อหาแนวทางในการปฏิรูปการให้บริการแท็กซี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ได้ประโยชน์ทั้งผู้โดยสารและคนให้บริการ ถ้าไม่อย่างนั้นก็หันหน้ามาคุยกัน อาจจะปรับราคาค่าโดยสารใหม่ ค่าโดยสารตอนเริ่มต้นเป็นเท่าไหร่ ค่าวิ่งต่อกิโลเมตรราคาเท่าไหร่

ตัวผมเองนั้นมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย ได้มีโอกาสเห็นวิธีคิดในการให้บริการแท็กซี่ของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันออกไป จึงขอนำเสนอข้อสังเกตหลักๆ เอาไว้เป็นแนวคิด เพื่อหาหนทางสร้างมาตรฐานใหม่ของแท็กซี่ไทยให้ดีขึ้นกว่าเก่า ซึ่งมีฐานความคิดตามการใช้บริการในแต่ละประเภท นำมาสู่การคำนวณราคาบริการที่แตกต่างกันออกไป

1.ขนาดความจุ (Size)

หลายๆ ประเทศคิดอัตราค่าบริการแท็กซี่แตกต่างกันออกไปตามขนาดความจุของรถ ถ้าเป็นรถขนาดใหญ่ บรรจุผู้โดยสารได้ 5-6 คน ก็คิดราคาสูงตั้งแต่เริ่มกดมิเตอร์กันเลย เช่น จากราคาปกติเริ่มต้นที่ 35 บาทเท่ากันทุกคัน รถขนาดใหญ่ก็อาจจะเริ่มต้นที่ 50 บาทเลยก็ได้ เมื่อนำมาหารตัวหัวแล้วก็ถือว่าไม่แพง หรือ แท็กซี่ขนาดใหญ่ที่สามารถขนกระเป๋าได้ปริมาณมากๆ ที่เหมาะจะเป็นรถรับ-ส่งไปสนามบินก็อาจจะคิดราคาอีกอัตราหนึ่ง เราต้องอย่าลืมนะครับว่าค่าแท็กซี่ในประเทศเราอัตราค่าบริการต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านหรือ แถบยุโรป และอเมริกา

มินิแท็กซี่ หรือแท็กซี่ขนาดเล็ก ที่สามารถบรรจุผู้โดยสารได้เพียงแค่ 2 ที่นั่งเท่านั้น วิ่งเฉพาะในเมืองเท่านั้น ราคาทุกอย่างจะลดลงหมดตามขนาด เพราะเป็นรถที่เหมาะกับการวิ่งในเมือง ต้นทุนก็อาจจะต่ำลง ดังนั้นอัตราค่าบริการก็จะถูกลง ผมสังเกตการใช้บริการของคนกรุงเทพ ส่วนใหญ่มักจะโดยสารรถแท็กซี่กันเพียงแค่ 1-2 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการโดยสารเพื่อไปต่อรถไฟฟ้าอีกทีหนึ่ง หรือบ้านอยู่ในซอยลึก รถโดยสารเข้าไปไม่ถึง ก็จะสามารถใช้บริการประเภทนี้ได้ ซึ่งในหลายๆ ประเทศ เขาก็มีบริการแบบนี้กัน

2. การให้บริการ

แยกการให้บริการแท็กซี่ตามความต้องการของผู้โดยสาร ยกตัวอย่าง ที่เกาหลี ถ้าเป็นแบล็กแท็กซี่เป็นที่รู้กันว่าอัตราค่าบริการจะสูงกว่าปกติ สภาพรถดีกว่า คนชับแต่งตัวดี มีการฝึกภาษามาอย่างดี ซึ่งจะคอยให้บริการกับนักท่องเที่ยวในย่านแพงๆ เพราะที่เกาหลีการติดต่อสื่อสารจะยากมาก หรือแม้แต่ที่จีนเอง ระบบการให้บริการก็เหมือนเราเลือกใช้บริการโรงแรม หรือร้านอาหารที่มีหลายระดับราคาและการบริการ เพื่อให้ประชาชนได้มีทางเลือก

ผมเองนั้นไม่แน่ใจนะครับว่า คสช. หรือ ผู้บริหารของกระทรวงคมนาคม จะได้อ่านบทความนี้หรือไม่ จะเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของผมหรือไม่ หลายท่านอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างออกไป แต่ผมก็เชื่อนะครับว่าแนวความคิดนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการให้บริการแท๊กซี่ และผู้โดยสารเอง อย่างน้อยก็จะสามารถทำให้คนไทย และนักท่องเที่ยวมีความสุขกับการใช้บริการแท็กซี่ในประเทศเรามากขึ้น และเกิดความเป็นธรรมกับทั้งผู้ให้บริการ และผู้โดยสารทั้งสองฝ่ายด้วยครับ