วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แรงงานกัมพูชาในไทย กับการเมืองภายในเขมร

หากจะวิเคราะห์สาเหตุที่คนงานกัมพูชา แห่แหนกันกลับบ้านในช่วงที่ผ่านมา นอกจากประเด็นการปล่อยข่าว

จากผู้ได้ประโยชน์บางส่วนในไทยแล้ว ต้องมองให้ลึกไปถึงการเมืองภายในของกัมพูชาด้วย

เพราะว่า นายกฯ ฮุน เซน กับผู้นำฝ่ายค้าน สม รังสี ได้งัดข้อกันเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำของคนงานเขมร มายาวนานพอสมควร

ต้องไม่ลืมว่า นาย “เข็ม สุขา” รองหัวหน้าพรรค CNRP ของ สม รังสี นั้น เป็นคนเคยทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน ในฐานะเป็นแกนสำคัญด้านองค์กรพัฒนาเอกชนหรือ เอ็นจีโอด้านนี้มาก่อนที่จะตั้งพรรคสิทธิมนุษยชน ซึ่งต่อมาก็รวมกับพรรค สม รังสี มาเป็น “พรรคกู้ชาติกัมพูชา” (Cambodia National Rescue Party) ทุกวันนี้

ภาพที่ผมเอามาให้ดูวันนี้คือ เข็ม สุขา รองหัวหน้าพรรค CNRP มาพบกับกลุ่มแรงงานกัมพูชาที่เพิ่งเดินทางกลับเข้ามาจากประเทศไทย ที่วงเวียนปอยเปตตรงชายแดนไทย-กัมพูชา

เป็นภาพที่มีการเผยแพร่ในสื่อ social media ของกัมพูชาอย่างกว้างขวาง และไม่ต้องแปลกใจหากเรื่องแรงงานเขมรที่อพยพกลับบ้านกันเป็นจำนวนมาก ด้วยอาการค่อนข้างตื่นตระหนกนั้น จะทำให้ฝ่ายค้านกัมพูชาได้ประโยชน์ในการหาเสียงกับแรงงานเขมรครั้งนี้

เพราะว่า ประเด็น "แรงงาน" กำลังเป็นหนามยอกอกของ นายกฯ ฮุน เซน มาตลอด

แม้ว่ารัฐบาลฮุน เซน จะขึ้นค่าแรงให้กรรมกรจากเดือนละ 61 เป็น 80 ดอลลาร์ แต่กรรมกรโดยเฉพาะในโรงงานทอผ้าที่มีจำนวนมาก ได้เรียกร้องขออัตราแรงขั้นต่ำเป็น 160 ดอลลาร์ต่อวัน

ฮุน เซน ให้หน่วยปราบจลาจลเข้าสลายการชุมนุมประท้วงของกลุ่มสหภาพแรงงานทอผ้า ที่เรียกร้องขอขึ้นค่าแรง เสียชีวิตไป 3 ราย และถูกจับกุมไปอีก 25 รายในต้นเดือนมกราคม 2014

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ภาพลักษณ์ของ ฮุน เซน ในสายตาของแรงงานเขมรทั้งประเทศเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก

พรรค CNRP ของ สม รังสี และ เข็ม สุขา ที่ปลุกกระแสต่อต้านเพื่อโค่นล้ม ฮุน เซน ได้ใช้ปมปัญหาด้านแรงงานนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ตลอดเวลา

ฮุน เซน จึงแก้เกมในการตรากฎกระทรวงการทำหนังสือเดินทาง เพื่อแรงงานกัมพูชาสามารถเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศ โดยเสียค่าทำหนังสือเดินทางเล่มละ 4 ดอลลาร์ และสามารถออกได้ตรงจุดชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านที่ต้องการจะกลับมาทำงานในประเทศไทย

ฮุน เซน ย่อมตระหนักว่า หากปัญหาแรงงานภายในชาติก็ยังแก้ไม่ตก และคนงานเขมรอีก 2 แสนจากประเทศไทยแห่กันกลับบ้าน ก็จะซ้ำเติมปัญหาในประเทศให้หนักหน่วงเข้าไปอีก

อย่างนี้ยิ่งเข้าทางพรรคฝ่ายค้าน ที่นำโดย สม รังสี ซึ่งเคยทำจดหมายเปิดผนึกถึง คสช. ในเรื่องแรงงานเขมรในไทยมาแล้ว

ดังนั้น คสช. จึงต้องเข้าใจมิติของแรงงานต่างชาติ ทั้งจากมุมมองของเราในฐานะเป็นผู้ต้องการแรงงาน และต้องบริหารจัดการให้เข้าข่ายกฎหมาย และป้องกันไม่ให้เกิดการถูกกล่าวหาว่าเป็น “แรงงานทาส” อีกทั้งยังจะต้องประสานกับรัฐบาลและฝ่ายค้านกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ประเด็นแรงงานเขมรในไทย กลายเป็นเรื่องถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

เพราะว่าแรงงานกลายเป็นประเด็นสากล ที่มีทั้งมิติการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง และ สิทธิมนุษยชน อย่างชนิดที่แยกออกจากกัน...ไม่ได้เลย