วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งจัดบ้านใหม่ ฟื้นเชื่อมั่นประเทศไทย

หลังจากประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 20 พ.ค. และเข้าควบคุมการบริหารประเทศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

ในวันที่ 22 พ.ค. นั้น ทำให้คนไทยต้องนั่งทบทวน เพื่อปรับทัศนะการมองอนาคตของประเทศไทยกันใหม่ ว่า เราจะเดินไปในทิศทางแบบที่ผ่านๆ มา ภายใต้สังคมที่มีความขัดแย้งรุนแรงมากเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แล้วแก้ไขปัญหาด้วยการยุบสภา สลับกับการเลือกตั้งใหม่ หรือปรับเปลี่ยนด้วยการทำโครงสร้างประเทศให้เข้มแข็งก่อน แล้วจึงเดินเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง ณ ห้วงเวลาของความสับสนนี้ ดร.ธาริษา วัฒนเกส อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย บอกกับเราเป็นประโยคแรกของการสนทนา ว่า "เรากำลังจัดบ้านใหม่" เพราะว่า มันหมดเวลาแล้วที่บรรดานักการเมืองที่เข้ามาบริหารในแต่ละยุคสมัย ทิ้งปัญหาเอาไว้มากมายให้กับประเทศ

ทันทีที่พูดถึงการจัดบ้านใหม่ หลายคนสงสัยว่าจะจัดการอย่างไร ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองอ่อนแอ โดยเฉพาะต่างชาติมองเข้ามาที่ภาพของประเทศไทยมีมุมลบมากกว่ามุมบวก อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติกลับมองประเทศในขณะนี้เป็นเชิงบวกมากกว่า จากประสบการณ์ที่เป็นผู้บริหารนโยบายการเงิน และนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งเคยผ่านวิกฤติในระดับประเทศมาแล้ว เชื่อว่าทิศทางกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวระยะสั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในขณะนี้ ก็เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประเทศให้กลับคืนมา แต่ต้องดำเนินการควบคู่กับการรักษาความสงบของประเทศ หลังจากนั้น ก็เปิดโอกาสให้กับการจัดการบ้านใหม่อย่างจริงจัง โดยเธอมั่นใจว่าสิ่งที่จะตามมานั้น ต้องยอมรับในเรื่องของการขจัดคอร์รัปชัน "ถึงวลาที่นักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศแล้ว จะทิ้งปัญหาไว้ให้กับลูกหลานเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง"

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนักการเมืองเข้ามาแล้วก็ไป จะไม่รับผิดชอบในการกระทำไม่ได้ การดำเนินนโยบายประชานิยมที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีขอบเขต จากการใช้เม็ดเงินที่เป็นการสร้างภาระอย่างมหาศาลไว้ให้กับลูกหลานในอนาคต อย่างเช่น กรณีการจำนำข้าวที่จะต้องเอาผิดกับนักการเมืองที่ทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศ ถึง 5 แสนล้านบาท มาลงโทษ ก็จะทำให้สังคมรู้สึกอบอุ่นขึ้น เมื่อปัญหาที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงในบ้านเมืองนี้ได้รับการขจัดออกไป เนื่องจากสิ่งที่จะทำให้ประเทศเรารอดพ้นจากความสุ่มเสี่ยงต่างๆ ได้ในเวลานี้ ก็คือ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง จึงจะป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำซาก อีกทั้งยังเป็นการทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะขจัดคอร์รัปชันในทันที แต่ก็เป็นการตอกย้ำหน้าที่ของ คสช. ที่จะต้องดำเนินการจนบรรลุเป้าหมายอย่างจริงจัง

สำหรับการเรียกความเชื่อมั่นด้านบวก ให้กับภาพลักษณ์ของประเทศในสิ่งที่ถูกเฝ้ามองนี้ และเพื่อที่ว่า คสช. จะสามารถเดินหน้าตามพันธกิจ 3 ขั้น ที่ประกาศไว้ คือ ดูแลให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบเรียบร้อย โดยส่งผ่านการบริหารประเทศให้กับรัฐบาลเฉพาะกิจชุดใหม่ ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มีการเริ่มต้นวางรากฐานที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศ รวมถึงการจัดตั้งสภาปรองดองแห่งชาติ เพื่อทำให้เกิดความสมานฉันท์ในประเทศ ก่อนที่จะเข้าสู่สนามการเลือกตั้งในสถานการณ์ที่เป็นปกติ โดยต้องยึดหลักการเร่งจัดบ้านใหม่ ทำการฟื้นฟูศักยภาพของประเทศ อันนำไปสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์...ในที่สุด