วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ติดตามสื่อเสนอข่าว ต้องมีกติกาให้ชัด

กรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ

ในฐานะประธานคณะกรรมการ เพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ตั้งคณะทำงาน 5 ฝ่าย เพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และ โทรทัศน์ ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าการตั้งคณะทำงานดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะกลายเป็น "ภัยคุกคามสื่อ" เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าการติดตามการเผยแพร่ข้อมูลนั้นมีกฎกติกาอย่างไร

แน่นอนว่า คสช. อยู่ระหว่างการจัดระเบียบทางสังคมหลายๆ ด้าน และไม่ต้องการให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หรือ การเคลื่อนไหวต่อต้านเกิดขึ้น เพราะว่าอยู่ระหว่างการเดินหน้าเข้าสู่โรดแมพ 3 ขั้นตอน เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ภายใน 1 ปี โดยระหว่างนี้ คสช. ต้องการปฏิรูปบ้านเมืองในหลายๆ ด้าน ดังนั้น จึงไม่ต้องการให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่าง "ไร้เหตุผล" เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับสังคมไทยมาก่อนหน้านั้น ในช่วงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง

แต่ปัญหาในขณะนี้ คือ การตั้งคณะทำงานขึ้นมา ทั้ง 5 ชุด เพื่อตรวจสอบการเผยแพร่ข่าวสารในสื่อต่างๆ นั้น มีขอบเขตแค่ไหน และจะมีมาตรฐานอย่างไรในการตรวจสอบ เพราะว่าการให้อำนาจในการตรวจสอบที่กว้างขวางและขึ้นอยู่กับดุลยพินิจนั้น ก็เป็นความสุ่มเสี่ยงในการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ซึ่งการควบคุมสื่อในลักษณะที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น ได้พิสูจน์แล้วว่าแทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ แต่ในที่สุดแล้วก็กลายเป็นโทษ ทำให้ทุกอย่างลงใต้ดิน

การดูแลและตรวจสอบสื่อมวลชนล่าสุด ถือเป็นมาตรการล่าสุดที่ คสช. นำมาใช้ เพื่อสร้างความสมานฉันท์และปรองดองในสังคม โดยพยายามลดข้อมูลข่าวสารที่เห็นว่าอาจสร้างกระแสความขัดแย้งให้เกิดขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากมีการควบคุมมากเกินไป หรือเกินระดับที่คนจะรับได้ มาตรการที่เห็นว่าเป็นมาตรการที่ดีและสร้างความสงบให้เกิดขึ้น อาจส่งผลอีกด้านหนึ่ง และอาจจะทำให้กระแสความไม่พอใจเกิดขึ้นในหมู่ประชาชนขึ้นมาได้โดยง่าย หากทีมงานไม่มีความจัดเจนในกติกาที่ชัดเจน

มาตรการควบคุมสื่อในครั้งนี้ อาจเป็นช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งสำหรับ คสช. ดังที่ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเตือนไว้ว่าในช่วง 3 เดือนนับจากนี้ไปนั้น ถือเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังให้มาก และที่สำคัญการนำเสนอของสื่อปัจจุบัน ก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งในทางตรงกันข้าม สื่อต่างๆ ก็พยายามเสนอความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม และเป็นหน้าที่ตามจรรยาบรรณของวิชาชีพที่มีองค์กรวิชาชีพเป็นผู้กำกับดูแลอยู่แล้ว

เราเห็นว่า หาก คสช. ต้องการติดตามหรือตรวจสอบการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนนั้น ก็จำเป็นอย่างยิ่งต้องกำหนดขอบเขตให้ชัดเจน ดังที่กล่าวมาข้างต้น หากไม่มีการกำหนดขอบเขตกติกาการนำเสนอแล้ว ก็อาจเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างร้ายแรง และอาจตอกย้ำข้อกังวลของสหรัฐ ที่แถลงหลายครั้งว่ามีความกังวลต่อเรื่องการคุกคามสื่อมวลชนในประเทศไทย ดังนั้น คสช. ต้องชี้แจงให้ชัดว่าการตรวจสอบในครั้งนี้ มี "ความต่าง" จากการคุกคามตามที่ถูกตั้งข้อสงสัย...อย่างไร