วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนังม้วนเก่า "ปฏิวัติประชาชน"

ความหวังของ สุเทพ เทือกสุบรรณ กับแนวร่วม "นักวิชาการ" ที่ต้องการให้วุฒิสภา ในฐานะองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ

องค์กรเดียวที่เหลืออยู่ ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง "นายกรัฐมนตรี" คนใหม่โดยเร็ว โดยอาศัย "มาตรา 7" ประกอบมาตรา 3 มาตรา 122 รวมถึงมาตราอื่นๆ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ก็ไม่สุขสมหวังดังที่คิดฝันไว้

000 เหตุผลสำคัญที่ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ตัดสินใจไม่ทำตามความฝันของมวลมหาประชาชน เพราะปลายทางของเรื่องนายกฯ มาตรา 7 อยู่ที่ "สถาบันพระมหากษัตริย์" โดย "สุรชัย" ออกเดินสายพบ "ผู้ใหญ่" ในบ้านเมือง แต่ก็ไม่มีผู้ใหญ่คนใดส่ง "สัญญาณบวก" จึงต้องหาทางออกแบบขัดใจ "ลุงกำนัน" และมวลมหาประชาชน

000 เหนืออื่นใด "กลุ่ม 40 ส.ว." ก็มีความขัดแย้งทางความคิด โดย ส.ว.สรรหา ที่เคยไปขึ้นเวที กปปส. อย่าง ไพบูลย์ นิติตะวัน , ตวง อันทะไชย, ประสาร มฤคพิทักษ์ ต่างเร่งให้ "สุรชัย" ใช้ความกล้าหาญเดินหน้าทูลเกล้าฯ ชื่อนายกรัฐมนตรีโดยทันที ขณะที่ ส.ว.สรรหา ที่เป็น "ข้าราชการอาวุโส" กลับไม่เห็นด้วย เพราะเกรงการกระทำดังกล่าวจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

000 อีกเหตุผลหนึ่งที่ "สุรชัย" กระอักกระอ่วนใจมากที่สุดคือ คลิปวีดิโอการปราศรัยของ เสรี วงษ์มณฑา ต่อหน้าสมาชิก กปปส.ชิคาโก ที่ระบุว่าประธานสุรชัยเป็น "คนของเรา" และ "ได้คุยกับกำนันแล้ว" ในประเด็นการสรรหานายกฯ มาตรา 7

000 เมื่อวุฒิสภาไม่ใช่คำตอบ "กำนันสุเทพ" จึงต้องลงมือก่อการ "ปฏิวัติประชาชน" เหมือนเมื่อ 9 ธ.ค.2556 ที่เลขาธิการ กปปส.ได้ออกแถลงการณ์ "ประชาภิวัฒน์" อาศัยมาตรา 3 ตามรัฐธรรมนูญ เรียกคืนอำนาจให้มวลมหาประชาชน แต่การลงมือปฏิรูปประเทศไทย ด้วยมาตรา 3 ก็ไม่สมหวัง

000 มาถึงสัปดาห์นี้ "กำนันสุเทพ" ประกาศแผนปฏิบัติการยึดอำนาจ และบอกว่าเป็น "หนังม้วนสุดท้าย" ไม่มีม้วนอื่นอีกแล้ว หากทำไม่สำเร็จก็จะยอมมอบตัวต่อ ศอ.รส. ซึ่งจะว่าไปแล้ว "กำนันสุเทพ" ได้ฉาย "หนังม้วนเก่า" มาหลายครั้ง จนแนวร่วมส่วนหนึ่งออกอาการถอดใจ และถอยห่างจากเวที กปปส.

000 นี่ก็หนังม้วนเก่าเหมือนกัน ไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม จับมือ สามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย จัดตั้ง "สหพันธ์อีสานล้านนา ปกป้องประชาธิปไตย" โดยเริ่มจัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการชื่อเวทีว่า "สหพันธ์อีสานล้านนา เทิดทูนในหลวง ปกป้องประชาธิปไตย ต่อต้านนายกฯมาตรา 7" ที่จังหวัดอุดรธานี โดยก่อนหน้านั้น "ไพจิต" ก่อตั้ง "ขบวนการคนอีสานปกป้องประชาธิปไตย" แต่ก็ขับเคลื่อนการชุมนุมแบบกร่อยๆ

000 ว่ากันว่า การชุมนุมใหญ่ของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่ถนนอักษะ ได้ประสบปัญหาการจัดการการชุมนุมไม่ไหลลื่น สืบเนื่องจาก "ท่อเลี้ยงใหญ่" ถูกปิด จึงปรากฏชื่อของ "หลวงพ่อเพชร" ในฐานะพระอาจารย์ที่ จตุพร พรหมพันธุ์ นับถือสูงยิ่ง เพราะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลประธาน นปช.เป็นอย่างมาก

000 สาเหตุที่ "จตุพร" นัดหมาย 10 พ.ค. เป็นวันแรกของการชุมนุมใหญ่ เพราะวันดังกล่าว เป็นวันคล้ายวันเกิด พระครูวินัยธร (พชร) ฐานกโร หรือ "หลวงพ่อเพชร" จึงจัดให้พิธีทำบุญใหญ่ ที่บริเวณพุทธอุทยานหลวงปู่ทวด ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งประธาน นปช.ได้นำแกนนำแดง นปช.เข้าร่วมพิธีทำบุญโดยพร้อมเพรียง

000 เมื่อตรวจแถว "ขบวนมวลชน" ทั้งสองขั้ว ดูเหมือนว่า จะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวคือ มวลชนออกมาร่วมชุมนุม "ไม่หนาแน่น" เหมือนเก่า ซึ่งแต่ละขั้วสี ก็มีเหตุปัจจัยแตกต่างกันไป