"ในยุคของผม ไม่มีบูรพาพยัคฆ์ หรือวงศ์เทวัญอะไร ทุกคนเป็นลูกน้องผมเหมือนกัน ผมดูแลให้ความยุติธรรมแก่ทุกคน"
ถ้อยวลีของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ยังไม่ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะทำได้ให้ทหาร 2 สายมาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ก็มีภาพทับซ้อนกันอยู่ ระหว่าง "บูรพาพยัคฆ์+วงศ์เทวัญ"
เนื่องจาก "บิ๊กป๊อก" เติบโตจากทหารเสือราชินี (ร.21 รอ.) จนมาเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. และขยับเข้าเมืองกรุงมาเป็น ผบ.พล.1 รอ. ก่อนไต่ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 จึงทำให้เขามีลูกน้องอยู่ทั้งสองกองพล
ยุคสมัยที่ พล.อ.อนุพงษ์ เป็น ผบ.ทบ. ก็จัดการโยกย้ายนายทหารจากฝั่งบูรพาไปเป็น ผบ.พล.ร.9 หรือเข้ามาคุมเมืองหลวง เพื่อหลอมรวมทั้งสองสาย และเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ก็สานต่อนโยบายสลับขั้วของทหารสองสาย
เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการยึดอำนาจ และเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่ง "พี่ตู่" ก็ได้มอบหมายภารกิจสำคัญกับ "ขุนศึก" สายวงศ์เทวัญและบูรพาพยัคฆ์ ดังนี้
"บิ๊กโด่ง" พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นเลขานุการ คสช.
พล.อ.อุดมเดช รอง ผบ.ทบ. (ตท.14) เป็นนายทหารสาย "ทหารเสือราชินี" ที่เคยร่วมรบและรับราชการใกล้ชิด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. ซึ่งสมัย พล.อ.อนุพงษ์ นั่งเป็น ผบ.ร.21 รอ. (ทหารเสือราชินี) ก็มี พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.อุดมเดช ทำหน้าที่เป็นรอง ผบ.ร.21 รอ.
นัยว่า พล.อ.อุดมเดช ถูกวางตัวให้เป็นทายาทของ "บิ๊กตู่" ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และตอนนี้ "บิ๊กโด่ง" ได้รับมอบหมายให้ประสานงานกับคณะที่ปรึกษา คสช.
"บิ๊กต๊อก" พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) เป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ คสช.
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. เติบโตมาจากสาย "วงศ์เทวัญ" ในหน่วย พล.1 รอ.และเคยเป็นนายทหารคนสนิทของ พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี อดีต ผบ.ทบ. และเป็นน้องรักของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรอง ผบ.ทบ.
ว่ากันว่า "บิ๊กต๊อก" เป็นวงศ์เทวัญที่เริ่มทำงานเข้าตา พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้รับมอบหมายให้ดูงานปฏิรูปกฎหมายและความยุติธรรม ซึ่งความไม่เป็นธรรมนั้น เป็นบ่อเกิดของความขัดแย้งอันยืดเยื้อ
"บิ๊กอิ๊ด" พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน (ผช.เสธ.ทบ.) เป็นผู้ประสานงานการทำงานด้านสื่อและการประชาสัมพันธ์
พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์ ผู้ช่วย เสธ.ทบ. (ตท.17) เป็นสาย "บูรพาพยัคฆ์" และเป็นอดีต ผบ.ร.21 รอ. ที่ไม่ได้เป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. เนื่องจาก "พี่ประยุทธ์" โยกข้ามห้วยมาเป็น ผบ.มทบ.11 และขยับออกไปเป็น ผบ.พล.ร.9 ตามแผนสลายขั้วทหาร ก่อนจะขึ้นเป็น ผช.เสธ.ทบ.
"บิ๊กโชย" พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ผอ.ศปป.)
พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.เสธ.ทบ. (ตท.16) เป็นทหารสายวงศ์เทวัญเติบโตมาจากหน่วยรบหมวกแดง ร.31 รอ. ได้รับแรงหนุนจาก พล.อ.ดาวน์พงษ์ และ พล.อ.ไพบูลย์ จนได้เป็น ผบ.พล 1 รอ. ที่คุมกำลังทหารในเขตพระนคร มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการกระชับพื้นที่ราชประสงค์ ปี 2553
"บิ๊กหมู" พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)
พล.ท.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) มาจากสาย "บูรพาพยัคฆ์" ถือว่าเป็น "ลูกหม้อค่ายจักรพงษ์" ไม่ได้มาจาก ร.21 รอ. และบิ๊กหมูเป็นน้องสุดที่รักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และความไม่ลงตัวของตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 "พี่ประยุทธ์" เลยขอให้ "น้องหมู" ทิ้งตำแหน่ง รอง เสธ.ทบ. และทิ้งโอกาสขึ้นเป็น "พล.อ." มารั้งตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ในฤดูกาลโยกย้ายปีที่แล้ว
การวางตัวขุนศึกสายพันธุ์บู๊อย่าง พล.ท.ธีรชัย เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 อาจเป็นแผนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ วางไว้เพื่องานใหญ่คือคุมกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ในวันนี้
นี่คือขุนศึกสายพันธุ์ใหม่ ของ พล.อ.ประยุทธ์ และเป็น "ดรีมทีมบูรพาเทวัญ" ของ คสช.







