แต่ไหนแต่ไรสิ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่อวยพรลูกหลานมักต้องมี ขอให้การงานเจริญก้าวหน้า เพราะลูกหลานวัยทำงานย่อมต้องการเติบโตก้าวหน้าเหมือนกันทุกค
การได้รับความไว้วางใจจากบริษัทหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ได้สร้างผลงานจึงเป็นโอกาสที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการได้ในอนาคต
พนักงานบริษัท หรือข้าราชการล้วนต้องการแสวงหาความก้าวหน้าด้วยการเติบโตขึ้นเป็นหัวหน้า เป็นผู้บังคับบัญชา เป็นผู้จัดการ ฯลฯ เพื่อได้ใช้ประสบการณ์และความรู้ความสามารถตัวเองสร้างความสำเร็จให้องค์กร
แต่การที่พนักงานธรรมดาๆ จะก้าวขึ้นสู่ระดับบริหารได้ จำเป็นต้องมีความพร้อมรอบด้าน ความรู้ ประสบการณ์ อาวุโส ผลงานที่ผ่านมา ฯลฯ เพื่อนำมาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร บทบาทผู้จัดการหรือผู้บริหารจึงต้องแตกต่างกับพนักงานอย่างชัดเจน คนที่จะขึ้นมานำผู้อื่นได้ต้องเข้าใจบทบาทตัวเองอย่างเด่นชัด
หลายๆ ครั้งเราจะเห็นผู้จัดการที่สั่งการไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว แต่ชอบเอางานกลับมาทำเสียเอง เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีกว่า ทั้งๆ ที่บทบาทแท้จริงน่าจะใช้ไปกับการควบคุมและสั่งการมากกว่าลงมือทำเอง ทำให้ลูกน้องไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ในระยะยาว
บทบาทการเป็นผู้บริหารเบื้องต้น คือ ใช้ทรัพยากรองค์กรได้ถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงมีคุณลักษณะที่เกี่ยวเนื่องอีกมากมาย คือ
ประการที่ 1 ต้องเปิดโอกาสให้ลูกน้องมีส่วนร่วมกับงานที่ทำ ขยายความจากตัวอย่างข้างต้น เพราะผู้จัดการมือใหม่ที่เพิ่งมารับหน้าที่มักจะเชื่อมั่นในฝีมือตัวเองมากเกินไปจนรับผิดชอบงานทั้งหมดไว้คนเดียว ไม่ยอมปล่อยให้ลูกน้องได้สร้างผลงานใดๆ
ตรงกันข้ามกับผู้จัดการที่แบ่งงานเป็นส่วนๆ ให้ลูกน้องแต่ละคนรับผิดชอบอย่างทั่วถึง สุดท้ายเมื่องานประสบความสำเร็จย่อมสร้างความภาคภูมิใจให้คนทั้งทีม เพราะแต่ละคนล้วนมีส่วนร่วมเท่าเทียม ทำให้แต่ละคนตระหนักในบทบาทและหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองเต็มที่ และลูกน้องของเราย่อมได้ทักษะที่เพิ่มพูนขึ้น พัฒนาให้เขาเก่งขึ้นได้ต่อเนื่อง
ประการที่ 2 ต้องมีความเชื่อมั่น เพราะเป็นประตูด่านแรกที่เราจะกล้าเปิดโอกาสให้ลูกน้องและทีมงานได้ทำงานที่ได้รับมอบหมาย หากเราไม่มั่นใจถึงจะมอบหมายงานให้เขาทำ เขาย่อมรับรู้ได้ว่าเราไม่มั่นใจ
ท้ายที่สุดกลายเป็นความกังวลใจ ความไม่แน่ใจของลูกน้องเราเองว่าไม่อาจทำได้สำเร็จเพราะผู้บังคับบัญชาไม่มั่นใจ
ผู้นำที่ดีจึงต้องมีความเชื่อมั่น และไว้วางใจลูกน้องของตัวเองให้ทำในสิ่งถูกต้องและเหมาะสม เป็นการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวให้ลูกทีมได้อีกทางหนึ่ง
ประการที่ 3 ต้องสร้างทีมให้สำเร็จ ด้วยการสร้างความสมัครสมานสามัคคี ให้กำลังใจ ให้เขาเข้าใจว่าเรื่องที่จะทำมีอะไร ส่งผลอย่างไรต่อองค์กร ให้เห็นคุณค่าของสิ่งที่จะทำและเกิดความภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน
ประการสุดท้าย ต้องพูดให้น้อยลง เพราะบทบาทการเป็นผู้นำต้องเปิดโอกาสให้ลูกน้องแสดงความคิดเห็นมากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ลูกน้องกล้าคิดและกล้านำเสนอ เพราะหากบทบาทการพูดและแสดงความเห็นยังเป็นของผู้นำ สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีเวทีให้ลูกน้องแสดงความคิดเห็นดีๆ ของตัวเอง
สิ่งที่อาจเป็นความคิดใหม่ๆ ของพนักงานจึงหดหายไป เพราะคำพูดของผู้บริหารที่ดูมีน้ำหนักมากกว่าเข้ามาแทน แล้วลูกน้องก็มักเอาแนวคิดนั้นๆ ไปใช้ทันทีเพราะเชื่อว่าทำตามผู้ใหญ่แล้วย่อมไม่มีโอกาสผิดพลาด






