แปลกแต่จริง - หนังสือเศรษฐศาสตร์ขายเกลี้ยงตลาดออนไลน์

แปลกแต่จริง - หนังสือเศรษฐศาสตร์ขายเกลี้ยงตลาดออนไลน์

เป็นเวลาหลายเดือน การเคลื่อนไหวทางการเมืองในบ้านเราเป็นข่าวใหญ่อย่างต่อเนื่องจนกลบเรื่องน่าสนใจหลายต่อหลายเรื่องเกือบหมด

เรื่องหนึ่งซึ่งแปลกมากเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนเมษายน นั่นคือ หนังสือเศรษฐศาสตร์ขนาดยักษ์หนาเกือบ 700 หน้าขายดีในอเมริกาจนหาซื้อไม่ได้รวมทั้งจากผู้จัดจำหน่ายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเช่นแอเมซอน

คงเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า ตำราวิชาเศรษฐศาสตร์เป็นยานอนหลับชั้นเลิศ แต่เพราะอะไรเล่มที่ใหญ่ถึงเกือบ 700 หน้าเกิดขายดิบขายดีขึ้นมาจึงเป็นปริศนาที่วงการหนังสือและเศรษฐศาสตร์ฉงนและพากันค้นหาต้นเหตุ ผู้อยู่ในวงการหลายคนเห็นพ้องต้องกันว่าเพราะชาวโลกกำลังแสวงหาคำตอบสำหรับปรากฏการณ์ปัจจุบันอันได้แก่ วิกฤติเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อ และความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นที่นับวันจะเลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้เขียนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านการวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำ ชาวโลกจึงคิดว่าเขาคงมีคำตอบ

นักเศรษฐศาสตร์คนนั้นเป็นชาวฝรั่งเศสชื่อ Thomas Piketty ซึ่งเขียนหนังสือออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศสเมื่อปีที่แล้ว สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพิ่งจัดพิมพ์ภาคภาษาอังกฤษเมื่อไม่นานมานี้ หนังสือขายดีติดอันดับอย่างรวดเร็ว เพียงในไม่กี่สัปดาห์ขายได้ถึง 57,000 เล่ม ทำให้ผู้จัดพิมพ์คาดว่ามันน่าจะทำลายสถิติยอดขายตลอดกาลของสำนักพิมพ์ ทั้งนี้เพราะหนังสือขายดีที่สุดของเขาเคยขายได้เพียง 60,000 เล่มเท่านั้นหลังจากนำออกจำหน่ายครบหนึ่งปี ในช่วงนี้ สำนักพิมพ์ต้องเร่งพิมพ์ออกมาเพิ่ม ทั้งที่มีฉบับ “อี-บุ๊ค” แต่ผู้อ่านไม่สนใจเท่าฉบับกระดาษ

ภาคภาษาอังกฤษของหนังสือชื่อ Capital in the Twenty-First Century (ทุนในศตวรรษที่ 21) ชื่อของหนังสือดูจะไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจเป็นพิเศษ แก่นของหนังสือก็ไม่น่าจะเป็นของใหม่สำหรับผู้ที่พอรู้ประวัติของวิวัฒนาการโลกอยู่บ้างเพราะเนื้อหานำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า ระบบทุนนิยมมักผลักดันให้ความเหลื่อมล้ำเลวร้ายขึ้น

อนึ่ง อาจจำกันได้ว่า ทุกครั้งที่มีเทคโนโลยีใหม่ ผู้เป็นเจ้าของ หรือเข้าถึงจนสามารถนำไปใช้ประกอบกิจการได้อย่างจริงจังจะร่ำรวยอย่างรวดเร็ว ย้อนไปราวหมื่นปี โลกยังไม่มีเทคโนโลยีทางเกษตรกรรม มนุษย์เราดำเนินชีวิตด้วยการแสวงหาของป่าและล่าสัตว์ตามฤดูกาล แต่ละคนแสวงหาได้ไม่ต่างกันนักส่งผลให้รายได้แทบไม่ต่างกัน ต่อมาเมื่อมีเทคโนโลยีเกษตรกรรมอันได้แก่การรู้จักปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ผู้ที่รู้ว่าจะทำอย่างไรมีรายได้สูงกว่าผู้ที่ยังดำเนินชีวิตด้วยการแสวงหาของป่าและล่าสัตว์เช่นเดิม

เมื่อโลกมีเทคโนโลยีจำพวกเครื่องจักรกล คนที่เป็นเจ้าของและเข้าถึงร่ำรวยแบบก้าวกระโดด พอมาถึงยุคนี้ ผู้เป็นเจ้าของและเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลต่างพากันร่ำรวยมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันโลกยังมีผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยการแสวงหาของป่าและล่าสัตว์ หรือเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ได้เพียงจำกัดเท่านั้น รายได้ของผู้มีเทคโนโลยีใหม่เช่นบิล เกตส์ จึงต่างกับของชาวแอฟริกาในทะเลทรายคาลาฮารีและชาวพื้นเมืองในป่าแอเมซอนดังกับว่ามาจากคนละโลก วิวัฒนาการพื้นฐานเช่นนี้หากไม่มีอะไรมาคานไว้ มันจะทำให้ความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อยๆ

ผู้เขียนมีข้อมูลที่ยืนยันว่าก่อนที่ความเหลื่อมล้ำจะเลวร้ายถึงขนาดที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ เคยดำเนินนโยบายในแนวต่อต้าน หรือที่จะไม่ยอมให้มันเลวร้าย เขามองว่าถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อทำให้ความเลวร้ายนั้นลดลงแล้ว แนวนโยบายที่เขาเสนอให้ใช้นอกจากการผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็วแล้วได้แก่ การเก็บภาษีแบบก้าวหน้ามากๆ ทั้งจากรายได้และจากทรัพย์สิน ภาษีที่ใช้จะต้องทำในแนวเดียวกันทั่วโลก มิฉะนั้น ทรัพย์สินที่โยกย้ายได้ง่ายจะถูกโยกย้ายไปไว้ในประเทศที่อัตราภาษีต่ำ ทันทีที่นโยบายในแนวดังกล่าวเป็นข่าวออกมา มันได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากฝ่ายที่เรียกกันว่าซ้ายจัดพร้อมกับถูกต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายอนุรักษนิยมในอเมริกา

เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งที่หนังสือเล่มดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่เรื่องแนวคิดพื้นฐานมิได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากระบบตลาดเสรีที่สังคมโลกส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มันยังมุ่งเน้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตราสูงเป็นหลัก เป็นที่ทราบกันดีว่า การขยายตัวจะเป็นไปไม่ได้หากไม่มีการบริโภคเพิ่มขึ้นด้วย นั่นหมายความว่าแนวคิดพื้นฐานของมันยังอยู่ที่การใช้การบริโภคเพิ่มขึ้นเป็นตัวขับเคลื่อน

คอลัมน์นี้เสนอมาอย่างเสมอต้นเสมอปลายว่าแนวคิดนั้นไม่มีความเหมาะสมกับสังคมโลกปัจจุบันแล้ว ทั้งนี้เพราะจำนวนคนได้เพิ่มขึ้นจนเกิน 7 พันล้านคนและยังเพิ่มขึ้นต่อไปในขณะที่ทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอลงทุกวัน ฉะนั้น เศรษฐกิจแนวใหม่จะต้องมุ่งไปที่การจำกัดการบริโภคให้อยู่ภายในขอบเขตของความจำเป็นเท่านั้น นั่นหมายความว่า ระบบตลาดเสรีที่เราจะใช้ต่อไปต้องเน้นการเก็บภาษีการบริโภคส่วนเกินแบบก้าวหน้า

ในภาวะที่สังคมโลกยังกระหายที่จะได้แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หากนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความสามารถสูงเขียนหนังสือแนวดังกล่าวออกมาเป็นภาษาอังกฤษซึ่งสามารถอธิบายได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าจะทำอย่างไร หนังสือน่าจะขายดีไม่ต่างกับเรื่องที่อ้างถึง