วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

โจทย์ สองในห้า

โจทย์ สองในห้า

ประมวลผลคะแนน เสร็จสิ้นเรียบร้อยลงแล้วค่ะ สำหรับโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญประจำปี 2557

ซึ่งเป็นปีที่ 9 ที่สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เป็นผู้จัดทำ ภายใต้การสนับสนุนจาก กลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

มีความเข้มข้น ตามกระแสสังคม ที่พบว่า เมืองไทยติดอันดับประเทศที่ปัญหาคอร์รัปชัน ที่ถูกเลื่อนอันดับขึ้น แปลว่า มีคอร์รัปชันชุกชุมขึ้น เมื่อมาตรการทางกฎหมายอ่อนแอ บวกกับการมีช่องว่าง ช่องโหว่ จึงมีความจำเป็นต้องใช้กลไกมาตรการทางสังคม เข้ามาแทรกแซง ให้ได้อายทั่วพารา แต่หากเจอ “อย่างหนา” ก็ต้องช่วยกันกะเทาะ แล้วล่ะ

สมาคมฯ จึงได้รับมอบหมาย “โจทย์” ฝากเป็น คำถามหลักที่จะลุกขึ้นถามซีอีโอ ของทุกบริษัทจดทะเบียน อย่างเป็นทางการ แต่เพียงเจ้าเดียว จาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ IOD และมีการบันทึกข้อมูล กำกับไว้ในการประมวลผลคะแนน แล้ว เช่นกัน

โครงการฯ ดังกล่าว มีความสำคัญอย่างไร ดิฉันขอขยายความ เล่าสู่กันฟัง และเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาวโลก กำลังเพ่งมอง มายังประเทศของเรา ด้วยข้อหา แจ้งว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นเผด็จการทหาร จะตัดความช่วยเหลือ จะระงับรายการค้าขาย และอื่นๆ มั่งล่ะ ฟังแล้วน่ากังวลใจ แต่หากมานั่งวิเคราะห์ อย่างช้าๆ ย้อนเทป แล้วคิดตาม จะแจ่มแจ้งว่า เป็นหนังภาคต่อ ที่สาวแล้วดึง มาจากรากเดียวกัน

หากประเทศมีประชาธิปไตยแล้วมีการได้มาซึ่งนักการเมือง ที่ไม่ได้เห็นแก่ประเทศชาติ มีการตั้งหน้าตั้งตากอบโกย จนมีกรณี การตั้งคำถาม เรื่องคอร์รัปชันครั้งมโหฬาร เสียหายจากโครงการจำนำข้าวนับแสนล้าน ยังจะมีประเทศไหนที่นิ่งดูดาย ไม่ลุกขึ้นมาปัดกวาดประเทศตัวเองมั่งไหม และหากเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม อาจกว้านท้อง ตัวเองไปแล้ว คงไม่มีหน้าออกมาเดินชอปปิง ให้ทันสมัยในห้างใหม่ที่เพิ่งใหม่เปิดใจกลางเมือง เฉิบ เฉิบ หรอกนะคะ

ไม่เป็นประชาธิปไตย หาใช่ว่าจะพัฒนาประเทศชาติไม่ได้ ดูอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน นั่นปะไร สังคมนิยมใช่ไหม เศรษฐกิจ ยังเติบโต “หยวน” กำลังจะกลายเป็นเงินสกุลหลักของโลก อยู่รอมร่อ

วกกลับมามองพัฒนาการของภาคเอกชน ผ่านการประเมินด้านหลักการธรรมาภิบาล อันเป็นหนึ่งในภูมิคุ้มกัน ให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างยั่งยืนถาวร เกณฑ์หลักๆ ที่ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย - ADB นำมาใช้ประเมิน มี 5 ข้อ ได้แก่ ด้านสิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน การยึดโยงกับทุกฝ่ายที่มีผลประโยชน์ร่วม การเปิดเผยข้อมูลและความรับผิดชอบของกรรมการบริษัท

คะแนนการประเมิน ที่ประกาศออกมา จะสร้างความน่าเชื่อถือ ด้านการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุนไทย คล้ายๆ กับการต้องมี ISO ของสินค้าประเภทอุตสาหกรรม แต่นี่เป็นสินค้าบริการทางการเงิน หนึ่งในดัชนีชี้วัดระดับประเทศ คือ คะแนนจากการประเมิน ที่เรารู้จักกัน ในชื่อว่า ASEAN CG SCORECARD ประเมินคะแนนกันใน 6 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และ เวียดนาม

ดิฉันขอขยายความว่า สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เข้าไปเกี่ยวข้อง กับ เรื่องนี้อย่างไร ….

มีคำอธิบายสั้นๆ ฟังง่ายๆ คือ จากการส่งอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น เข้าไปร่วมประชุม ประเมินคะแนน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ สองในห้าส่วน คือ ด้านสิทธิของผู้ถือหุ้น และการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้น นำส่งผลคะแนน เพื่อนำไปประมวล ตามระบบสากล แล้วก็รอ ลุ้น ฟังผลคะแนนว่าประเทศไทยจะมีคะแนนอยู่ในลำดับ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอีกห้าประเทศ

ล่าสุด เมื่อ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทาง IOD มีการประกาศผลคะแนน ASEAN CG SCORECARD ประจำปี 2013/2014 พบว่า ประเทศไทยยังคงรักษาระดับคะแนนเป็นอันดับหนึ่งไว้ได้ที่ร้อยละ 75.39 ในขณะที่ อีกสองประเทศมีคะแนนวิ่งจี้ตามมาอย่างมีนัยสำคัญ คือ มาเลเซียและสิงคโปร์ ด้วยคะแนน 71.69 และ 71.68 ตามลำดับ

กลับเข้ามาดูคะแนน การประเมินของโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญประจำปี 2557 พบว่า คะแนนค่าเฉลี่ยยกระดับสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า และมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนสามารถทำคะแนนเต็มร้อย มากจำนวนขึ้น สมาคมฯ ได้ทำการส่งผลคะแนนการประเมิน กลับไปแจ้งผลกับบริษัทจดทะเบียนทุกแห่งแล้ว ซึ่งจะมีเพียงผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินเท่านั้น ที่จะล่วงรู้ข้อมูลคะแนนนี้ เพราะการประกาศผล อย่างเป็นทางการจะเป็นการแสดงคะแนนเป็นกลุ่มและมอบเหรียญ กำกับไว้ให้คือ 5 เหรียญ 4 เหรียญ และ 3 เหรียญ ตามลำดับ ติดตามได้ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ ของสมาคมฯ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป ค่ะ

ส่วนประเด็น คำตอบของผู้บริหาร ที่มีต่อเรื่องนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน พบว่ามีความละเอียดอ่อน จากอ่อนน้อย ไล่ระดับตามทัศนคติไปจนถึงอ่อนมาก ดิฉันจึงจะขอเว้นวรรค เคาะ เคาะ เพราะรู้ความนัยระหว่างกัน ดิฉันขอกลับมาเคร่งครัดกับนโยบายของท่านนายกสมาคมฯ - คุณมงคล ลีลาธรรม ที่แถลงต่อสมาชิกไว้ว่า สมาคมฯจะทำงานแบบให้กำลังใจพี่ๆ บริษัทจดทะเบียนทุกแห่ง เมื่อทำดี มีคนเห็น ยกย่อง ชื่นชม มอบรางวัล ให้ทำดีต่อไป ดุจเกลือรักษาความเค็ม และเป็นกำลังใจ ลงมือช่วยบางแห่ง ที่มีความพยายามในการทำดีร่วมกัน เรียกว่า กิจกรรม “ติวเข้มให้เต็มร้อย” เพราะสมาคมฯ ประสงค์อยากให้บริษัทจดทะเบียนทุกแห่งทำคะแนนเต็มร้อยในโครงการนี้ อันจะมีส่วนช่วยให้ภาพพจน์ของประเทศชาติดียิ่งๆ ขึ้น ในสายตาของคู่ค้า-นักลงทุนจากทุกประเทศ

เมื่อมี “โจทย์” มา และตอบ “โจทย์” ไป ทำ-พูด ในวิชาชีพแห่งตน สมการสองข้าง สมดุล พลเมืองไทย พลเมืองโลก ย่อมอยู่กันอย่างร่มเย็น เป็นสุข จริงไหมคะ….

มีข่าวมาบอก : ขณะนี้ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เปิดรับสมัคร “อาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น” รุ่นที่ 14-15 เพื่อเตรียมการรองรับ สำหรับปี 2558 ขอเชิญทุกท่านมาร่วมทำงานแบบ "จิตอาสา" ร่วมกัน รับสมัครจนถึง 30 มิถุนายน นี้ รีบคลิกไปที่ www.thaiinvestors.com หรือ โทร. 02 359 1196, 02 359 1255