วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้ม ครม.ใหม่

คสช.กำลังก้าวเดินเข้าไปสัมผัสกับ "งานยาก" ที่ไม่ง่ายเหมือนปอกกล้วยในห้วง 1 เดือนแรก

หลังเข้าควบคุมอำนาจการปกครอง โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ และมีผู้มี"ส่วนได้"กับ"ส่วนเสีย"เป็นจำนวนมากไม่แพ้กัน

การตั้งบอร์ดใหม่ ปตท.ที่มีกระแสต้านคือตัวอย่างที่ดี...

นี่เองจึงนำมาสู่ข่าวคราวลึกๆ ในกลุ่มที่เพิ่งสูญเสียอำนาจ ว่ามีจดหมายจากคนแดนไกลสั่งให้เตรียมความพร้อมเพื่อดีเดย์เคลื่อนไหวหลัง คสช.ส่งไม้ต่อให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่

จะเห็นได้ว่าจุดโฟกัสที่สำคัญหลังจากนี้มีอีก 2-3 จุดที่จะก่อ"จุดเปลี่ยนทางการเมือง"ได้ไม่ยาก

หนึ่ง คือ โฉมหน้าของคณะรัฐบาล

สอง คือ โฉมหน้าของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สาม คือ โฉมหน้าของสภาปฏิรูป

ทั้งสามองคาพยพนี้ ถ้าตั้งแล้วไม่โดนใจหรือไม่ดีพอ กระแสวิจารณ์จะหนาหูขึ้น และหากมีอะไรผิดพลาดในอนาคต อาจถึงขั้นสะดุดขาตัวเอง แล้วทำให้สิ่งที่ทำมา"เสียของ"ได้ง่ายๆ

การรัฐประหารเมื่อปี 49 เป็นตัวอย่างที่ควรศึกษา โดยเฉพาะการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)

แม้คนใน คสช.จะระบุอยู่บ่อยๆ ว่าเร็วไปหากจะพูดถึงโฉมหน้า ครม.ใหม่ในช่วงนี้ เพราะยังมีเวลาอีกหลายเดือน แต่แท้ที่จริงมีความเคลื่อนไหวภายในด้วยการวางตัวบุคคลเอาไว้อย่างน้อย 3 กลุ่ม คือ

1.กลุ่ม ผบ.เหล่าทัพ ที่จะเกษียณอายุราชการพร้อมกันในวันที่ 30 ก.ย.ที่จะถึงนี้ ประกอบด้วยพล.อ.อ.ประจิน จั่นตองผบ.ทอ.ซึ่งรับผิดชอบเป็นหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัยผบ.ทร.ซึ่งรับผิดชอบเป็นหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช. และพล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาประกรผบ.ทสส.ซึ่งรับผิดชอบหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง คสช. รวมทั้งพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้วผบ.ตร.ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมบริหารของ คสช.เช่นกัน

ทั้ง 4 คนนี้เชื่อว่าน่าจะมีตำแหน่งแห่งที่ใน ครม.ชุดใหม่ เพราะมิฉะนั้นจะ"ขาลอย"หลุดจากวงจรอำนาจเนื่องจากเกษียณอายุราชการพร้อมกันหมด ประกอบกับให้เป็นเกียรติและตอบแทนที่ได้ร่วมเป็นร่วมตายยึดอำนาจการปกครองกันมาเพื่อนำพาบ้านเมืองฝ่าวิกฤติครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่ง

2.กลุ่มที่ปรึกษา 10 อรหันต์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ตั้งเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งประกอบด้วยนายทหารรุ่นพี่และรุ่นเพื่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อมือ เชื่อใจ เช่นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณหรือ"บิ๊กป้อม"พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาหรือ"บิ๊กป๊อก"พี่รอง และพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณหรือ"บิ๊กหนุ่ย"เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12

นอกจากนั้นยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นายณรงค์ชัย อัครเศรณีและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอย่างนายวิษณุ เครืองาม

กลุ่มที่ปรึกษา 10 อรหันต์นี้ น่าจะมีบางคนที่แปรสภาพแต่งตัวเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรีใน ครม.ที่รับไม้ต่อจาก คสช.

3.กลุ่มที่ทาบทามเข้ามาใหม่ มีทั้งโควต้าของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เล็งบุคคลประเภท"ดี-เด่น-ดัง"เอาไว้ และพวกที่จะได้รับการต่อสายเชิญเข้ามาผ่านทางกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ซึ่งบุคคลที่ได้รับการจับตามอง ก็เช่นนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้านายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัยอดีตว่าที่ประธานวุฒิสภา เป็นต้น

นอกจากนั้น กลุ่มที่มองข้ามไม่ได้เลยก็คือกลุ่มข้าราชการและอดีตข้าราชการ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เคยประกาศจุดยืนเอาไว้ชัดเจนว่า ข้าราชการจะร่วมมือกันพลิกฟื้นประเทศให้กับประชาชนคนไทย รวมทั้งกลุ่ม"เทคโนแครต"ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งบางส่วนน่าจะมาจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้โฉมหน้า ครม. คือ การถ่ายโอนอำนาจจาก คสช.ไปสู่ ครม. ซึ่งจำเป็นต้องปิดจุดอ่อนจากสมัยรัฐประหารเมื่อปี 49 คือจะไม่ถ่ายโอนอำนาจไปจนเกลี้ยง แต่จะใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดบทบาทอำนาจของ คสช.ให้สามารถถ่วงดุล กำกับ ควบคุมการทำงานของรัฐบาลได้ระดับหนึ่ง

ส่วนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีโอกาสสูงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจนั่งเอง ขณะที่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.ขึ้นกับการตัดสินใจว่าจะ"เป็นต่อ"หรือเปิดทางให้"น้องรัก"ที่ไว้ใจ!