ความคาดหวังของประชาชน ต่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีสูงในหลายๆ ด้าน
จึงจำเป็นที่จะต้องมีการชี้แจงอธิบายเส้นทางข้างหน้า หรือ Road Map ที่ชัดเจนว่าใครจะรับผิดชอบอะไร ด้านไหน อย่างไร
เพราะว่า การยึดอำนาจไปอยู่ที่คนกลุ่มเดียว ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใด ไม่อาจจะยั่งยืนได้ หากไม่มีแผนการที่จะกลับคืนสู่ “ภาวะปกติ” โดยเร็ว และตอบคำถามของคนทั่วไปว่าหนทางแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ของบ้านเมือง จะทำกันอย่างไร
ประเด็นการเมือง คือ การตั้งสภานิติบัญญัติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นำไปสู่การเลือกตั้งที่โปร่งใส เป็นธรรม และพ้นจาก “money politics” ที่เป็นสาเหตุแห่งความเสื่อมโทรมของบ้านเมืองมาตลอด จะมีรูปแบบอย่างไร ใครจะเป็นคนเลือกตัวแทนประชาชนมาทำงานในสภาแห่งนี้ และจะมีรูปแบบกับกรอบเวลาของการทำงานอย่างไร
ประเด็นปฏิรูปประเทศชาติซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นหัวใจของการเรียกร้องของประชาชนที่ออกมาจำนวนมากมาย เป็นกระแสแห่งการต้องการ “ยกเครื่อง” บ้านเมืองอย่างจริงจัง ดังนั้น ข่าวคราวเรื่องตั้ง “สภาปฏิรูป” เพื่อทำหน้าที่ยกร่างกระบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
ที่ผ่านมา นักการเมืองทุกพรรค รับปากจะ “ปฏิรูป” ในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่ไม่เคยมีใครทำอย่างจริงจัง เหตุผลข้อหนึ่ง ก็คือ การปฏิรูปสังคมไทยอย่างถึงรากถึงแก่นนั้น จะต้องหมายถึงการเสียสละของผู้ได้เปรียบในสังคม และต้องยกระดับคนยากจนขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อนักการเมืองเองคือผู้จะต้องเสียสละเพื่อให้เกิดการปฏิรูป จึงหวังได้ยากว่าจะเกิดขึ้นได้จริงในภาคปฏิบัติ
สภาปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นจริงได้ ต้องระดมความคิดเห็นของผู้คนจากทุกหมู่เหล่า เพื่อใช้โอกาสนี้ผ่าตัดประเทศไทยอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ลดช่องว่างของสังคมที่เป็นสาเหตุหลักของปัญหาบ้านเมือง
ปฏิรูปครั้งนี้ ต้องถือเอาการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเป็นหัวข้ออันดับต้นๆ เพราะที่การเมืองของประเทศตกอยู่ในมือของ “กลุ่มทุน” ไม่กี่กลุ่มที่สามารถกำหนดชะตากรรมของคนทั้งประเทศ เพราะเงินอย่างเดียวสามารถซื้อทุกอย่างได้ จนประเทศตกอยู่ในสภาวะวิกฤติอย่างที่เห็นกัน
เพราะว่า คนไทยเห็นอันตรายของคอร์รัปชันและระบบเส้นสาย ที่กลืนกินคุณธรรมและมาตรฐานศีลธรรมของสังคม จึงได้ลุกขึ้นมาประท้วงกันอย่างกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย
การปฏิรูปการศึกษา เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ หากจะไม่ให้คนไทยกลับไปอยู่ภายใต้สภาพที่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ ไม่คิดวิเคราะห์ข้อมูล และขาดการไตร่ตรองและถกแถลงด้วยเหตุด้วยผล แผนการปฏิรูปสังคมจะต้องเน้นเรื่องการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญเป็นพิเศษ
โครงสร้างการบริหารของประเทศ ที่ไม่กระจายอำนาจอย่างแท้จริง เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่จะต้องมีการ “ยกเครื่อง” อย่างเร่งด่วน เพราะว่าอำนาจที่กระจุกตัวอยู่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นการปกครอง ตำรวจ หรือ งบประมาณ คือ ต้นตอของความ “เหลื่อมล้ำต่ำสูง” ที่เป็นที่มาของปัญหาความขัดแย้ง ไม่เป็นธรรม และ การเอารัดเอาเปรียบของคนเมืองต่อคนชนบทอย่างยิ่ง
และแน่นอน ต้องไม่ลืมว่าหนึ่งในหัวข้อปฏิรูป ที่มีความสำคัญไม่น้อยต่ออนาคตของประชาธิปไตยประเทศไทย คือ กองทัพเอง
ต้องย้ำอีกครั้งว่า การที่จะ “ปฏิรูป” บ้านเมืองให้เกิดขึ้นได้จริงนั้น จะต้องมีการสื่อสารกับประชาชนอย่างกว้างขวาง โปร่งใส และ ตรงไปตรงมา ซึ่งต้องผ่านสื่อสารมวลชนที่เป็นอิสระ และไม่ถูกจำกัดหรือคุกคามโดยอำนาจรัฐ ไม่ว่าใครจะเป็นคนปกครองประเทศ...ก็ตาม






