วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"อียู-ดับเบิลยูทีโอ" ร่วมผลักดันความตกลงทางการค้าสินค้าสิ่งแวดล้อม

ในการประชุม World Economic Forum เมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

อียูและสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) อีก 13 ประเทศได้ประกาศเปิดการเจรจาความตกลงการค้าสินค้าสิ่งแวดล้อม จุดประสงค์หลักคือการกำจัดภาษีสินค้าสิ่งแวดล้อม โดยในชั้นต้นจะใช้สินค้าสิ่งแวดล้อม 54 ประเภท ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ในการลดภาษีสินค้าที่เข้าข่ายสินค้าสิ่งแวดล้อมเป็นพื้นฐานในการเจรจา การเจรจาการค้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมนี้ คาดว่าจะเริ่มในเดือนก.ค. 2557

การเจรจาความตกลงการค้าสินค้าสิ่งแวดล้อมหรือ Green Good Initiatives นี้ เป็นความตกลงแบบหลายฝ่าย (plurilateral) ของ 14 ประเทศสมาชิก WTO หากมีการตอบรับที่ดี การเริ่มต้นการเจรจาในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นการเจรจาความตกลงแบบพหุภาคี (multilateral) ในกรอบของ WTO ซึ่งครอบคลุมไม่เพียงแต่กลุ่มประเทศสมาชิก WTO ที่ริเริ่มเท่านั้นแต่ยังรวมถึงประเทศสมาชิก WTO ทั้งหมดด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความพยายามที่จะทำให้ความตกลงการค้าสินค้าสิ่งแวดล้อมนี้เป็นความตกลงที่พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ (living agreement) เพื่อสนองตอบกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคต อาทิ มีการเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เข้าไปในสินค้าสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในรายการ หรือ การเพิ่มบริการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอียูพยายามเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สิ่งแวดล้อมกับบริการสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน กล่าวคือ มีการบริการติดตั้ง หรือ ดูแลผลิตภัณฑ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการเสริมการเจรจาความตกลงการบริการสิ่งแวดล้อมที่หลายฝ่ายกำลังเจรจาอยู่

คณะกรรมาธิการยุโรปมองว่าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม หรือ Green Goods and Services นั้น มีความหลากหลาย ซึ่งครอบคลุมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น ผลิตภัณฑ์ช่วยบำบัดหรือกำจัดของเสีย หรือ ช่วยในเรื่องพลังงาน เช่น ผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น ตัวอย่างสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม อาทิ กังหันก๊าซ กังหันลม หม้อไอน้ำชีวมวล เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องจักรกลที่ใช้สำหรับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม บริการให้คำปรึกษาด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม บริการด้านวิศวกรรมในการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

นาย Karel De Gucht กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า ได้กล่าวว่า อียูมีความมุ่งมั่นเรื่องการเปิดเสรีการค้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันให้สมาชิกองค์การการค้าโลกสามารถเข้าถึงสินค้า เทคโนโลยี ที่ช่วยรักษาธรรมชาติและบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่มาพร้อมกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเจริญเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว (rapid urbanization) เกินกว่าทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่

การริเริ่มครั้งนี้ ถือว่าเป็นความร่วมมือด้านการค้าในการเดินหน้าต่อสู้กับความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวาระด้านการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth Agenda) ยิ่งไปกว่านั้น การเจรจาความตกลงทางการค้าสินค้าสิ่งแวดล้อม ยังเป็นการเคลื่อนไหวด้านนโยบายเพื่อตอบรับกับการเจรจาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวอีกด้วย

เมื่อปี ค.ศ. 2010 อียูได้ออกคู่มือเพื่อให้นักธุรกิจและนักการเมืองมีแนวทางในการประเมินวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้ European Platform on Life-Cycle Assessment จัดทำโดย คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว โดยเน้นเรื่องการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตลอดวงจรชีวิต รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการสิ่งแวดล้อม โดยอียูหวังให้ยุโรปเป็นภูมิภาคที่มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไร้มลภาวะมากที่สุดในโลก

สำนักงานสถิติยุโรป หรือ Eurostat ได้จัดทำรายงานเปรียบเทียบการเติบโตของสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมของอียูในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีสาระสำคัญว่าผลผลิตของสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมในอียูเติบโตขึ้นมากจากปี ค.ศ. 2000 ซึ่งมีมูลค่าเพียง 320 พันล้านยูโร (ร้อยละ 3.46 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของอียู) หลังจากนั้นอีก 10 ปี สินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 664 พันล้านยูโร (ร้อยละ 5.25 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของอียู) หรือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 50 โดยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นครอบคลุมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสะอาด และบริการสีเขียวด้วย

ปัจจุบันอียูได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อมขึ้นชื่อของโลก และเป็นผู้นำในการส่งออกและนำเข้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม อียูไม่ได้ผลักดันสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมเพียงต้องการที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อียูหวังผลในการสร้างงานด้วย โดยที่ผ่านมา การเติบโตและความต้องการในสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมทำให้มีตำแหน่งงานประจำเกิดขึ้นกว่า 4 ล้านตำแหน่ง หรือร้อยละ 40 จาก 10 ปีที่ผ่านมา เพราะแม้ว่าอียูจะประสบกับสภาวะเศรษฐกิจซบเซาระหว่างปี ค.ศ. 2007 - 2011 แต่อัตราการจ้างงานในสาขาสิ่งแวดล้อมกลับขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ในช่วงดังกล่าว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 57 คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าได้จัดทำแบบสอบถามและเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะจากกลุ่มผู้สนใจ แบบสอบถามแบ่งออกเป็นสองส่วนสำหรับ 1) บุคคลทั่วไปที่มีส่วนได้ส่วนเสีย 2) ภาคธุรกิจและกลุ่มสมาคม เพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกและนำเข้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมของตนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการจัดทำท่าทีและนโยบายการเข้าร่วมเจรจาเปิดเสรีสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม

แบบสอบถามในส่วนแรกสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีส่วนได้ส่วนเสีย แสดงให้เห็นว่าอียูต้องการข้อมูลด้านลำดับความสำคัญระหว่างการกำจัดกับการลดมาตรการภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีในการค้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้นิยามกับ “สินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม” ส่วนแบบสอบถามสำหรับภาคธุรกิจและกลุ่มสมาคม มุ่งเน้นการเก็บข้อมูลในเรื่องสถานการณ์การค้าสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมในอียู เช่น สินค้าสิ่งแวดล้อมที่อียูส่งออกและนำเข้ามากที่สุด ประเด็นที่เป็นอุปสรรค ประเทศคู่ค้า ประเทศคู่แข่ง และสินค้าหรือบริการใดบ้างที่ควรจัดเป็นสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อมโอกาสและเป็นประโยชน์

แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาความตกลงการค้าสินค้าสิ่งแวดล้อม แต่ไทยควรเร่งศึกษาและติดตามแนวคิดอียูและความเป็นไปได้ที่อียูจะนำมาใช้ในการเจรจาความตกลงทางการค้าระหว่างอียูกับไทยในอนาคต ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงความตกลงการค้าสินค้าสิ่งแวดล้อม ข้อห่วงกังวลของประเทศกำลังพัฒนา คือนิยามและขอบเขตของสินค้าและบริการสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความแตกต่างกันมากระหว่างประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว รวมไปถึงกระบวนการผลิต (Processes and Production Methods:PPMs) ซึ่งอียูเน้นการตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่การใช้วัตถุดิบ การบรรจุหีบห่อ กระบวนการทำลายซากเหลือ ไปจนถึงการส่งออก

ท่านสามารถดูแบบสอบถามได้ที่ http://trade.ec.europa.eu/consultations/index.cfm?consul_id=180