เมื่อสนทนากันเรื่องการเมือง ชาวไทยจะแตกแยกออกเป็น กลุ่มเข้าข้างอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มไม่เข้าข้าง
แต่ละกลุ่มต่างมี “ค่านิยม” ที่บ่งบอกถึง “เอกลักษณ์” หรือ “รูปร่างหน้าตา” ของตน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะปกป้องรักษาไว้อย่างสุดชีวิต เพื่ออนุรักษ์ชีวิตจิตใจของตนไว้
กลุ่มวัตถุเงินทองอำนาจนิยม (กลุ่มวอน.) (เหล้าเก่า) เชื่อว่าสรรพสิ่งนอกกายในกำมือ เมื่อรวมกันแล้ว คือ “รูปร่างหน้าตา” ตน ฉะนั้น เมื่อสิ่งเหล่านี้มีอันต้องหลุดลอยไป ชีวิตทั้งหมดของตนก็ล่มสลายหมดสิ้นความหมายไปด้วย
นักเล่นหุ้นไทยรายหนึ่งมีอันต้องประสบกับการขาดทุนสิ้นเนื้อประดาตัวจากความปั่นป่วนในตลาดหุ้น “รูปร่างหน้าตา” ของเขาก็มีอันต้องล่มสลายหมดสิ้นไปด้วย เหลืออยู่แต่ความทุกข์สาหัสสากรรจ์สุดบรรยายสุดทน ในที่สุด เขาก็ใช้ปืนยิงตัวเอง แต่ได้รับการนำส่งโรงพยาบาลทันที
อดีตนายกฯทักษิณ (กลุ่มวอน.เหล้าเก่า) มักเปิดเผย “รูปร่างหน้าตา” ของเขาอย่างภาคภูมิใจว่า มีทรัพย์สินนับแสนๆ ล้านบาท และย้ำเสมอว่าเป็นเงินสุจริตชอบด้วยศีลธรรมและกฎหมาย โดยอาจไม่ทราบว่าประชาคมโลก ประณามทรัพย์สินมหึมาที่งอกเงยขึ้นมาได้ในระยะเวลาสั้น ปานฟ้าแลบ เทพบันดาล และยินดีให้ความร่วมมือยึดขุมทรัพย์ทุจริตกลับคืนสู่คลังของประเทศเดิม ซึ่งมักขาดแคลนงบประมาณ เพื่อใช้ในการพัฒนาบ้านเมืองต่อไป ฉะนั้น “รูปร่างหน้าตา” ของเขาอาจอยู่กับเขาไปได้ไม่ตลอด
ส่วนกลุ่มจน. (เหล้าใหม่) เชื่อว่า สรรพสิ่งนอกกายย่อมหลุดหายดับสูญไปได้ แต่ไม่มีใครสามารถถอดถอน “รูปร่างหน้าตา” ตน อันกอปรด้วยศีลธรรม จริยธรรม ตลอดจนคุณธรรม ซึ่งมีคุณค่าและประโยชน์สูงส่งกว่าสรรพสิ่งนอกกาย ออกไปจากจิตใจตนได้ ชีวิตตนไม่ล่มสลาย ไม่ไร้ความหมาย ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่
ธรรมชาติยังได้สร้าง “พลังภายใน” ไว้กับมนุษย์ เพื่อให้ทุกคนมีศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง ตั้งแต่ต้นจนสำเร็จ จะได้มีความชื่นชอบยกย่องนับถือมั่นใจในศักยภาพของตน และมีความต้องการพึ่งตนเอง “กฎแห่งจิต” ข้อนี้คือกฎแห่งธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดของมนุษยชาติ ผู้คนจะ ได้ไม่ตกเป็นทาสเสพติด “พลังภายนอก” ซึ่งได้แก่อำนาจเงินทองวัตถุที่มนุษย์ปรุงแต่งขึ้นมาจากการเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติอย่างบ้าคลั่ง
วิศวกรคนหนึ่งในสหรัฐฯ ละทิ้งอาชีพวิศวกรรมไปนั่งเขียนนวนิยายอยู่กับบ้าน ผลงานขายดิบขายดี จนมีชื่อเสียงโด่งดังและมีรายได้ไม่น้อยกว่าอาชีพเดิม ซึ่งตนรู้สึกเบื่อหน่ายมากที่ไม่สามารถมีส่วนทำงานชิ้นหนึ่งใดตั้งแต่ต้นจนสำเร็จตามแบบพิมพ์เขียว เพราะถูกผู้ว่าจ้างส่งไปดูแลงานในเฉพาะช่วงหนึ่งๆ ของงานชิ้นอื่นๆ ต่อไปเรื่อยๆ แต่การเขียนนวนิยาย นั้น เขามีโอกาสสร้างสรรค์งานเขียนตั้งแต่ต้นจนจบด้วยตัวเองล้วนๆ “พลังภายใน” จึงได้ทำหน้าที่อำนวย ผลดีดังกล่าว และกลายเป็นพลังเสริมที่ทำให้การแต่งนวนิยายเรื่องต่อๆ ไป ดำเนินไปด้วยความเพลิดเพลินราบรื่นและสำเร็จ
วันหนึ่ง กลุ่มวอน.ที่โกงกินจนร่ำรวยยิ่ง จะรู้สึกลึกๆ ว่า ตน "ยากจนยิ่ง" ใน "พลังภายใน" เพราะต้องคอยพึ่งพาผู้อื่นกับสรรพสิ่งนอกกาย จนรู้สึกว่าขาด "เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ" อีกทั้งจะรู้สึกใจหายวาบขึ้นมาว่า “รูปร่างหน้าตา” ตน อาจต้องล่มสลายไป ไม่ช้าก็เร็ว ทั้งนี้ ก่อให้เกิดความว้าเหว่ใจ ชีวิตไร้ความหมาย ไร้ความมั่นคง ตลอดจนหมดอาลัยตายอยาก สุดวิสัยเยียวยาแม้โดยแพทยศาสตร์ล้ำยุคหรือเงินทองที่ใช้อีกนับร้อยชาติก็ไม่หมด นอกจากจะเปลี่ยน “ค่านิยม” ตน เยี่ยงองคุลิมาล โจรผู้กลายเป็นพระองคุลิมาลเถระในที่สุด
นี่คือชีวิตที่น่าสลดใจของกลุ่มวอน.ที่ใช้เงินทองทุจริตห่อหุ้มความทุกข์ สาหัสสากรรจ์ตนไว้ ในทำนอง “เปลือกใส ไส้เน่า”
ตรงกันข้าม ในชีวิตประจำวันของกลุ่มจน. แม้มิได้นับถือพระพุทธ ศาสนา ก็สามารถดำรงชีพอยู่ในมรรคมีองค์แปด อยู่กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำบุญสร้างกุศลอย่างไร้อัตตาตามอัตภาพ มีความสงบสุขเบิกบานใจ มีจิตตื่นรู้ ไม่เป็นทาสของวัตถุเงินทองอำนาจอิทธิพล และไม่วิตกกังวลในความอนิจจังของสรรพสิ่งทั้งปวง
เห็นได้ว่า แม้ว่ากลุ่มจน.จะไม่มีสรรพสิ่งนอกกายล้นฟ้าท้ามหาสมุทร แต่กลับ “ร่ำรวยยิ่ง” ใน "พลังภายใน" ไม่จมปลักอยู่กับกองทุกข์ เมื่อปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ก็ทำด้วยจิตที่ตื่นรู้และเบิกบาน ส่งผลให้เกิดประโยชน์สุขต่อตนเองและผู้อื่น ชีวิตมีความหมายอย่างแท้จริง
ในภาพรวม กลุ่มวอน.ยินยอมให้สรรพสิ่งนอกกายลิขิตชีวิตตนสู่การโกงกินชาติทำลายแผ่นดิน แต่กลุ่มจน.ไม่ยินยอมให้สรรพสิ่งนอกกายหรือกลุ่มวอน.มาลิขิตชีวิตตนสู่การโกงกินชาติ โดยมุ่งหมายคัดค้านต่อสู้กับกลุ่มวอน.อย่างสันติวิธี ด้วยเจตนารมณ์แน่วแน่ยิ่ง เพื่อรักษาและอาศัยอยู่บนแผ่นดินไทยพร้อมกับบุตรหลานอย่างอิสรเสรีสืบไป
อนึ่ง เมื่อขาดพลังภายใน กลุ่มวอน. คือคนที่ “ตายทั้งเป็น” ไร้สติปัญญา และอยู่บนเส้นทางของ “ความตาย” ตรงกันข้าม กลุ่มจน. ซึ่งไม่ขาดพลังดังกล่าว คือคนที่ “มีชีวิตชีวา” มีสติปัญญา และอยู่บนเส้นทางของ “ความเป็น” อีกทั้งยังมีพลังสำคัญอย่างหนึ่งที่กลุ่มวอน.ไม่มี นั่นคือ “ความรู้สำนึกในศีลธรรม” ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป
การขัดแย้งกันระหว่างสองกลุ่มค่านิยมนี้ อาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง โดยขึ้นอยู่กับ “พลังพิฆาต” ซึ่งได้แก่วัตถุเงินทองอำนาจอิทธิพลที่อยู่ในมือของกลุ่มวอน. ในกรณีที่มีอยู่ในระดับสูงล้นฟ้าท้ามหาสมุทร กลุ่มวอน.อาจไม่รีรอที่จะใช้พลังอันทรงอานุภาพนี้ เผด็จศึกกลุ่มจน. เพื่อกำจัดอุปสรรคขวากหนามให้สิ้นซากอย่างเด็ดขาดเสียที
อย่าลืมว่า จอมเผด็จการฮิตเลอร์ เมื่อหลงทะนงตัวในกำลังพลกับอาวุธยุทโธปกรณ์อันเกรียงไกรและทรง “พลังพิฆาต” ยิ่งในกำมือตน ก็ตัดสินใจยกทัพยึดครองประเทศต่างๆ อย่างเมามัน แต่ต้องพบจุดจบตัวเองด้วยอัตวินิบาตกรรม หลังจากที่ถูกกองทัพสัมพันธมิตรเผด็จศึกในที่สุด
เมื่อ “พลังพิฆาต” ของกลุ่มวอน.พบกับ “พลังภายใน” และ “ความรู้สำนึกในศีลธรรม” ของกลุ่มจน. คลื่นสึนามิดังอุปมาข้างต้นจะมีความน่าเป็นไปได้ที่จะม้วนตัวพุ่งเข้าทลายเมืองหลวงอย่างยากที่ใครจะหยุดยั้งได้ เพราะความตายสำหรับกลุ่มวอน.คือทางออกที่ดีกว่าความเป็นของตนที่ตั้งอยู่บนความทุกข์สาหัสสากรรจ์ท่ามกลางทรัพย์สินนับหลายแสนล้านบาท
การโกงกินชาติได้ทำลายประเทศใดจนเกือบล่มจมหายนะเป็นรายล่าสุด?
ความทรงจำที่เกาะติดอยู่ในเนื้อเซลล์คืออะไร?
โปรดติดตามตอนต่อไป






