ก่อนการปฏิวัติทางอุตสาหกรรม (ราวพ.ศ.2303) มนุษย์ดำรงชีพอยู่กับเกษตรกรรมเป็นหลัก
กลุ่มจิตนิยม (กลุ่มจน.) (เหล้าใหม่)* ยังเป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ในสังคม ส่วนกลุ่มวัตถุเงินทองอำนาจนิยม (กลุ่มวอน.) (เหล้าเก่า)* ยังไม่เติบใหญ่อย่างทุกวันนี้
*(โปรดอ่านตอนก่อนๆ ของ “เหล้าใหม่ในขวดใหม่” ได้ที่สื่อนี้)
หลังการปฏิวัติฯ ปริมาณสินค้าบริการได้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน กลุ่มวอน.เติบใหญ่เป็นเงาตามตัว และได้รับแรงสนับสนุน จาก “กระแสสังคม” ที่แรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอำนาจอิทธิพลจาก “ลัทธิสัตว์เศรษฐกิจ” ซึ่งสอบวัดคุณค่าของมนุษย์ด้วยสรรพสิ่งนอกกาย ในครอบครอง ขณะนี้ พอจะประเมินได้ว่า ใน 5 คน มี 4 คนอยู่ในกลุ่มวอน. เพียง 1 คนอยู่ในกลุ่มจน.
น่าเสียดายที่รัฐบาลไทยในหลายยุคสมัยก่อนเป็นผู้ก่อให้เกิด “กระแสสังคม” ดังกล่าวเสียเอง เพราะมุ่งส่งเสริมทุนนิยมต่างชาติให้หันมาทำอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงค่านิยมของกลุ่มวอน. ในขณะเดียวกัน ละเลยการพัฒนาทางเกษตรกรรม ซึ่งสนับสนุนค่านิยมของกลุ่มจน.
จริงๆ แล้ว แผ่นดินไทยมีดินฟ้าอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตพืชผลทางเกษตรได้ตลอดปี จึงมีศักยภาพสูงในการช่วยยกเกษตรกรรมไทยให้เป็น “สวนครัวโลก” ซึ่งสามารถเสริมสร้างเศรษฐกิจได้อย่างมีผลดียิ่ง
นอกจากนี้ กลุ่มวอน.ยังได้รับแรงสนับสนุนจากเทคโนโลยียุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งสามารถผลิตสินค้าเสนอบริการอัศจรรย์ดั่งเทพเนรมิต ในลักษณะยั่วยวนกิเลสตัณหาอย่างสุดทน จนกลายเป็น “ยาเสพติดขนานใหม่” ที่ได้ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอย่างกว้างขวาง
เมื่อนักการเมืองกลุ่มวอน.นำ “ยาเสพติดขนานใหม่” นี้ มาผสมผสานกับ “เงินทอง” ก็ได้ “ยาพิษ” ที่ทำลาย “ความรู้สำนึกในศีลธรรม” ในตัวผู้รับยาพิษ อย่างที่ประจักษ์ชัดในกรณีใช้คนถล่มยิงระเบิดร้ายแรง ใส่มวลมหาชนที่ใช้วิธีสันติอหิงสา ทำการขับไล่ “รัฐบาลหุ่นเชิด” ภายใต้นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่งผลให้ปวงชนตายไป 28 คน บาดเจ็บ 837 คน
ทุกครั้งที่ผ่านการเลือกตั้งท่ามกลางเสียงระเบิด และกระสุนปืนดังกึกก้องอยู่เบื้องหลัง กลุ่มวอน.ก็สามารถก่อตั้ง "รัฐบาลหุ่นเชิด" ที่เชิดโดยอดีต นายกฯทักษิณ ผู้ไม่ได้ลงสมัครแข่งขันรับเลือกตั้ง แล้วโปรย “ยาพิษ” กว้านซื้อ "ศักดิ์ศรีมนุษย์" จากข้าราชการทุกหมู่เหล่า เป็นเข่งๆ ราวกับผักปลา เพื่อยึดครองช่องทางอำนาจที่เอื้ออำนวยต่อการโกงกินชาติ
นอกจากนี้ กลุ่มวอน.ยังมอมเมาปวงชนด้วย “ยาพิษ” นี้ เพื่อให้มีพรรคพวกมากขึ้น และชักนำ “พุทธพาณิชย์” เข้าวัดอย่างแยบยล เพื่อบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ซึ่งมีศักยภาพสูงในการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจและการปกครองอย่างยั่งยืน
ที่ร้ายกาจยิ่งคือ “รัฐบาลหุ่นเชิด” ทำตนเป็น “ศัตรูต่อปวงชน” ดังกรณีโกงกินเงินในโครงการรับจำนำข้าวชาวนาผู้ยากจน ทำให้รัฐบาลไม่สามารถจ่ายเงินจำนำคืนหลายแสนล้านบาทตามสัญญา ชาวนา 16 รายต้อง ฆ่าตัวตายเพราะตกอยู่ในสภาพล้มละลาย ตลอดจนกรณียิงระเบิดใส่บ้านของข้าราชการตุลาการผู้วินิจฉัย ให้นายกฯหุ่นเชิดทั้งหลายมีความผิดต้องพ้นจากตำแหน่ง
อดีตประธานาธิบดีลินดอน บี. จอห์นสัน สหรัฐฯ ประกาศไว้ว่า “รัฐบาลจักต้องเป็นรัฐบาลของปวงชน ไม่ใช่ศัตรูของปวงชน”
ที่น่าเป็นห่วงยิ่งคือ “รัฐบาลหุ่นเชิด” และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกลุ่มวอน. ทำตนเสมือน “คนเมาวัตถุเงินทองอำนาจ” ที่ขับเคลื่อนชาติไทย ในทำนองเดียวกับ “คนเมาสุรา” ที่ขับเคลื่อนยานพาหนะ สู่ความหายนะล่มจมอย่างหยุดยั้งมิได้
เมื่อ 12 มีนาคม 2557 คณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ต่างประเทศแห่งวุฒิสภา รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ออกกฎหมายด้วยคะแนนเสียง 14 ต่อ 3 อนุมัติความช่วยเหลือกอบกู้ความหายนะล่มจมของยูเครนอย่างฉุกเฉิน และกำหนดบทลงโทษผู้โกงกินชาติยูเครนอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปก็ได้อนุมัติโครงการช่วยเหลือทำนองเดียวกัน และกองทุนการเงินระหว่างประเทศก็ต้องให้การช่วยเหลือโดยด่วนที่สุด เพราะเงินคลังยูเครนได้หดหายจนไม่พอที่จะบริหารประเทศต่อไป
อาชญากรทางการเมืองทั้งหลายที่โกงกินชาติพึงสำนึกไว้ว่าเงินที่ขโมยปวงชนไว้จะถูกยึดกลับคืนคลังไทยในที่สุด ประชาคมโลก โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจทั้งหลายต่างประณามการโกงกินชาติ และสนับสนุนการยึดเงินทุจริตกลับคืนไปใช้ในการพัฒนาประเทศเดิม เพื่อความเจริญสุขของปวงชนผู้เป็นเจ้าของเงินโดยชอบ
อย่างไรก็ตาม ความบ้าคลั่งในวัตถุเงินทองอำนาจคือ “ดาบสองคม” ที่บ่อนทำลายกลุ่มวอน.ให้ “แตกแยกกัน” ไม่ช้าก็เร็ว เพราะความบ้าฯดังกล่าว ทำให้คนในกลุ่มวอน.แข่งขันกันร่ำรวยและเป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีแต่อิจฉาริษยาต่อกัน ลอบกลั่นแกล้งกัน ฯลฯ
ประวัติศาสตร์โลกได้บันทึกไว้ดาษดื่นเกี่ยวกับการแตกแยกของรัฐๆ หนึ่งออกเป็นก๊กเป็นเหล่า หลังเกิดการช่วงชิงความเป็นใหญ่ ก๊กเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำลายกันเองในที่สุด
นอกจากนี้ ความบ้าฯดังกล่าวก็ไม่รู้จักคำว่า “ไว้ใจใคร” ด้วยเกรงว่าสรรพสิ่งนอกกายที่โกงมาจะหลุดลอยหายไปก่อให้เกิดภาวะ “ผวาจิต” ที่มองคนอื่นเป็นศัตรูหมด หวาดผวาว่าคนที่ขายศักดิ์ศรีให้ตนหรือเป็นบ่าวทาสตน กำลังแอบเป็นไส้ศึกให้ฝ่ายตรงข้าม จึงมักหาทางออกง่ายๆ คือ ชิงกำจัดศัตรูก่อนที่ศัตรูจะกำจัดตน
จักรพรรดิหรือเจ้าครองแผ่นดินองค์ใหม่ ซึ่งสังหารผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลาย ภายหลังจากที่ได้ร่วมกันยึดอำนาจปกครองจากจักรพรรดิองค์ก่อน ก็มีบันทึกไว้ไม่น้อยในประวัติศาสตร์โลก
ข้อสำคัญ เจ้าของความบ้าฯดังกล่าว ก็มี "ความรู้สึก" อยู่ในจิตใต้สำนึกว่า ตนร่ำรวยได้เพราะมี “เจตนา” กระทำผิดหรือละเลยไม่กระทำให้ถูกต้อง คือ ตนได้ล่วงละเมิด "ความรู้สำนึกในศีลธรรม" ที่ธรรมชาติได้สร้างไว้กับตนมาแต่กำเนิด
"ความรู้สึก" นี้ มีชีวิตชีวาอยู่ในเรือนร่างมนุษย์ที่ยังหายใจอยู่ โดยมีลักษณะเป็น “ความทรงจำที่เกาะติดอยู่ในเนื้อเซลล์” ซึ่งมีพลังงานส่งคลื่นความถี่เชิงลบออกมาตลอดเวลา บ่งบอกถึงอารมณ์เชิงลบ คือ กลัว โกรธ โศกซึม เศร้าสลด วิตกกังวล แค้นเคือง ขมขื่น ต่ำต้อย ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นดอกผลของความรู้ สำนึกผิดต่างๆ ที่สะสมหมกหมักอยู่ในจิตใต้สำนึกติดต่อกันมานาน
สมาคมแพทย์แผนโฮมีโอพาธีย์ สหรัฐฯ เตือนไว้ว่า “คลื่นความถี่เชิงลบนี้ บ่อนทำลายภูมิต้านทานในร่างกาย ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยและการเป็นเหยื่อโรคมะเร็งคุกคามชีวิตได้โดยมิรู้ตัว”
เห็นได้ว่า นักการเมืองกลุ่มวอน.ที่กระสันในวัตถุเงินทองอำนาจอย่างบ้าคลั่ง โดยร่วมกันโกงกินชาติ อย่างเมามัน ย่อมหนีไม่พ้น “กฎแห่งกรรม” อย่างแน่นอน
“ความรู้สำนึกในศีลธรรม” เกิดมาพร้อมกับมนุษย์ จริงหรือไม่?
“ข้าวนอกนา” คืออะไร?
ท่านซุนซื่อคือใคร? สอนไว้อย่างไร?
ท่านเนลสันเมนเดลลาคือใคร? ให้ข้อคิดไว้อย่างไร?
โปรดติดตามตอนต่อไป






