เห็นรายชื่อทีมที่เข้าร่วมแข่งฟุตบอลโลกที่บราซิลปีนี้แล้วก็ได้แต่ถอนใจเพราะไม่เห็น Thailand อยู่ในนั้น
เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนทีมชาติไทยไม่ใช่หมูนะครับลงเตะคราวไหน ทีมคู่แข่งเป็นได้เสียวสันหลังวาบ จะเตะกับญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลี เราไม่เคยพูดถึงคำว่าแพ้ ประเด็นที่ต้คอบอลในสมัยนั้นเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย คือ ไทยจะชนะกี่ประตู
ช่วงสิบกว่าปีหลัง บอลไทยกลับไม่เป็นแบบนั้นเสียแล้ว ไปเล่นกับใคร พ่อแม่พี่น้องชาวไทยก็ได้แต่ใจหายวาบ บางนัดที่ว่าลอยมาก็ยังพลิกล็อค (แพ้) ไปได้ ทีมที่เคยเป็นไก่รองบ่อนของเรา เดี๋ยวนี้ยิงประตูของเรากันเพลิน จนทนดูไม่ได้ต้องเปลี่ยนช่องไปดูอย่างอื่นแทนตั้งแต่เกมยังไม่จบ
จะว่าทีมเราเก่งน้อยลงก็คงไม่ใช่ นักเตะของเราในยุคนี้หลายคนมีทักษะดีกว่านักเตะรุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ถ้าอย่างนั้น เราจะอธิบายได้ยังไงว่า ทำไมบางประเทศถึงได้ผลิตนักเตะระดับโลกออกมาเป็นว่าเล่น? ทำไมนักเตะจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีสมัยนี้ถึงได้มีฝีเท้าจัดจ้านขนาดไปร่วมทีมในยุโรปได้อย่างเต็มภาคภูมิ?
ผมไม่มีคำตอบทั้งหมด แต่จะขอนำเอาผลสรุปของงานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ที่พยายามอธิบายว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ประเทศบางประเทศสามารถผลิตนักเตะที่มีฝีเท้าดีออกมาได้มากกว่าประเทศอื่นมานำเสนอ จะได้เป็นข้อมูลเพิ่มอรรถรสในการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกคราวนี้
งานวิจัยเรื่องแรกเป็นของฮอฟแมนและคณะ ที่ตีพิมพ์ในปี 2002 คณะผู้วิจัยพยายามตอบคำถามว่า เหตุใดทีมฟุตบอลของประเทศต่างๆ จึงประสบความสำเร็จไม่เท่ากันในการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยใช้หลักทางสถิติมาช่วยในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระต่างๆ (ปัจจัยที่เป็นเหตุ) กับตัวแปรตาม (ผลที่เกิดขึ้น) ตามหลักเศรษฐศาสตร์
ตัวแปรตามที่เลือกใช้ คือ คะแนนและการจัดอันดับของฟีฟ่าในปี 2001 ซึ่งคะแนนที่แต่ละทีมได้ จะขึ้นอยู่กับผลการแข่งขัน จำนวนประตูที่ทำได้ ระดับความเก่งของคู่แข่งที่เจอในแต่ละนัด และฐานะของทีมในการแข่งแต่ละนัดว่าการแข่งในนัดนั้นเป็นนัดเหย้าหรือนัดเยือน
ตัวแปรอิสระที่เลือกใช้มีอยู่ห้าตัว คือ จำนวนของประชากร ระดับรายได้ต่อหัวของประชากรในประเทศ อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศ การเคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และตัวแปรสุดท้ายเป็นตัวแปรเชิงคุณภาพสำหรับประเทศที่อยู่ในแถบลาตินอเมริกา ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยทุกตัวมีผลต่อระดับความสามารถของทีมฟุตบอลของประเทศ มีรายละเอียดดังนี้
ระดับรายได้ต่อหัวมีผลในทางบวก ยิ่งรายได้ต่อหัวของประเทศสูงขึ้น โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการแข่งขันก็ยิ่งมีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้เป็นจริงถึงระดับหนึ่งเท่านั้น เมื่อใดที่ระดับรายได้ต่อหัวสูงเกินกว่า 21,836 ดอลลาร์ต่อปีแล้ว ปัจจัยตัวนี้กลับจะส่งผลในทางลบ ทำให้โอกาสในการประสบความสำเร็จลดลง เนื่องจากคนที่มีรายได้สูงย่อมมีทางเลือกในการพักผ่อนหย่อนใจหลายทาง แทนที่จะเล่นฟุตบอล อาจไปเล่นเทนนิส กอล์ฟ หรือหันไปหากิจกรรมอื่นๆ แทนก็ได้
ระดับอุณหภูมิที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าสิบสี่องศาเซลเซียสมีผลในทางลบ เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและคะแนนที่ได้จากการจัดอันดับของฟีฟ่าพบว่า ประเทศที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีสูงหรือต่ำกว่าสิบสี่องศามาก มีคะแนนต่ำกว่าประเทศที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับสิบสี่องศา
การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกมีผลในทางบวก ประเทศเคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกมีคะแนนจากการจัดอันดับสูงกว่าประเทศที่ไม่เคยมีโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเลย
ประชากรและวัฒนธรรมแบบลาตินมีผลในทางบวก ลำพังการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าคะแนนการจัดอันดับจะดีขึ้น สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กันไปคือวัฒนธรรมของประเทศนั้นว่ามีความสนใจฟุตบอลมากน้อยเพียงใด ซึ่งพบว่าจำนวนของประชากรและการมีประชากรที่มีวัฒนธรรมแบบลาตินอยู่ในประเทศมีผลต่อคะแนนในทางบวก ยิ่งประเทศมีประชากรกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น คะแนนที่ได้ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ในปี 2004 มีนักวิจัยชื่อทอร์กเลอร์ได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยสองเรื่องที่ทำการศึกษาในประเด็นเดียวกัน โดยเรื่องแรกเป็นการศึกษาถึงปัจจัยที่กำหนดระดับความสำเร็จในการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกตั้งแต่ปี 1930 ถึง 2002 เรื่องที่สองเป็นการศึกษาว่าปัจจัยที่ทำให้ทีมฟุตบอลชายประสบความสำเร็จจะทำให้ทีมฟุตบอลหญิงของประเทศนั้นประสบความสำเร็จด้วยหรือไม่
ผลการศึกษาของงานทั้งสองชิ้นนี้ยืนยันข้อสรุปเดิมว่า ในภาพรวมแล้ว ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม วัฒนธรรมและจำนวนประชากร ต่างก็มีผลต่อโอกาสประสบความสำเร็จของทีมฟุตบอลในประเทศนั้นๆ
เห็นผลการศึกษาทั้งสามเรื่องนี้แล้ว หลายคนอาจอยากถอนหายใจว่าฟุตบอลไทยไม่มีวันจะไปถึงดวงดาว เพราะบ้านเราขาดปัจจัยเหล่านี้ทุกข้อ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อความสำเร็จ ลองหยิบรายชื่อ 32 ทีมที่กำลังจะเริ่มแข่งมาดู จะเห็นว่า เกือบหนึ่งในสามของประเทศที่เข้ารอบ ก็ไม่ได้มีปัจจัยทั้งห้าอย่างนี้เหนือกว่าเราเลย บางประเทศด้อยกว่าเราเสียด้วยซ้ำ
ข้อจำกัดนี้จึงไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับความล้มเหลว แนวทางที่วงการฟุตบอลไทยใช้ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า “ยังดีไม่พอ” ท่านกลางกระแสการปฏิรูปเพื่อประเทศไทยที่ดีกว่า วงการฟุตบอลไทยก็ไม่ควรจะย่ำอยู่กับที่ แล้วปล่อยให้ประเทศที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกับเราวิ่งเข้าใกล้ถ้วยบอลโลกเข้าไปทุกวัน






