วันเสาร์สบายๆ อยากเชิญชวนให้ท่านผู้อ่าน หันไปปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต รักษาสิ่งแวดล้อม
และสร้างความอบอุ่นในครอบครัวได้อย่างประเสริฐยิ่ง
การปั่นจักรยานกำลังกลับมาเป็นกระแสสังคม ทั้งคนทำงาน หนุ่มสาว และ เยาวชน เพราะว่าสังคมโลกตระหนักถึงการกลับสู่ธรรมชาติ การลดการใช้พลังงานน้ำมัน และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ทุกวันนี้เกิดชมรมปั่นจักรยานแพร่หลายไปทั่วประเทศ และกำลังจะขยายผลไปสู่ประเทศอาเซียนอื่นๆ ได้อย่างจริงจัง
ประเทศไทย เป็นแกนกลางของการเชิญชวนให้ผู้คนในภูมิภาคนี้กลับสู่ธรรมชาติ สู่ความสามัญ ความพอเพียงที่ทันสมัยและสอดคล้องกับกระแสของการรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างเข้มข้นได้ไม่ยากเลย หากเราสามารถรวมพลังของภาคส่วนต่างๆ ในสังคมไทย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปร่วมปั่นจักรยานกับเพื่อนพ้องนักปั่นจากทุกสารทิศเกือบ 2,000 คน ที่ "สนามเขียว" รอบๆ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ความยาว 23.5 กิโลเมตร จัดโดย Nation TV เนื่องในโอกาสย่างเข้าสู่ปีที่ 15 ของการทำหน้าที่เป็นสถานีโทรทัศน์ข่าว 24 ชั่วโมง
ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเป็นกันเองของนักปั่นจักรยาน ที่มีความเอื้ออาทรและมุ่งมั่นอย่างชัดเจน จัดได้ว่าเป็นการรวมตัวกันของคนที่มีจุดประสงค์ตรงกัน และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สมัครสมานสามัคคีกันอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส หลีกทางให้กันและกัน ส่งเสียงเตือน "ซ้ายแซงครับ ขวาแซงค่ะ" อย่างสุภาพ และเป็นกันเองอย่างดียิ่ง
อีกภาพหนึ่งที่เห็นแล้วมีความสุข คือ การที่คุณพ่อกับคุณแม่ คู่รัก พ่อแม่ลูกหลาน พี่น้องมาร่วมกันปั่นจักรยานอย่างอบอุ่น เกื้อกูล เพื่อออกกำลังกาย และใช้เวลาอยู่ร่วมกันใกล้ชิด เห็นได้ชัดถึงบรรยากาศครอบครัวที่สามารถแบ่งปันความเป็นหนึ่งเดียว อย่างน่าประทับใจยิ่ง
เส้นทาง 23.5 กิโลเมตร ของ "สนามเขียว" รอบๆ สนามบินสุวรรณภูมิ ทำได้ราบเรียบสวยงามและมีวิวทิศทัศน์สองข้างทาง ที่สบายตาอย่างยิ่ง
และเพื่อให้เกิดความท้าทายและสนุกสนานสำหรับนักปั่น Bike Lane ยักษ์แห่งนี้ ทำเป็น One Way ซึ่งแปลว่า นักปั่นต้อง "ไม่หวนคืนกลับ" มีแต่จะ "มุ่งไปข้างหน้า" จนถึงที่หมาย พักได้ หยุดหายใจได้ แต่ถอยไม่ได้!
สำหรับผม ที่ปกติปั่นจักรยานระยะสั้นเป็นประจำ พอเจอการท้าทายจากเพื่อนร่วมงานที่เนชั่น ว่าจะสามารถปั่นให้ครบรอบหรือไม่ ก็ย่อมจะถอยไม่ได้เช่นกัน จึงฟิตซ้อมก่อนวันปั่นจริงพอสมควร และเมื่อถึงวันจริง เห็นภาพของคนที่มาร่วมกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเช่นนั้น ความฮึกเหิมก็เข้ามาแทนที่ความไม่แน่ใจ
คนอีกสองพันคนทำได้ เราก็ต้องทำได้
ผลทางบวกที่ได้โดยคาดไม่ถึง คือ ความสงบทางใจระหว่างที่ปั่นจักรยานไปในที่โล่งกว้าง ผมสามารถทำสมาธิ เพ่งจิต อยู่กับลมหายใจ และตัวเองได้อย่างยาวนาน จนลืมความเหนื่อยและความลังเลไปเกือบจะปลิดทิ้ง
ถึงเส้นชัยที่หลักกิโลเมตรที่ 23.5 กิโลเมตร แล้ว ยังรู้สึกว่า "ไปต่อยังไหว"
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนวัยไหน ทำงานอาชีพอะไร ภาวะร่างกายและจิตใจเป็นอย่างไร จับจักรยานแล้วเริ่มปั่นตั้งแต่วันนี้ ผมยืนยันว่าทัศนคติต่อชีวิตจะปรับเปลี่ยนไปในทางบวก...แน่นอน!






