วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หมายเหตุจาก "ดงใหญ่"

การเผชิญหน้าระหว่างชาวบ้านกับ กอ.รมน. ที่ดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ในยุค คสช.

มีหลายคนเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่ดงใหญ่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ในยุค รสช.

ปลายปี 2534 "เสธ.เยิ้ม" อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 สมัยที่เป็น "ร.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร" ปฏิบัติหน้าที่รองหัวหน้าสำนักงานพัฒนาชายแดน กองกำลังสุรนารี รับผิดชอบโครงการจัดที่ทำกินให้กับราษฎรผู้ยากไร้ ได้นำกำลังผสมทหาร-อาสาสมัคร เข้าอพยพชาวบ้านห้วยเตยพัฒนา ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน

จึงเกิดเหตุปะทะกับชาวบ้าน ที่ไม่ต้องการโยกย้ายออกจากที่ทำกินดั้งเดิม และในเวลานั้น ได้เกิดขบวนการ "สมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน" ขึ้นมานำพาชาวบ้านต่อสู้เรียกร้องที่ทำกินให้กับเกษตรกรที่ยากไร้

ในข้อเท็จจริง 2 เหตุการณ์ดังกล่าว มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะความซับซ้อน และทับซ้อนของ "ตัวละคร"

การพยายามผลักดันชาวบ้านออกจากป่ารอบใหม่ เกิดขึ้นเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งฉบับที่ 64/2557 เรื่องการเร่งปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และฉบับที่ 66/2557 เรื่องการปราบปรามหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้

กอ.รมน.ภาค 2 จึงส่งเจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์เข้าไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ซึ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัย และทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ให้ย้ายออกจากป่า

ขณะนี้ยังเหลือชาวบ้านประมาณ 300 ครัวเรือน ใน 6 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มเสียงสวรรค์, กลุ่มเก้าบาตร, กลุ่มคลองหินใหม่, กลุ่มลำนางรองใหม่, กลุ่มบ้านตลาดควาย และกลุ่มป่ายางป่ามะม่วง ที่ยังไม่ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากป่า

ส่วนชาวบ้านบางกลุ่ม ต่อรองขอเก็บเกี่ยวผลผลิต เช่น มันสำปะหลัง ข้าว ในฤดูกาลเพาะปลูกนี้ก่อน และบางรายอ้างไม่มีบ้าน ไม่มีที่ทำกิน ซึ่งในกลุ่มนี้ทางราชการได้เตรียมพื้นที่ไว้รองรับแล้ว

เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ป่าดงใหญ่เป็นป่าดิบดงดำ และเป็นที่มั่นของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) เขตอีสานใต้ กอ.รมน.ภาค 2 จึงดำเนินนโยบาย "บ้านล้อมป่า" เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ จึงได้ร่วมกับกรมป่าไม้ จัดทำโครงการหมู่บ้านป้องกันตนเองตามแนวชายแดน (ปชด.)

โดยอพยพชาวบ้านที่กระจัดกระจายอยู่ในป่าดงใหญ่ มาอยู่ในพื้นที่ทำกินให้ใหม่

พร้อมกันนั้น กรมป่าไม้ ได้กันพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้นับหมื่นไร่ เพื่อให้เอกชนเช่าปลูกป่า จึงเป็นที่มาของสวนป่าโนนดินแดง ซึ่งจัดให้เอกชนเช่าปลูกป่าในราคาเพียงไร่ละ 10 บาทต่อปี

เอกชนที่ว่านั้น ก็มีทั้งกลุ่มทุนการเมือง และกลุ่มธุรกิจผลิตเยื่อกระดาษ ซึ่งได้ทำการปลูกยูคาลิปตัส ทดแทนป่าเสื่อมโทรม อันเนื่องมาจากการทำไร่เลื่อนลอย

ครั้นอายุสัมปทานปลูกยูคาลิปตัสสิ้นสุดลง ชาวบ้านจึงเข้าจับจอง และยื่นข้อเสนอต่อทางการ โดยชาวบ้านมีความเห็นต่างกันหลายกลุ่ม

บางกลุ่มขอให้กรมป่าไม้ ออกเป็น สทก.บ้าง ส.ป.ก.4-01 บ้าง ให้จัดแบบโฉนดชุมชนบ้าง แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันคือ ไม่ต้องการให้บริษัทเอกชนเช่าพื้นที่ต่อ และให้จัดพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ทำกินให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านได้เรียกร้องให้ทางรัฐบาลสมัยนั้น ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแนวทางของตน แต่ กอ.รมน.ภาค 2 ยังยืนกรานให้ชาวบ้านออกจากป่าดงใหญ่

13 พฤษภาคม 2554 "เสธ.อ้อ" นายทหารประจำ กอ.รมน.ภาค 2 ร่วมกับสมาชิกสภาประชาชน 4 ภาค หลายพันคน ได้เข้าไปยึดพื้นที่ ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่หมดสัญญาเช่าของบริษัทเอกชน โดยอ้างว่า พวกเขาจะปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

จึงเกิดการปะทะกับสมาชิกบ้านเก้าบาตร และสุดท้ายกองกำลังผสมทหารกับสภาประชาชนฯ ก็ถอนกำลังออกมา

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ขอให้รัฐบาล และ กอ.รมน.ภาค 2 แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมา เครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ เรียกร้องมาโดยตลอด ไม่ให้ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และขอให้หยุดการใช้ความรุนแรงกับชาวบ้านทุกกลุ่มในพื้นที่ เนื่องจากชาวบ้านต้องการเพียงที่ดินทำกินเท่านั้น

แปลกแต่จริง! หนังม้วนเก่าเรื่อง "ทหารกับชาวบ้าน" กลับมาฉายซ้ำ และมักจะฉายในสถานการณ์รัฐประหาร ยามที่คลื่นลมการเมืองของนักเลือกตั้ง สงบสงัด!