ในโลกยุคไร้พรมแดน ที่การติดต่อเดินทางถึงกันกระทำถึงกันได้โดยง่าย รวมถึงข่าวสารที่รับรู้ถึงกันได้
ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้หลายประเทศเริ่มเฝ้าระวังและเตรียมพร้อม หลังจากมีข่าวว่าไวรัสอีโบลาคร่าชีวิตผู้คนใน 3 ประเทศของแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ กินี ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน ไปแล้วเป็นจำนวน 672 รายนับจากเดือนมีนาคม ส่วนผู้ติดเชื้อนั้นอยู่ที่ 1,201 คน โดยดินแดนในเอเชียอย่างฮ่องกง ซึ่งเคยเผชิญการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือซาร์ส เมื่อปี 2546 ไม่ประมาท และวางมาตรการแต่เนิ่นๆ ด้วยการประกาศมาตรการกักบริเวณหากพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลา
ด้านออสเตรเลียได้เรียกประชุมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดต่อ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อหารือเกี่ยวกับหนทางรับมือ พร้อมระบุว่ากำลังดำเนินการเตรียมพร้อมอย่างดี หน่วยงานดูแลพรมแดนทุกแห่งอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมรับมือ หากไวรัสอีโบลาระบาดมาถึง แม้มีความเป็นไปได้ต่ำที่อีโบลาจะระบาดมาถึงออสเตรเลียก็ตาม สำหรับสหภาพยุโรปนั้นก็พร้อมรับมือภัยคุกคามเช่นกัน ด้วยการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้
การตื่นตัวรับมือของหลายประเทศ มีขึ้นหลังจากกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน ระบุว่าการระบาดของไวรัสอีโบลาในกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ซึ่งอยู่ในแอฟริกาตะวันตก มีแต่จะเลวร้ายลง ด้านไลบีเรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญการระบาด ได้ประกาศปิดโรงเรียนทุกแห่งและให้ข้าราชการที่ไม่จำเป็น หยุดงาน 30 วัน หลังจากก่อนหน้านี้ที่ประกาศปิดชายแดนทางบกส่วนใหญ่ ยกเว้นในจุดผ่านแดนสำคัญๆ รวมถึงสนามบินระหว่างประเทศในเมืองหลวง สนามบินในภูมิภาค และจุดผ่านแดนหลัก 3 แห่ง นอกจากนั้น ยังห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะทุกประเภท ส่วนผู้นำเซียร์ราลีโอนก็ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อเปิดโอกาสให้รับมือกับการระบาดของอีโบลาได้อย่างแข็งแกร่งขึ้น และจะมีการกักบริเวณศูนย์กลางของการระบาดทุกแห่งอย่างเข้มงวด
ในส่วนของไทยนั้น หน่วยงานไทยก็ได้ติดตามข่าวการระบาดของไวรัสอีโบลาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเข้มมาตรการคัดกรองเชื้อไวรัส รวมถึงคัดกรองผู้ที่เดินทางจากแอฟริกาตะวันตกเข้าไทย โดยมาตรการดังกล่าวจะตรวจสอบประวัติการเดินทางผู้โดยสาร รวมทั้งสุขภาพของผู้เดินทาง ก่อนที่จะอนุญาตให้เข้าประเทศไทยต่อไป มาตรการป้องกันและควบคุมของกระทรวงสาธารณสุขที่มีมาแต่ในอดีตคือหากมีโรคระบาดชนิดใดเข้าใกล้ประเทศไทย จะมีมาตรการป้องกันและควบคุม 3 เรื่อง คือ แจ้งเตือนประชาชน วางระบบคัดกรองที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งหมด และเฝ้าระวังผู้ป่วยที่สงสัยตามโรงพยาบาลต่างๆ พร้อมเก็บตัวอย่างมาตรวจอย่างละเอียด
นอกจากการเตรียมพร้อมรับมือในส่วนของหลายประเทศ รวมถึงไทยเองแล้ว บางชาติก็จัดสรรเงินช่วยเหลือสำหรับรับมือระบาดด้วย อย่างสหภาพยุโรปที่จัดสรรเงินเพิ่มเติม 2 ล้านยูโรแก่ภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ทำให้ยอดรวมความช่วยเหลือของสหภาพยุโรปมีจำนวนรวม 3.9 ล้านยูโร ซึ่งการตื่นตัวของหลายฝ่าย รวมถึงการจัดสรรความช่วยเหลือให้แก่ผู้ที่กำลังรับมือในพื้นที่ และบทเรียนอันมีค่าจากโรคติดต่อที่เคยระบาดข้ามพรมแดน น่าจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง






