กฎหมายไม่ใช้บังคับ..."คอร์รัปชันในทุกระดับ..."
นี่คือสองเหตุผลที่เขาวิเคราะห์ว่า ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลาง การค้าทาสมนุษย์สมัยใหม่ที่ยิ่งนับวันยิ่งจะรุนแรงขึ้น
“ผิดหวัง” และ “ไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานของรัฐบาลไทยที่ผ่านมา”
คือ คำตอบโต้จากกระทรวงต่างประเทศที่ยืนยันว่า ข้อสรุปของสหรัฐเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับไทย เพราะมีการจับกุมและดำเนินคดีไปแล้วไม่น้อย
เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า
“เรารู้สึกผิดหวังและไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินใจของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งไม่ได้ตระหนักถึงความพยายามในวงกว้างของรัฐบาล ในการขจัดการค้ามนุษย์ด้วยความแข็งขัน”
และเสนอตัวเลขว่าในปี 2013 ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์มี 225 คน ถูกตัดสินว่ามีความผิด มากกว่าปี 2012 ถึง 4 เท่า และตำรวจอย่างน้อย 33 ราย รวมถึงระดับสูง 5 รายถูกลงโทษ หรือกำลังอยู่ในกระบวนการดำเนินคดีทางแพ่งและอาญา
ผมเอาข้อความต้นฉบับของรายงานกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ว่าด้วย “การค้าทาสมนุษย์” หรือ Trafficking in Persons (TIP) ประจำปี 2014 เพื่อจะได้เข้าใจถึงเนื้อหาของรายงานนี้
หากย้อนกลับไป ก็จะเห็นแนวโน้มว่าการจัดลำดับเรื่องนี้ เกี่ยวกับไทยโดยสหรัฐนั้นตกต่ำมาตามลำดับ
ปัญหาที่คนข้างนอกมองเราเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการยอมให้เกิดการค้ามนุษย์โดยเฉพาะแรงงานเด็ก และ “ธุรกิจใต้ดินเกี่ยวกับการขายเซ็กซ์” นั้นเป็นเรื่องหนักหน่วง แต่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แม้จะอ้างว่าลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง แต่จากการประเมินของคนข้างนอก รวมไปถึง องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) นั้น เราตกต่ำลงมาตลอด
จากที่ถูกขึ้น “บัญชีเฝ้าระวัง” (Watch List) อันดับ 2 ล่าสุดหล่นลงมาอันดับ 3 ซึ่งถือว่าต่ำสุดของการจัดลำดับปัญหาในสายตาของสหรัฐ พอๆ กับ มาเลเซีย เวเนซุเอลา และ แกมเบีย
ไปอยู่ในระดับเดียวกับเกาหลีเหนือ อิหร่าน และ ซีเรีย
ข้อความที่ผมคัดลอกมาให้อ่านนี้ บอกว่าผู้หญิงและเด็กจากไทย ลาว เวียดนาม พม่า เข้าสู่แวดวงการค้าทาสมนุษย์ในไทย ที่เคยทำกันในสถานที่เปิดเผยนั้น ช่วงหลังได้หลบเข้าไปในสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาบอบนวด คาราโอเกะ บาร์ และ บ้านส่วนบุคคล
อีกทั้ง ยังมีการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ในการชักชวนและรับสมัครเด็กและผู้หญิงเข้าสู่วงจรการค้ากามอย่างนี้มากขึ้น
รายงานนี้บอกว่าประเทศไทยเป็นทางผ่านของเหยื่อการค้ามนุษย์ให้กับหลายประเทศ เช่น จีน เวียดนาม เกาหลีเหนือ บังกลาเทศ ปากีสถาน และ พม่า
ไม่ต้องสงสัยว่า สาเหตุที่เขาอ้างว่าปัญหานี้ ไม่เคยได้รับการแก้ไข ก็คือ การไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และ “คอร์รัปชันในทุกระดับ”
ผลที่ตามมาไม่ใช่เฉพาะภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่กระทบต่อการลงทุนและการท่องเที่ยว แต่ยังอาจหมายถึงการที่สินค้าไทยจะถูก “คว่ำบาตร” ในบางประเทศ เช่น สหรัฐและยุโรป ที่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาตลอด
อีกทั้ง ไทยอาจเป็นเป้าของการตัดความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง ที่ถือว่าการที่ยอมให้เด็กและผู้หญิงหลุดเข้าไปในแวดวงการค้าทาสยุคใหม่นี้ โดยไม่มีสัญญาณว่าจะเอาจริงกับการแก้ไขปัญหานี้
พูดง่ายๆ ก็คือ หลายประเทศอาจจะไม่คบค้ากับเรา เพราะเราไม่เคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของเด็กและผู้หญิง นี่แหละ
ในรายงานนี้บอกว่า ปัญหาการค้ามนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนอเมริกัน เพราะสินค้ามากมาย เช่น พืชผักผลไม้ เสื้อผ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายมาจากแรงงานทาสเหล่านี้ไม่น้อยเลย
เห็นหรือไม่ว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชน คอร์รัปชัน กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นปัญหาในบ้านเรามายาวนานนั้น ส่งผลกว้างไกลไปทั้งโลก
มาตรการตอบโต้ของไทย จะต้องเอาการทำงานจริงๆ ด้านนี้ มารายงานให้ประชาชนคนไทยและเวทีระหว่างประเทศได้รับรู้เป็นระยะๆ และจะต้องเป็นการ “รุก” ไม่ใช่การ “ตั้งรับ” อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้
รายงานเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไทย จะต้องเป็นเรื่องที่ต้องเปิดเผยต่อเนื่องให้กับคนไทยและสังคมโลก เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐ สรุปจากข้อมูลเฉพาะในส่วนที่ตนอยากเชื่อเท่านั้น
เราต้องให้เขาบอกเราว่า เขามีวิธีให้คะแนนเรื่องนี้อย่างไร และเราต้องตอบให้ได้ว่าวิธีให้คะแนนของเราถูกต้องแม่นยำกว่า อย่างไร
ท้ายที่สุดแล้ว ความจริงเท่านั้นที่จะตัดสินว่า เราควรจะ “ผิดหวัง” กับรายงานฉบับนี้ของสหรัฐ...เพียงใด






