วัยรุ่นกับเทคโนโลยี

วัยรุ่นกับเทคโนโลยี

โทรศัพท์มือถือประเภท Smartphone กลายเป็นปัจจัยที่ห้าที่ชีวิตคนในเมืองไม่สามารถขาดหายไปได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นที่ปัจจุบันเริ่มใช้โทรศัพท์ประเภท Smartphone กันอย่างคล่องแคล่วตั้งแต่ชั้นประถมต้น ท่านผู้อ่านรวมทั้งผมที่ใช้ Smartphone กันจนกลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายนั้น เคยสงสัยไหมครับ จริงๆ แล้ววัยรุ่นนั้นเขามีพฤติกรรมในการใช้เทคโนโลยีเหมือนกับพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่หรือไม่? แล้วท่านลองสังเกตไหมครับว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่เหล่านี้ ทำให้พฤติกรรมของวัยรุ่นในปัจจุบันต่างจากยุคของพวกเราอย่างไร (ขอนิยามวัยรุ่นในที่นี้ไว้ว่าเป็นกลุ่มที่อายุไม่เกิน 20 นะครับ สำหรับท่านที่อายุเกินแต่ใจยังวัยรุ่นอยู่นั้นไม่นับครับ)

ด้วยความอยากรู้ถึงพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของวัยรุ่น ก็เลยคอยสังเกตและสอบถามจากวัยรุ่นสองคนในบ้าน รวมทั้งจากบรรดาลูกศิษย์ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งอาจจะไม่สะท้อนภาพวัยรุ่นทั้งหมดในประเทศ แต่ก็น่าจะทำให้เห็นอีกมุมมองที่แตกต่างได้ครับ

เรื่องแรกเป็นพฤติกรรมในการเล่น Line โปรแกรม Chat ยอดนิยมในประเทศไทย ที่ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ใช้ Line มากเป็นอันดับสองของโลก สำหรับผู้ใหญ่ทั่วๆ ที่ชอบเล่น Line นั้น นอกเหนือจากใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคลแล้ว ยังเป็นกลไกสนทนาและแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพวก Group ต่างๆ เราจะแชร์ แบ่งปัน ส่งข่าวสารที่ก๊อบปี้มาจากแหล่งอื่นๆ มีการส่งภาพดอกไม้ ข้อคิดทางด้านธรรมะ รวมถึงลิงค์ภาพและวีดิโอเพื่อแบ่งปันกันในกลุ่ม แต่สำหรับวัยรุ่นที่ได้ไปสอบถามมานั้น Line นั้นเพื่อแอพสำหรับการสื่อสารจริงๆ ครับ ใน Line Group ของบรรดาวัยรุ่นนั้น เขาจะเน้นพูดคุยและสื่อสารกันจริงๆ การแชร์ แบ่งปัน ส่งภาพ ลิงค์ รูป คลิป นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมาที่มีการแชร์ข้อความต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเมืองผ่านทาง Line นั้นส่วนใหญ่จะเป็นของกลุ่มที่เลยวัยรุ่นมาทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมอีกประการที่น่าสนใจครับนั้นคือภาษาที่วัยรุ่นใช้ในการสื่อสารกันในไลน์ สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะมีทางเลือกอยู่สองภาษาคือไทย และอังกฤษ แต่สำหรับวัยรุ่นบางกลุ่มจะเน้นภาษาคาราโอเกะในการสื่อสารกันครับ เช่นประโยคที่ว่า “Ja thueng leaw tae train mun stop aa kub” ท่านผู้อ่านลองอ่านและเดาดูนะครับว่าวัยรุ่นเขาเขียนว่าอะไร?

เรื่องที่สองคือการใช้อีเมลครับ เคยได้ยินวัยรุ่นคุยกับวัยผู้ใหญ่ว่าส่งไลน์ไปให้แล้ว ซึ่งผู้ใหญ่ก็บอกว่าได้รับไลน์แล้ว แต่ให้ส่งอีเมลมาให้อีกที วัยรุ่นก็หงุดหงิดและสงสัยว่าทำไมต้องส่งอีเมลอีกในเมื่อไลน์ไปให้แล้ว? วัยรุ่นปัจจุบันจะใช้อีเมลในการสื่อสารน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่จะใช้บรรดาโปรแกรม Message / Chat ต่างๆ แทน ถามวัยรุ่นยุคปัจจุบันดูซิครับแล้วจะพบว่าคนในรุ่นนี้จะเปิดและเช็คอีเมลกันน้อยลง ลูกชายวัยรุ่นของผมบอกเลยว่าเช็คอีเมลนั้นคือเพื่อดูอีเมลที่โรงเรียนส่งมาเท่านั้นครับ

เรื่องที่สามคือแนวโน้มการใช้ Facebook ที่เริ่มลดน้อยลง ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวโน้มของวัยรุ่นทั่วโลกที่ใช้ Facebook น้อยลง (แต่ผู้ใหญ่มีแนวโน้มการเล่น Facebook มากขึ้น) จริงอยู่ที่วัยรุ่นปัจจุบันเกือบทุกคนเป็นสมาชิก Facebook อยู่ แต่จะพบว่าอัตราการโพสต์หรือการเข้าไปอ่านเรื่องราวของคนอื่นนั้นกลับน้อยลง คำถามต่อมาคือถ้าวัยรุ่นใช้ Facebook น้อยลง แล้ววัยรุ่นเขาไปโพสต์หรือเข้าไปเล่นอะไรแทน?

แอพฮอตฮิตอันหนึ่งของวัยรุ่นปัจจุบันก็หนีไม่พ้น Instagram ที่วัยรุ่นทั่วโลกต่างนิยมหันมาแสดงออกด้วยภาพกันมากขึ้น ซึ่งวัยรุ่นอาจจะมองว่าการแสดงออกหรือสื่อสารผ่านทางภาพนั้นจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากกว่าการเขียนหรือการอ่าน การดูรูปของเพื่อนๆ บน ig นั้นจะเป็นไปได้อย่างรวดเร็วกว่าการอ่านโพสต์ข้อความต่างๆ บน FB

นอกจาก ig แล้ว snapchat ก็เป็นอีกหนึ่งแอพยอดฮิตของวัยรุ่น (วัยรุ่นบางคนจะบอกว่าถึงปัจจุบัน snapchat นั้นเริ่มล้าสมัยแล้ว) สำหรับท่านผู้อ่านที่ไม่คุ้นกับ snapchat นั้น แอพนี้จะเป็นการถ่ายรูปหรือวีดิโอแล้วส่งไปให้กับเพื่อน แต่สำคัญคือรูปหรือวีดิโอนี้จะหายไปจากเครื่องภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้ใหญ่จำนวนมากก็จะไม่เข้าใจว่าทำไม snapchat ถึงฮิตกันนัก ในเมื่อรูปที่ส่งไปนั้นก็ดูได้อยู่แค่ไม่กี่วินาที แต่ snapchat นั้นเป็นที่ฮิตกันในหมู่วัยรุ่นทั่วโลก ถึงขั้นที่ Facebook เคยพยายามขอซื้อบริษัทแต่เจ้าของไม่ยอม สุดท้าย Facebook ก็พัฒนาแอพของตนเองชื่อ Slingshot เพื่อมาแข่งกับ snapchat

พอจะเห็นได้นะครับว่าถึงแม้ปัจจุบันเทคโนโลยีและ smartphone กลายเป็นปัจจัยที่ 5 สำหรับคนทุกวัยในเมืองใหญ่ แต่พฤติกรรมการใช้นั้นอาจจะมีความแตกต่างกันไป และดูเหมือนว่าพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีและ smartphone เหล่านี้จะสอดคล้องกันตามแต่ละช่วงอายุของผู้ใช้ครับ