ก่อนเกิดรัฐประหาร 2557 ในเว็บบอร์ดคนเสื้อแดง พยายามเขียนนิยายเรื่องยุทธการยึดเมือง แบบว่าน้ำเน่าเคล้าน้ำครำ
โดยพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ทำนองว่า จะเป็นผู้ก่อการรัฐประหาร ร่วมกับ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ และโยงไปที่"ม็อบ กปปส."
จวบจนถึงวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศ"ยึดอำนาจ"บรรดาแกนนำเสื้อแดง จึงกระจ่างแจ้งแก่ใจว่า ข้อมูลที่ได้มาก่อนหน้านั้น มันเป็น"การข่าวขยะ"ทั้งสิ้น
แกนนำ นปช.หรืออดีตนักการเมืองเพื่อไทย ที่ได้รับเชิญเข้า"บ้านเอเอฟสีเขียว"ต่างประทับใจในวันออกจากบ้าน เพราะต้องเจอ"บิ๊กต๊อก"พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายากันโดยถ้วนทั่ว
พล.อ.ไพบูลย์ จะพูดนิ่มๆ ให้ทุกคนยอมรับเงื่อนไข ที่จะยุติความเคลื่อนไหวทางการเมือง และสนับสนุนกระบวนการปรองดองสมานฉันท์ ของ คสช.
แถม"บิ๊กต๊อก"ยังขอเบอร์โทรศัพท์แกนนำ นปช.ทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึก หากวันใดขุนศึกพันธุ์ฮาร์ดแมน นึกเห็นหน้า ก็จะโทรไปคุยด้วย
มีหลายคนสงสัยว่า เหตุใด"แรมโบ้อีสาน"สุภรณ์ อัตถาวงศ์ จึง"ถอดใจ"ถอดเสื้อแดงทิ้งทันทีที่ออกจากค่ายทหาร มีคนกระซิบว่า ก่อนการปล่อยตัวกลับบ้าน ทหารกองทัพภาคที่2หิ้วแรมโบ้อีสานมาพบ"บิ๊กต๊อก"คุยกันสองต่อสอง
คุยกันท่าไหนไม่ทราบ แรมโบ้อีสานถึงกับต้องพาแม่ไปสาบานต่อหน้าย่าโม ว่าจะขอเลิกเป็นแกนนำเสื้อแดงไปตลอดชีวิต
ฉะนั้น พล.อ.ไพบูลย์ จึงเป็นยิ่งกว่า"มือขวา"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
หากพิจารณาจากการมอบหมายให้"บิ๊กต๊อก"เป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ก็แสดงถึงความไว้วางใจและเชื่อในฝีมือ
มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ไพบูลย์ ถือว่าเป็น"วงใน"ของคณะรัฐประหาร และได้ทำงานแบบลับๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของ"กลุ่มกองกำลังติดอาวุธ"และปัญหาการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงมาก่อนหน้านี้แล้ว
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เกิดที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่15 (ตท.15)เป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ รุ่นที่26 (จปร.26)ขณะศึกษาอยู่ เป็นนักเรียนนายร้อยเรียนดีเหรียญทอง
บนเส้นทางเหล็ก"บิ๊กต๊อก"รับราชการในสาย"ขุนศึกเมืองหลวง"หรือกองพลที่1รักษาพระองค์(พล.1รอ.)โดยเป็นผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม
ในการทำรัฐประหาร2549 "บิ๊กต๊อก"ก็นำกำลังทหาร พล.ร.1รอ.เข้าร่วมการยึดเมือง โดยไม่ฟังคำสั่ง พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผบ.พล.ร1รอ.สมัยนั้น
พล.อ.ไพบูลย์ เป็นน้องรักของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรอง ผบ.ทบ.ซึ่งเป็นแรงหนุนในการผลักดันให้ก้าวขึ้นจากตำแหน่ง ผบ.พล.1รอ จนมาถึงแม่ทัพภาคที่1ก่อนเข้าไลน์5เสือ ทบ.ในตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ.
การเรียกใช้ "บิ๊กต๊อก" ในการทำงานลับแบบเงียบๆ พร้อมกับผลักดันให้เข้าสู่ไลน์5เสือ ทบ. ก็ตอบโจทย์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ว่า "ในยุคของผม จะไม่มีวงศ์เทวัญ ไม่มีบูรพาพยัคฆ์ มีแต่ทหารของประชาชน"
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็นประธานมอบนโยบายกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ที่โรงแรมเอเซีย และในวันนั้น ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุบ้านการเมืองอยู่พอประมาณ
มีวรรคทองหลายประโยค อาทิ"คสช. ไม่ใช่มนุษย์วิเศษที่จะสามารถบันดาลสิ่งใดก็ได้ แต่ คสช.มีพลังที่จะทำให้ปัญหาหมดไปได้"
หรือ "เราอาจจำเป็นต้องทิ้งมิติประชาธิปไตยไปสักระยะ เพื่อแก้ปัญหาประเทศ เพราะหากทำไม่สำเร็จจะเกิดผลกระทบมหาศาล"
หรือ "คสช.ถือเป็นองค์กรเดียว ที่จะแก้ไขได้งานนี้ ไม่ใช่เรื่องของคนเก่ง แต่เป็นเรื่องของคนกล้า"
และประโยคนี้ หลายคนฟังแล้วอาจหนาว "ผบ.ทบ.ย้ำว่า จะไม่เกษียณหรือลาออกไปในขณะที่บ้านเมืองยังมีปัญหา"
ที่แน่ๆ แกนนำเสื้อแดงหนาวยิ่งกว่า เพราะไม่รู้ว่าวันไหน "บิ๊กต๊อก" จะคิดถึง และโทรไปทักถามความเป็นอยู่ "สบายดีหรือเปล่า"






