ภายหลังการเข้าบริหารประเทศ ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาปรับรื้อ ตรวจสอบ จัดระเบียบใหม่
ทั้งบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ในส่วนของกิจการสื่อสาร และกิจการโทรคมนาคม ได้มีคำสั่งชะลอโครงการ 4 โครงการ คือ โครงการแจกคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์รับชมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล โครงการจัดประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ และ โครงการบริการอินเทอร์เน็ตเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) ออกไปก่อน เพื่อรอตรวจสอบความโปร่งใสในประเด็นต่างๆ ซึ่งในส่วนของโครงการแจกคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล ได้รับการร้องเรียนและทักท้วงจากหลายส่วน ทั้งมูลค่าคูปอง 1,000 บาท สูงเกินไป การแจกคูปองไม่ควรแจกให้ใช้สิทธิครอบคลุมถึงกล่องทีวีดาวเทียม
ส่วนโครงการจัดประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังได้ทำหนังสือท้วงติงการเปิดประมูล 4จี ของ กสทช. ถึงความเหมาะสมของหลักเกณฑ์การประมูล แนะนำให้ กสทช. ควรเปลี่ยนรูปแบบการประมูลใหม่ เพราะหากว่าใช้การประมูลแบบเดิม ที่ใช้ประมูลความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จะไม่ทำให้เกิดผู้เล่นรายใหม่ กสทช. ควรกันคลื่นความถี่เฉพาะให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ได้เข้ามาประมูล หรือกำหนดเพดานให้ผู้ประกอบการรายเดิมเข้ามาประมูลได้ในจำนวนจำกัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนการประมูล 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ไร้ผู้ประกอบการรายใหม่ ซึ่งหากว่า กสทช.กำหนดรายละเอียดการประมูลให้กันความจุโครงข่าย (คาปาซิตี้) แก่รายใหม่ หรือผู้สนใจทำบริการบนโครงข่ายเสมือนจริง (เอ็มวีเอ็นโอ) ในอัตรา 10% ต้องแน่ใจว่าจำนวนคาปาซิตี้ดังกล่าว เพียงพอต่อการให้บริการของรายใหม่ และควรกำหนดให้สร้างโครงข่าย 4จี ครอบคลุม 80% ใน 4 ปี
พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังให้เหตุผลด้วยว่า การจัดสรรคลื่นภายใต้องค์กรอิสระทุกวันนี้ พบว่ามีการแข่งขันที่ชัดเจน แต่มีเอกชนน้อยราย การใช้กลไกทางการตลาดกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม ไม่ส่งผลให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ ทำให้ทรัพยากรของชาติที่มีจำกัดกระจุกตัวเฉพาะบางราย ผู้บริโภคไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้ประโยชน์จากการแข่งขัน และไม่สามารถเข้าถึงบริการและราคาที่เป็นธรรมได้
ขณะที่ โครงการยูเอสโอ ซึ่งมีเงินที่นำมาใช้จ่าย จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประเภทต่างๆ 3.75% ซึ่งขณะนี้มีเงินอยู่ประมาณเกือบ 4 พันล้านบาท ก็ต้องถูกตรวจสอบการนำไปใช้ให้เหมาะสม ซึ่งการสร้างความทั่วถึงและเท่าเทียมทางโทรคมนาคม ถือเป็นความจำเป็นอย่างหนึ่ง ที่จะนำความเท่าเทียมสู่พื้นที่ห่างไกล และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ หากว่าทั้งหมดนี้ได้จัดทำขึ้นด้วยความโปร่งใสและสร้างความทัดเทียมทางการแข่งขัน ก็จะส่งผลดีต่อสังคมได้






