วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปราบคอร์รัปชัน ต้องเริ่มด้วยมาตรการที่ทำได้ทันที

ขณะที่มีคำถามจากหลายฝ่าย ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีแนวทางการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างไร

ก็มีคำสั่ง “แก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ” ออกมา เหมือนจะยืนยันว่าประเด็นนี้ ต้องอยู่ในอันดับต้นๆ ของการแก้ปัญหาบ้านเมืองเช่นกัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้มีคำสั่ง คสช. ที่ 69/2557 มี 5 ข้อ คือ

1.ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐกำหนดมาตรการ หรือแนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบได้

2.ในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือพบเหตุอันควรสงสัย ว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบทั้งในฐานะตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนให้หัวหน้าส่วนราชการ และหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ภายใต้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และ พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ประกอบกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล โดยให้บังคับใช้มาตรการทางวินัย มาตรการทางปกครองและมาตรการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว

3.ในกรณีที่มีการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ในการควบคุม กำกับดูแล การดำเนินงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด

4.กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการตามข้อ 2 และ ข้อ 3 ให้ถือเป็นความผิดทางวินัยหรือความผิดทางอาญา แล้วแต่กรณี

5.ให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ดำเนินการแสวงหา รวบรวม และดำเนินการอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในการที่จะทราบรายละเอียด และพิสูจน์เกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งติดตาม เร่งรัดผลการดำเนินงานตามข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 และ ข้อ 4 และรายงานผลการปฏิบัติพร้อมทั้งเสนอความเห็นให้ คสช.ทราบ และพิจารณาอย่างต่อเนื่อง

คำสั่งนี้จะมีผลอย่างจริงจังก็ต่อเมื่อจะต้องมีการลงรายละเอียดอย่างชัดเจน เช่น มีการดำเนินการที่จะให้ความผิดเรื่องคอร์รัปชัน “ไม่มีอายุความ” และความผิดนั้นจะต้องเรียกชดเชยจากทายาทได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังควรจะต้องพิจารณาตามที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เสนอเอาไว้สำหรับมาตรการ “ที่ทำได้ทันที” เช่น

1. แก้ปัญหาเรียกรับสินบนในการออกใบอนุญาต ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักธุรกิจมาช้านานแล้ว เช่น ใบ ร.ง. 4 ใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน ใบอนุญาตประกอบการต่างๆ โดยนำร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. .... ที่สำนักงานกฤษฎีกาได้ร่างไว้แล้ว และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันได้เสนอแนะข้อแก้ไขไปแล้วออกมาประกาศใช้

2. แก้ไขปัญหาที่ต้นตอและช่วยให้มาตรการอื่นๆ ปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับปรุง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่ง TDRI มีการศึกษาแนวทางไว้พร้อมแล้ว

3. แก้ปัญหาประชาชนโดนเอารัดเอาเปรียบ ด้วยการตรา พ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ....ที่ผ่านกรรมาธิการร่วมของรัฐสภาชุดล่าสุดไปแล้ว และเป็นการตรากฎหมายตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2550

4. สร้างมาตรการทางกฎหมายติดตามจับกุมลงโทษคนโกงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำร่างกฎหมาย 3 ฉบับ ที่กระทรวงยุติธรรมได้ร่างไว้และเคยเสนอเข้า ครม. แล้วสองครั้ง เพื่ออนุวัตตามอนุสัญญา UNCAC 2003 เช่น อายุความ การติดตามตัวผู้ร้ายข้ามแดน การติดตามคืนและริบทรัพย์สินที่ได้มาจากการคอร์รัปชัน เป็นต้น

5. สร้างความไว้วางใจและมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ โดยการทำ Integrity Pact ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่พิสูจน์ว่าได้ผลมาแล้ว

6. รัฐต้องเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการโกงกินด้วยการให้งบประมาณ เพื่อการรณรงค์ทางสื่อสาธารณะอย่างมียุทธศาสตร์และต่อเนื่อง อย่างน้อย 5 ปี โดยให้องค์กรวิชาชีพภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช.

7. ให้การสนับสนุนโครงการสร้างมาตรฐานที่โปร่งใส ในกระบวนการให้บริการของภาครัฐ (Service Level Agreement หรือ SLA) เพื่อลดความเสี่ยงการทุจริตและการเรียกสินบนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งสำนักงาน ก.พ.ร. กำลังขับเคลื่อนอยู่

8. แก้ปัญหาคอร์รัปชันในรัฐวิสาหกิจอย่างจริงจัง ด้วยการทำให้เป็นองค์กรของมืออาชีพ มีคณะกรรมการที่มีความรู้ความสามารถ เป็นอิสระ เพื่อป้องกันการแทรกแซงของนักการเมือง และมีมาตรฐานการบริหารจัดการ (Corporate Governance) ไม่น้อยไปกว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

เวลาเหลือน้อย ปัญหาหนักหนา รอต่อไปไม่ได้...แล้วครับ