พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิต ซึ่งร้อยละ 80 ผลิตมาจากเชื้อเพลิงปิโตรเลียม
โชคดีที่บ้านเรามีแหล่งปิโตรเลียมและผลิตได้เองจำนวนหนึ่ง แม้จะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ แต่ที่ผลิตได้เองนี้ส่วนใหญ่เป็นก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นของดีราคาถูก สามารถนำมาพัฒนาต่อยอด สร้างงาน สร้างรายได้ ทำให้ประเทศชาติพัฒนา เจริญก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง
ปิโตรเลียมที่อยู่ภายใต้พื้นดิน ไม่ได้เป็นสมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง แม้ว่าจะพบอยู่ภายในสวนหลังบ้านเรา เราก็ไม่มีสิทธินำขึ้นมาใช้ประโยชน์เองได้ ผู้ที่จะนำปิโตรเลียมมาใช้ประโยชน์ได้ ต้องได้รับสัมปทานปิโตรเลียมจากรัฐ ซึ่งความจริงมันก็ไม่ได้พบเจอกันง่ายๆ ต้องทำการสำรวจหา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และกว่าจะนำปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย ที่สำคัญคือธุรกิจนี้มีความเสี่ยงสูงมาก แต่ก็เป็นธุรกิจที่มีกำไรสูงด้วยเช่นกันหากประสบความสำเร็จ
การให้สัมปทานปิโตรเลียม เพื่อให้สิทธิบริษัทน้ำมันที่มีคุณสมบัติ เข้ามารับความเสี่ยงสำรวจหาปิโตรเลียมแทนรัฐ ผ่านขั้นตอนการประมูล ใครเสนอปริมาณงานสำรวจ และปริมาณเงินลงทุนสำรวจ มากกว่า อย่างมีเหตุผลจะเป็นผู้ชนะ ได้รับสัมปทานไปโดยจะต้องทำการสำรวจตามปริมาณงานและเงินที่ได้ยื่นเสนอมา เรียกว่าข้อผูกพัน และต้องทำสัญญากับรัฐโดยมีเงินค้ำประกัน ซึ่งจะถูกยึดถ้าไม่ทำตามข้อผูกพัน
ในกรณีสำรวจไม่พบตามเงื่อนไขเวลาที่กำหนดจะต้องคืนสัมปทานกลับมาให้รัฐพร้อมข้อมูลการสำรวจทั้งหมด ในกรณีสำรวจพบในเชิงพาณิชย์ ผู้รับสัมปทานจะได้รับสิทธิผลิต เก็บรักษา ขนส่ง และขาย ตามกฎ กติกา ที่บัญญัติไว้ ในพระราชบัญญัติปิโตรเลียมและกฎกระทรวง ที่ผู้รับสัมปทานต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น ก่อนการผลิตต้องได้รับอนุมัติกำหนดเป็นพื้นที่ผลิต ก่อนการติดตั้งอุปกรณ์การผลิตต้องแจ้งข้อมูลรายละเอียด ก่อนการขายปิโตรเลียมต้องได้รับอนุมัติจุดซื้อขาย ก่อนการขายก๊าซต้องทำความตกลงราคากับคณะกรรมการปิโตรเลียม ต้องรายงานข้อมูลต่างๆ ตามที่รัฐต้องการ หากรายงานข้อมูลเท็จถือว่าผิดกฎหมายจะถูกยึดสัมปทานได้ เป็นต้น หมายถึงรัฐ ควบคุม ดูแล ตรวจสอบได้ ในทุกขั้นตอน และเมื่อแปลงสัมปทานหมดอายุ ทรัพย์สินหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์จะตกเป็นของรัฐ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในกรณีที่สัมปทานยังมีศักยภาพปิโตรเลียมเหลืออยู่ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ที่รัฐไม่ต้องการ ผู้รับสัมปทานมีหน้าที่ต้องรื้อถอนออกไป
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมรัฐไม่ทำเสียเอง....ในอดีตรัฐเคยลงทุนทำเองมาแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากขาดความรู้ ขาดเทคโนโลยีและแหล่งเงินทุน ตัวอย่างการเจาะหลุมในภาคอีสานหนึ่งหลุมต้องใช้เงินไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท ถ้าเจาะแล้วไม่พบปิโตรเลียม ใครจะรับผิดชอบ จะเอาเงินภาษีของประชาชนไปละลายลงดินคงไม่ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 20 ในปี 2550 รัฐออกสัมปทานฯให้ผู้รับสัมปทานไปจำนวน 24 สัมปทาน 28 แปลงสำรวจ ผ่านมาเกือบ 7 ปี ผู้รับสัมปทานใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 14,000 ล้านบาท สำรวจธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ เจาะหลุมสำรวจและประเมินผลไปแล้วกว่า 26 หลุม มีแค่เพียงหนึ่งแปลงที่ค้นพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันก็ยังไม่สามารถทำการผลิตได้เนื่องจากเป็นแหล่งขนาดเล็ก ต้องอาศัยอุปกรณ์การผลิตร่วมกับแหล่งอื่นๆ ที่ผ่านมาผู้รับสัมปทานถอดใจคืนแปลงกลับมาให้รัฐแล้ว 18 แปลง เหลืออีกเพียง 10 แปลง ที่ผู้รับสัมปทานคิดว่ายังมีโอกาสและต้องหาเงินมาลงทุนสำรวจต่อ โดยยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
สัมปทานปิโตรเลียม ต่างจากสัมปทานอื่นๆ เช่น สัมปทานป่าไม้ สัมปทานเดินรถฯ ตรงที่รัฐไม่ได้รับประกันว่า สัมปทานที่ออกให้ไปนั้น มีทรัพยากรปิโตรเลียมอยู่จริงหรือสามารถนำมาบริหารจัดการหรือทำประโยชน์ได้เลย ตรงกันข้าม ผู้รับสัมปทานจะต้องลงทุนสำรวจหาปิโตรเลียมโดยแบกรับความเสี่ยงฝ่ายเดียว ในกรณีที่สำรวจพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ ก่อนการพัฒนาและผลิตฯ จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน และจะต้องทำตามขั้นตอนต่างๆ ที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน จึงจะทำการผลิตได้ ดังตัวอย่างที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้
กรณีมีการออกข่าวกล่าวหาว่า มีการลักลอบขุดน้ำมันบนพื้นที่ ส.ป.ก. ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ออกมายืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่ไม่ค่อยมีใครรับรู้มากนักเพราะธรรมชาติข่าวร้ายไปไวมาก ข่าวดีไม่มีคนฟัง ซึ่งตามข้อเท็จจริง ผู้รับสัมปทานได้รับอนุมัติกำหนดพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมภายใต้กฎหมายปิโตรเลียมไปแล้ว แต่ในทางปฏิบัติการเข้าใช้พื้นที่ต้องทำตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งขณะนี้ผู้รับสัมปทานอยู่ในระหว่างการขออนุญาตจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม และจะไม่ดำเนินการผลิตจนกว่าจะได้รับอนุญาตเสียก่อน ส่วนฐานผลิตอื่นๆ ที่อยู่นอกพื้นที่ ส.ป.ก. ผู้รับสัมปทานก็ดำเนินการผลิตได้ตามปกติ และได้จ่ายค่าภาคหลวงให้รัฐครบทุกเดือน ส่วนภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่เป็นข่าวนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ กรมที่ดิน กรมป่าไม้ กรมเชื้อเพลิงฯ ร่วมถึงผู้สื่อข่าว ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณี มีผู้ร้องเรียนว่าผู้รับสัมปทานลักลอบขุดเจาะบนพื้นที่ ส.ป.ก. และได้มีการชี้แจง ให้ข้อมูล เพื่อการพิจารณาสืบสวนต่อไป โดยยังไม่มีข้อสรุป แต่ข่าวที่ออกมาก็เป็นไปตามที่ผู้อ่านได้รับรู้กัน ซึ่งมีการบิดเบือนไปมาก
ในปัจจุบัน แม้ผลการสำรวจในรอบที่ 20 จะยังไม่ประสบความสำเร็จ เหลือผู้รับสัมปทานซึ่งเป็นผู้รับความเสี่ยงในการลงทุนเพียงไม่กี่รายที่ยังไม่ถอดใจและยังมีความหวังที่จะสำรวจต่อไปตามช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกประมาณ 3 ปี กิจกรรมการสำรวจก็จะสิ้นสุดลง และด้วยความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องแสวงหาปิโตรเลียมจากแหล่งใหม่ๆ มาสนองความต้องการใช้ที่เพิ่มมากขึ้น การเปิดสัมปทานรอบใหม่ เพื่อให้เกิดการสำรวจอย่างต่อเนื่องซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการค้นพบปิโตรเลียมได้มากขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว






