สำหรับผู้มีภูมิหลังทางด้านการพัฒนาและได้ศึกษาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540
และสรุปด้วยความมั่นใจว่าแนวคิดนี้คือทางออกของทั้งสังคมไทยและสังคมโลก คำพูดของหัวหน้า คสช. ที่ว่าจะยึดแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นฐานของการดำเนินนโยบายเป็นเสมือนน้ำเย็นชโลมใจที่ทำให้สดชื่นที่สุด คำพูดนั้นคงมิใช่การผายลมทางปากดังที่นักการเมืองจำนวนมากนิยมทำกันมาตั้งแต่วันที่แนวคิดนี้เริ่มเป็นที่รับรู้ในหมู่คนไทย ทั้งนี้เพราะฝ่ายทหารเป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้นำแนวคิดไปปฏิบัติอย่างกว้างขวางแล้ว ในปัจจุบันทหารจึงมีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงถึง 11 แห่ง นอกจากจะสนับสนุนให้ทหารทำงานทางด้านนี้ต่อไปแล้ว บทความนี้มีข้อเสนอให้ทหารและรัฐบาลที่จะมาบริหารประเทศต่อไปพิจารณา
เป็นเวลากว่า 10 ปี คอลัมน์นี้ได้เสนอเสมอมาเกี่ยวกับการตีความหมายของแนวคิดและเหตุผลในการนำมาใช้ซึ่งในตอนแรกมาจากหนังสือที่พิมพ์เมื่อปี 2543 ชื่อ “เศรษฐกิจพอเพียง : ภูมิปัญญาชาติไทย” หนังสือเล่มนั้นได้รับการขยายในเวลาต่อมาและล่าสุดอาจดาวน์โหลดได้ในรูปของหนังสือ 2 เล่มชื่อ “สู่ความเป็นอยู่แบบยั่งยืน” จากเว็บไซต์ของสโมสรหนอนหนังสือ www.bookishclub.com และชื่อ “ทางข้ามเหว : แนวคิดสำหรับแก้วิกฤติไทย” จากเว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา www.bannareader.com ประเด็นหนึ่งซึ่งได้เสนออย่างเสมอต้นเสมอปลายได้แก่การจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติภูมิปัญญาชาติไทย” ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของทหารทั้ง 11 แห่งยังมิได้ครอบคลุมอย่างกว้างขวางดังที่เสนอไว้ จึงขอนำมาเสนอซ้ำคร่าว ๆ ก่อนที่จะเสนอต่อไปว่าน่าจะพิจารณาทำที่ไหนเป็นแห่งแรก
เป้าหมายหลักของศูนย์ปฏิบัติภูมิปัญญาชาติไทยได้แก่ การลดความเสี่ยง เมืองไทยเราโชคดีที่ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ได้เพียงพอแก่ความต้องการทำอาหาร แต่ตอนนี้เราผลิตสิ่งเหล่านั้นด้วยเทคโนโลยีร่วมสมัยซึ่งใช้ปัจจัยที่ต้องซื้อจากภายนอก อาทิเช่น น้ำมัน รถไถและปุ๋ยเคมีในขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ลืมวิธีดั้งเดิมไปเกือบหมดแล้ว วิธีดั้งเดิมคือสิ่งที่เรารู้กันในนามของ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” หรือ “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรเราจึงจะไม่ลืมภูมิปัญญาเหล่านั้นในกระบวนการพัฒนาและพร้อมที่จะนำกลับมาใช้ในยามจำเป็นซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ คำตอบคือ เราต้องมีนโยบายที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้โดยการจัดตั้งศูนย์การเกษตรเพื่อผลิตและประกอบอาหารด้วยวิธีดั้งเดิมขึ้นหลายๆ แห่งทั่วประเทศ จะเป็นกี่แห่งและในเนื้อที่เท่าไรขึ้นอยู่กับการวิจัยและค้นคว้าที่จะบ่งว่าอะไรเหมาะสม การทำนาด้วยวิธีดั้งเดิมหมายถึงเรากลับไปเลี้ยงและฝึกควายเพื่อไถนาและลากเกวียน การประกอบอาหารด้วยวิธีดั้งเดิมซึ่งใช้ฟาง แกลบ ฟืนและถ่านเป็นเชื้อเพลิงหมายถึงเราต้องปลูกป่าเพื่อใช้เป็นที่มาของพลังงานด้วย ฯลฯ
ศูนย์เหล่านั้นอาจรวมภูมิปัญญาทางด้านการทำเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคแบบเดิมไว้ด้วย พร้อมกันนั้นก็พิจารณารวมเอาศูนย์ต่างๆ ที่ตั้งขึ้นแล้วจำพวกศูนย์ศิลปาชีพบางไทรเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ใหม่ ทั้งนี้เพื่อจะช่วยให้เราคิดแก้ปัญหาแบบบูรณาการ หรืออย่างเป็นระบบ การรวมสิ่งที่มีอยู่แล้วเข้าไปในศูนย์ใหม่มิได้หมายความว่าเราต้องเคลื่อนย้ายสถานที่และสิ่งก่อสร้าง หากหมายความว่าเราจะดำเนินงานอย่างเป็นระบบโดยรู้อย่างแน่ชัดว่าส่วนไหนมีบทบาทอย่างไรในยุทธศาสตร์ของชาติ นอกจากนั้น ศูนย์ใหม่ยังอาจรวมกิจกรรมทางวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร ด้านสมุนไพรและด้านการแพทย์พื้นเมืองไว้ด้วย ศูนย์ดังกล่าวจะเลี้ยงตัวเองได้ด้วยการขายผลผลิตของตนเอง อาทิเช่น ข้าวซ้อมมือ ส่วนประกอบของอาหารปลอดสารเคมี เสื้อผ้าพื้นเมือง การสอนผู้ที่สนใจเรียนภูมิปัญญาท้องถิ่น และการเก็บค่าบริการจากผู้เข้าชมหรือศึกษาวิถีชีวิตแบบไทยสมัยก่อน ศูนย์เหล่านั้นจะเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตซึ่งทำกิจการจำพวกร้านอาหารพร้อมกันไปด้วย
การก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติภูมิปัญญาชาติไทยต้องใช้ทุนก้อนหนึ่งซึ่งเราต้องมองว่าเป็นเสมือนเบี้ยประกันที่เราจ่ายเพื่อลดความเสี่ยงและสร้างภูมิคุ้มกันให้ชาติ อย่างไรก็ดี หากศูนย์เหล่านั้นมีแรงงานจากทหารเกณฑ์เข้ามาช่วย การดำเนินงานไม่น่าจะมีโอกาสขาดทุน การนำทหารเกณฑ์เข้ามาจะได้ผลหลายอย่าง ทั้งนี้เพราะคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาฝึกวินัยและการใช้อาวุธปีละกว่าแสนคนนั้นจำนวนมากมาจากชนบท พวกเขาจะออกไปใช้ชีวิตตามหมู่บ้านหลังปลดประจำการออกไปเป็นทหารกองหนุนแล้ว ก่อนปลดประจำการ เราควรนำพวกเขามาเข้าเรียนรู้และปฏิบัติเกษตรอินทรีย์และการใช้เทคโนโลยีแบบเก่า เราอาจรวมการใช้ที่ดินแบบเข้มข้นตามแนวคิดใหม่จำพวกหนึ่งไร่ได้หนึ่งแสนบาทเข้าไปด้วย นอกจากนั้น เราจะสอนการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงให้แก่พวกเขาโดยเฉพาะการทำบัญชีรับจ่ายในครัวเรือน การละเว้นการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจำพวกเพื่อซื้อเหล้าและบุหรี่ การบริหารจัดการเวลาและการปกปักรักษาชุมชนของตนเอง สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์มากสำหรับพวกเขาต่อไปไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเกษตรกร หรือประกอบอาชีพอื่น
ทหารมีที่ดินกว่า 5 ล้านไร่ซึ่งน่าจะปันมาใช้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติภูมิปัญญาชาติไทยได้เป็นอย่างดี ศูนย์ที่เริ่มทำนำร่องควรเป็นในภาคกลางเพื่อเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย อาทิเช่น ในค่ายอดิศร สระบุรี ซึ่งมีที่ดินผืนใหญ่ที่ใช้ทำสนามกอล์ฟอยู่แล้ว แต่หากเมื่อการพิจารณาสรุปว่าสนามกอล์ฟนั้นเล็กเกินไป อาจใช้ที่ดินผืนใหญ่ในส่วนอื่นหรือของค่ายอื่นแทน ถ้าทหารออกมานำอย่างแข็งขันด้วยการทำนำร่องอย่างเสียสละ ทหาร และ คสช. ย่อมจะเป็นที่ชื่นชมเพิ่มขึ้นของประชาชนโดยทั่วไปและเมืองไทยจะพัฒนาได้อย่างยั่งยืนแน่นอน






