วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรองดองเพื่อสันติ

ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ที่มีผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็นประธาน

ได้ฤกษ์ประชุมนัดแรกที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) สวนรื่น ผอ.ศูนย์ปรองดองฯ บอกว่า นับเป็นความหวังของคนทั้งประเทศ ต้องสร้างบรรยากาศเอื้อต่อการปรองดอง เพื่อก้าวสู่ road map ขั้น 2 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ณ ขณะนี้ทุกภาคส่วน นั้น เดินหน้าการปรองดองแล้วทั่วประเทศ มีก.มหาดไทย และ กอ.รมน. ทำงานคู่ขนานกันไป โดยมหาดไทย ได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเนื่องเพราะทำงานใกล้ชิดประชาชน มากที่สุด

"แผนเดินหน้าปรองดองทั่วประเทศ ทำเสร็จเร็วก็หายเหนื่อยเร็ว" คำมั่นถึงภารกิจปรองดอง ของ พล.ท.กัมปนาท

ส่วนภารกิจหลักของ ศปป. คือ จัดสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อกันเพื่อนำไปสู่ระยะที่สองในการปฏิรูปประเทศไทย

"โมเดล" เพื่อการปรองดอง ของคนไทย ในห้วงเวลาที่ใกล้ที่สุด เป็นภารกิจ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. (กรกฎาคม ๒๕๕๓ - กรกฎาคม ๒๕๕๕)

ก่อนที่ ศปป. จะเดินหน้าไปสู่จุดของการสร้างความปรองดอง ให้เกิดขึ้นเพื่อนำชาติไทยไปสู่สันติ ขอหยิบยกสิ่งที่ คอป. พบระหว่างทำงาน ทั้งการศึกษารูปแบบของต่างประเทศ การลงพื้นที่พูดคุยระหว่างคู่ขัดแย้ง และประชาชนทั่วไป คือ "รากเหง้า" ของความขัดแย้งทางการเมือง มี "มุมมองที่แตกต่างกัน" ฝ่ายหนึ่งให้น้ำหนักต่อความชอบธรรมของผู้บริหารประเทศที่ "มาจากการเลือกตั้ง" ขณะที่อีกฝ่ายให้น้ำหนักเรื่อง "คุณธรรมจริยธรรม" ของผู้บริหารประเทศ มากกว่าความเป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่ ฐานความเชื่อที่แตกต่างกันเช่นนี้ส่งผลให้เกิดพฤติกรรม "เลือกมอง" หรือ "ตีความ" ประชาธิปไตยเฉพาะส่วนที่สอดคล้องกับความเชื่อหรือผลประโยชน์ของฝ่ายตน และปฏิเสธมุมมองของฝ่ายตรงข้าม นำไปสู่ความแตกแยกในสังคม

เพราะฉะนั้น ศปป จะต้องตีโจทย์ ที่ คอป. ค้นพบสาเหตุความขัดแย้งให้ได้

โจทย์ที่ 1 ทำอย่างไรจะให้สังคมและทุกฝ่ายเข้าใจว่าแม้ระบอบประชาธิปไตยจะมิใช่ระบอบการปกครองที่ไร้ซึ่งข้อบกพร่อง แต่ก็เป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดในปัจจุบัน หากมีปัญหาที่เกิดจากความบกพร่องของระบอบประชาธิปไตย ประชาชนในชาติจะต้องอดทนและเรียนรู้ที่จะแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั้น รวมทั้งการปรับปรุงและการปฏิรูปด้วยวิธีการตามระบอบประชาธิปไตย ใช้กระบวนการทางรัฐสภา กระบวนการยุติธรรมทางศาล หรือการลงประชามติ

โจทย์ที่ 2 ตราบใดที่ "รากเหง้า" ของปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทยยังมิได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาพื้นฐานต่างๆ อาทิเช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การครอบครองทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียมกัน การกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม และปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน สังคมไทยจะอยู่ในสภาพที่มีความขัดแย้งซึ่งบ่มเพาะอยู่และอาจปะทุกลายเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงได้ทุกเมื่อ

เพราะฉะนั้น ศปป. ต้องสร้างกระบวนการให้มีรัฐบาล ที่มีความมุ่งมั่นและมีเจตจำนงทางการเมือง (Political Will) ในการปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กระบวนการยุติธรรม และกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐานของสังคมไทยอย่างจริงจัง

คอป. ค้นพบวิธีการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางสังคม และสร้างกลไกในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่เท่าเทียมกัน รวมถึงการมุ่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประชาชน อย่างแท้จริง และควรคำนึงถึงสิทธิผู้ด้อยโอกาส ด้วย

สิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อไปสู่การปรองดอง

ระบบราชการ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ตอบสนองต่อประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน

ภาคชุมชน-สังคม พัฒนาศักยภาพให้สังคมพึ่งพาตนเองได้

การเมืองภาคประชาชน กำหนดแนวทางที่เหมาะสม สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ

พรรคการเมือง เปลี่ยนโครงสร้างอำนาจที่เอื้อต่อการพัฒนาที่เสมอภาค เป็นตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง

คนไทย จึงตั้งความหวังว่า ศูนย์ปรองดองฯ จะนำพาไปสู่การเปลี่ยนผ่านประเทศ สร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการเกิด "สันติสุขภายในชาติ"