วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"5บิ๊ก ปตท."พันซื้อที่ดิน สวนปาล์มอินโดฯ

ใครจะเชื่อว่าเมื่อ 7-8 ปีก่อน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีความคิดที่จะออกไปสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

ให้กับประเทศ ด้วยการออกไปหาพลังงานทดแทน ด้วยการไปลงทุนปลูกปาล์มในประเทศอินโดนีเซีย อาจเป็นเพราะยุคนั้นราคาน้ำมันแพง ทำให้ปตท.เห็นว่าถ้ามีพลังงานทดแทนเข้ามาเสริมศักยภาพได้ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีต่อองค์กรและประเทศชาติ

แต่ด้วยกฎหมายของอินโดนีเซียได้จำกัดพื้นที่ปลูกปาล์มไว้บริษัทละไม่เกิน 125,000 ไร่ หลายบริษัทมักเข้าไปจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อขอสัมปทานเพิ่ม สำหรับ ปตท.เข้าไปทำธุรกิจปาล์มภายใต้บริษัทปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่หรือPTT.GEว่ากันว่าบริษัทนี้มีการจดทะเบียนขึ้นในประเทศสิงคโปร์มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 40 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 942.5 ล้านบาท โดย ปตท.ถือหุ้น 100% เพื่อเป็นตัวแทนในการลงทุนโครงการพัฒนาธุรกิจปาล์มและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย รองรับความต้องการในตลาดโลก

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าที่จังหวัดกาลิมันตันปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ ได้รับใบอนุญาตครอบครองสิทธิ์ปลูกปาล์มอยู่ประมาณ 1 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ดูเหมือนว่ามีการปลูกปาล์มไปแล้วไม่น้อยกว่า1.4 แสนไร่ ส่วนที่เมืองปอนติอานักมีพื้นที่อีกไม่ต่ำกว่า 87,500 ไร่ พื้นที่ปลูกปาล์มที่ ปตท.เข้าไปดำเนินการเรียกว่าไม่น้อยทีเดียว

จากนั้นเมื่อประมาณปี 2550 ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ ได้เข้าไปซื้อกิจการPT Mitra Aneka ReZekiหรือPT.MARใช้เงินไปราวๆ14.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยคงจะอยู่ที่ราวๆ 400 กว่าล้านบาท เพื่อครอบครองหุ้นใหญ่บริษัทแห่งนี้

การเข้าไปทำธุรกิจในต่างประเทศของ ปตท.ฟังดูไม่น่าแปลกประหลาดอะไร หากเป็นการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับที่ ปตท.มีอยู่ ตรงกันข้ามกลับทำให้กิจการขยายออกไปนอกประเทศแบบยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าเป็นธุรกิจด้านพลังงานก็เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน เป็นเรื่องที่"น่ายกย่องอย่างยิ่ง"

แต่ใครจะเชื่อว่าสิ่ง ที่ปตท.ปล่อยให้บริษัทลูกออกไปทำธุรกิจต่างแดน มันเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น ฟังดูแล้ว"ขนหัวลุก"หรือไม่ก็แทบตกเก้าอี้ตายไปตามๆ กัน

ว่ากันว่างานนี้ ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ ไม่รู้คิดอะไร หรือมีแรงกระตุ้นอะไรนักหนา ถึงได้ไปกว้านซื้อที่ดินในอินโดนีเซียถึง 5 แปลง ว่ากันว่าพื้นที่นับล้านไร่ เพื่อหวังที่จะปลูกปาล์ม ผู้เกี่ยวข้องคงจะคิดว่าอยากให้ ปตท.เป็นรายใหญ่ในการปลูกปาล์มที่อินโดนีเซีย

แต่ที่ประหลาดไปกว่านี้มีการตรวจพบกระทำการที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในหลายประเด็น อาทิ การเข้าไปซื้อที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ที่ดินน้ำท่วมถึงในบางแปลงบางแปลงก็พอจะใช้การได้อยู่

หนักไปกว่านี้ มีการตรวจพบการตั้งราคาซื้อที่ดินเกินกว่าความเป็นจริงไม่น้อยกว่า 35%แถมมีการตั้งราคาจ่าย"ค่านายหน้า"กันสนุกมือ มีค่าใช้จ่ายมากมายเรียกว่าแทบจะไม่ก่อประโยชน์อะไรกับปตท .เลย แต่ก็ปล่อยให้เกิดขึ้นได้ในช่วงที่ผ่านมา

งานนี้ใช้เงินลงทุนไปแล้วไม่น้อยกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เกือบครึ่งถูกใช้จ่ายกับการซื้อขายที่ดินและค่านายหน้า คำถามที่ตามมาคือการจ่ายค่าที่ดินปลูกปาล์มในราคาสูงลิ่ว จ่ายให้กับใคร?นายหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือใคร?

จริงๆ เรื่องนี้มีการตรวจสอบกันมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบความผิดแบบไม่สามารถให้อภัยได้เส้นทางเงินที่ถูกแจกจ่ายไปยังใครบ้างก็ออกมาแล้วสำคัญยิ่งเรื่องนี้ถูกส่งไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)แล้ว แว่วๆ มาว่างานนี้มีระดับบิ๊กไม่ต่ำกว่า 5 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิด ยังไม่นับลิ่วล้ออีกนับสิบที่คอยเป็นมือรับใช้

ฉะนั้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ประธานบอร์ด ปตท.ต้องหาคำตอบให้ได้พร้อมๆ กับหาผู้รับผิดชอบที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการนี้

ที่สำคัญต้องสร้างความกระจ่างต่อการใช้เงินลงทุนที่มีนอกมีในให้เกิดขึ้นเสียที อย่าปล่อยให้ใครก็ได้ไปวิ่งเต้นเพื่อปกป้องการกระทำผิดของตัวเองอีก ไม่เช่นนั้นกองทุนต่างประเทศที่เขาสนใจจะเข้ามาลงทุนหุ้นใน ปตท. เขาก็จะตราหน้าได้ว่า ปตท.ไม่สุจริต ไม่ขอลงทุนอีกเลย