ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ได้ไปปาฐกถา เรื่อง การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ในงานสัมมนาประจำปี ของวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต
เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีประเด็นที่น่าอภิปรายกันต่อหลายประเด็น
ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ออกตัวว่า เนื่องจากมีเวลาจำกัดและหัวข้อกว้างมาก ซึ่งควรจะรวมทั้งเรื่องการกระจายรายได้ให้เป็นธรรม, การพัฒนาโดยคำนึงถึงการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเห็นว่าจะมีคนอื่นๆ มาอภิปรายต่อด้วย จึงจะเลือกพูดเฉพาะประเด็นที่เห็นว่าสำคัญ และเกรงว่าคนอื่นจะหลงลืม จะละการพูดเรื่อง การกระจายรายได้และลดการทำลายสิ่งแวดล้อมไว้ โดยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่ปัญหาตอนนี้คือ เศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัว การจะมีความมั่งคั่งไปกระจายรายได้ให้คนส่วนใหญ่ได้ ต้องเริ่มจากการสร้างความมั่งคั่งให้ได้ก่อน
ม.ร.ว. ปรีดิยาธร มองว่าที่เศรษฐกิจไทยตั้งแต่ปี 2550 ชะลอตัว เพราะปัญหาภาวะการขาดประสิทธิภาพและความทุจริตฉ้อฉลในการนำของรัฐบาลไทย ทำให้เกิดโครงการที่เสียหายร้ายแรง เช่น โครงการจำนำข้าว และอื่นๆ รวมทั้งปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น การขาดกำลังแรงงานที่มีฝีมือในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากการขาดภาวะผู้นำและการบริหารที่ดี ขณะที่ภาคธุรกิจเอกชนของไทยในหลายด้าน เช่น การค้าปลีก การผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ เครื่องประดับ ฯลฯ มีความสามารถในการแข่งขันสูง
โดยสภาพทางภูมิศาสตร์แล้ว ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการค้าในประชาคมอาเซียนและจีนตอนใต้ ไทยควรสร้างรถไฟรางคู่ทั่วประเทศและรถไฟความเร็วสูงบางสาย เช่น ระยอง โคราช ที่มีการจราจรหนาแน่น และมีความคุ้มค่ามากกว่าเส้นทางอื่น รวมทั้งควรเร่งสร้างหรือขยายทำท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน เพื่อจะได้ขนส่งทางเรือไปยุโรปได้ โดยไม่ต้องอ้อมแหลมมะละกาและสิงคโปร์ การลงทุนเหล่านี้อาจจะทำได้ในวงเงิน 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจจะทำได้โดยการทำงบประมาณ 5 ปี ไม่ต้องกู้เงินโครงการใหญ่ 2 ล้านล้านบาท แบบที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์คิดทำ การลงทุนโครงการพื้นฐานบางโครงการควรจะให้เอกชนทำ รวมทั้งโครงการรถไฟซึ่งต้องการผู้นำที่ซื่อตรง กล้าปฏิรูปให้เจริญก้าวหน้าเพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่
เมื่อผมถามเขาว่า เขายังมองด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่อาจให้เฉพาะประโยชน์คนบางกลุ่ม ไม่กระจายไปสู่คนส่วนใหญ่ และถ้าเน้นการเติบโตมาก จะมีผลเสียต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะไม่ใช่การพัฒนาที่ยั่งยืน ม.ร.ว. ปรีดิยาธร ตอบว่า พอดีเขามีเวลาน้อย เขาจึงเลือกพูดเฉพาะประเด็นที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยโดยรวมได้ก่อน เรื่องการพัฒนาอย่างเป็นธรรมเขาเห็นด้วย เช่น ต้องเน้นการตั้งเป้าให้ภาคเกษตรเติบโตได้สูงกว่าภาคอื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เขายกตัวอย่างว่า การส่งเสริมการปลูกพืชเพื่อไปทำน้ำมันเอทานอล เช่น มันสำปะหลัง และพืชที่ใช้ประโยชน์ได้มีหลายทาง เช่น หญ้าเนเปียร์ (ทำพลังงาน ทำปุ๋ย เลี้ยงสัตว์) จะช่วยให้เกษตรกรขายพืชผลได้ราคาสูงขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น ประเทศก็จะผลิตพลังงานได้เองเพิ่มขึ้น เขาสนใจที่จะคิดเรื่องการหาช่องทางเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจไปข้างหน้า ส่วนผลกระทบทางสังคมก็ต้องให้นักเศรษฐศาสตร์ที่สนใจเรื่องสังคมอย่างผมช่วยกันคิด
รายการอภิปรายในหัวข้อเดียวกันต่อมา คุณปรีดา เตียสุวรรณ จากชมรมนักธุรกิจเพื่อสังคม พูดเรื่องปัญหาการทุจริตฉ้อฉลและนโยบายประชานิยมที่ผิดพลาดของรัฐบาลคุณทักษิณ และเห็นว่าการกระจายรายได้ให้เป็นธรรม การดูแลพัฒนาคนเป็นเรื่องสำคัญ คุณปรีดามองว่าสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสัดส่วนสูงขึ้น คนวัยทำงานลดลง เป็นปัญหาที่รัฐบาลไทยไม่สนใจเตรียมตัวในเรื่องนี้เลย เขาเห็นว่าทางแก้ไขทางหนึ่งคือ ควรสนับสนุนให้แรงงานหนุ่มสาวจากประเทศเพื่อนบ้านพักและอยู่ในประเทศไทยต่อ โดยให้พวกเขาได้รับความเป็นธรรม เราจะได้แก้ไขการขาดแคลนแรงงานได้
คุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเขียน และนักทำสารคดีทางโทรทัศน์ ในฐานะคนรุ่นใหม่ มองว่า ควรสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย อีเมล มาช่วยพัฒนาประชาธิปไตยที่ควรให้ประชาชนมีส่วนรวม เช่น การลงประชามติ จะได้ทราบถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชนมากขึ้น และเราควรมีใจกว้างที่รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของประชาชน โดยไม่จำกัดเสรีภาพ หรือไปประทับตราว่าใครเป็นพวกนั้นพวกนี้มากเกินไป ตัวเขาเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง แต่ก็อยากให้เป็นการเลือกตั้งที่ดี มีโอกาสได้นักการเมืองดีเข้ามา
เนื่องจากไม่มีเวลาเหลือให้มีการอภิปรายแสดงความเห็นโต้ตอบกันในที่ประชุม ผมมาคุยกับเขาต่อภายหลังว่า สิ่งที่เขาเสนอ สวิตเซอร์แลนด์เขาก็ใช้ได้ผล ลงประชามติทางอีเมล์ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก และทำได้ปีละหลายเรื่อง แต่สำหรับประเทศเรา จะต้องหาทางปฏิรูปให้ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ มีการศึกษาที่มีคุณภาพ รู้จักอ่าน รู้จักคิด วิเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผลก่อน เราจึงจะใช้อีเมลและโซเชียลมีเดียอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่แบ่งเป็น 2 ฝ่าย คิดอย่างสุดโต่ง และโจมตีกันด้วยอารมณ์ คำรุนแรง คำหยาบ โดยไม่ฟังกันและกัน
การปฏิรูปประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องศึกษาค้นคว้าอภิปรายสัมมนากันอีกมาก ประเทศมีปัญหาซับซ้อน แต่คนไทยชอบมองปัญหาง่ายๆ แบบขาวดำหรือ 2 ขั้วสุดโต่ง ปัญหาประเทศควรจะต้องมองทั้งเรื่องการปฏิรูปทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ควบคู่กันไปด้วย อย่างไม่อาจแยกเป็นเรื่องๆ ได้ ต้องเน้นการกระจายทรัพย์สินรายได้ การมีงานทำ ฐานะทางสังคม ฯลฯ อย่างเป็นธรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจต้องทำอย่างยั่งยืน ลดการทำลายสิ่งแวดล้อม การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือเสรีภาพในการเลือกตั้งและการแสดงออกของประชาชนตามแนวคิดของพวกเสรีนิยม จำเป็นและเป็นประโยชน์ แต่ต้องพัฒนาทางสังคมด้วย นั่นก็คือ
เราต้องมองให้เห็นภาพใหญ่ ของคนทั้งสังคม ต้องเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต จิตสำนึกและประโยชน์อย่างเป็น ธรรม และสังคมเจริญก้าวหน้าได้ในทุกมติอย่างยั่งยืนจริงๆ เช่น ควรเน้นการแข่งขันการค้าที่เป็นธรรม ไม่ใช่แข่งขันเสรีหรือการค้าเสรี ควรเน้นที่การพัฒนาเพื่อเพิ่มความสุขประชาชาติมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมให้เติบโตสูง ไม่ได้แปลว่านี่คือการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง






