ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จับกระแสความเคลื่อนไหว ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการสอบสวนคดีอาญาได้อย่างหนึ่ง
+++ กระแสที่ว่าล้วนเกี่ยวข้องกับ "พยาน-หลักฐาน" ทั้งสิ้น ซึ่งสื่อความหมายหลายนัยให้ได้ขบคิดกันอยู่ไม่น้อย
+++ เริ่มด้วยคำว่า "พยาน" จากปากหัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดถึง "ปลัดกระทรวงกลาโหม" ที่ คสช.ตั้งให้เข้าไปนั่งเก้าอี้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติครั้งล่าสุดว่า ที่ตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมเข้าไปนั้นก็เพื่อเป็น "ประจักษ์พยาน" ในการตรวจสอบความโปร่งใสเท่านั้น และถือว่าไปช่วยกันในการทำให้องค์กรโปร่งใสขึ้น สร้างความเชื่อมั่น เชื่อถือให้กับประชาชนในการขับเคลื่อนกฎหมายในอนาคต
+++ หลักใหญ่ใจความฟังได้ว่าให้ความสำคัญกับเรื่อง "แต่งตั้งโยกย้าย" เป็นสำคัญ ทั้งที่จริงแล้ว ก.ต.ช.มีหน้าที่หลักและหน้าที่ทั่วไปตามกฎหมายมากกว่านั้น เช่น กำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจ ออกระเบียบ ประกาศ หรือมีมติในเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการตำรวจ และวิธีปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามแบบแผนและนโยบายที่ ก.ต.ช. กำหนด เป็นต้น
+++ ดังนั้นการเข้ามาเพื่อเป็นเพียง "ประจักษ์พยาน" อาจไม่เพียงพอ เพราะหน้าที่ ก.ต.ช.มีมากกว่านั้น อีกทั้งสังคมกำลังคาดหวังเรื่องการ "ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม" ซึ่งตำรวจก็เป็นหน่วยงานแรกๆ ที่พวกเขาอยากเห็นการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
+++ จากประเด็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและตำรวจก็มีการพูดถึงปัญหาที่เกิดจากการสอบสวนรวบรวม "หลักฐาน" ในชั้น "สอบสวน" โดยเฉพาะ "การทำแผนประกอบคำรับสารภาพ" ที่ตำรวจมักนิยมทำเมื่อผู้ต้องหารับสารภาพนั้น "จำเป็น" หรือเป็น "หลักฐานสำคัญ" ในคดีหรือไม่ เพราะหลายๆ คดีเป็นการชี้แค่ว่า ก่อเหตุที่จุดนี้เฉยๆ ไม่ได้นำไปสู่หลักฐานสำคัญ เช่น ปืน ทรัพย์สิน แต่อย่างใด
+++ เมื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้วเราจะเห็นฉากการ "ขอขมา" ผู้เสียหาย หรือญาติผู้เสียหาย บางกรณีเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นถูก "รุมประชาทัณฑ์"
+++ ประเด็นนี้ทั้งตำรวจ กรรมการสิทธิมนุษยชน นักกฎหมาย ศาล มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่จำเป็น เพราะไม่ใช่พยานหลักฐานที่รับฟังว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง หนำซ้ำยังเป็นการละเมิดสิทธิผู้ต้องหาซึ่งเข้าข่ายความผิดทางวินัย อาญา และทางแพ่ง ขณะที่ตำรวจเองก็เคยออกคำสั่งห้ามไว้เช่นกัน
+++ อย่างไรก็ตามมีตำรวจบางท่านเห็นต่างว่า ทำได้ ไม่ได้ผิดระเบียบอะไร บางครั้งผู้ต้องหาเป็นผู้ร้องขอเองเสียด้วยซ้ำ ผู้เขียนเห็นว่าการที่ผู้ต้องหามาขอโทษ ขอขมานั้นไม่ได้เสียหายอะไร แต่ควรคำนึงถึง "กาลเทศะ" หรือ "ความควร-ไม่ควร" ด้วยมิใช่หรือ
+++ อีกความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับ "หลักฐาน" มาจากกระทรวงยุติธรรม นั่นคือการเสนอยกเครื่อง "สถาบันนิติวิทยาศาสตร์" และการเสนอให้ใช้ "กฎหมายว่าด้วยการตรวจพิสูจน์หลักฐานการเงินและการบัญชี" ลักษณะคล้าย "นิติวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลการเงิน" แต่ข้อเสนอด้านกฎหมายชิ้นนี้มีแนวคิดให้ "กองทัพ" เข้ามามีบทบาทร่วมสืบสวนได้ด้วย
+++ เห็นความเคลื่อนไหวของกองทัพในช่วงนี้แล้วทำให้นึกถึงคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นหัวหน้าคสช. ว่า “การใช้อำนาจต้องระมัดระวัง ยิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งต้องทำตัวให้เล็กลง” ขึ้นมาทันที...






