วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"วุฒิ"แสงสว่างปลายอุโมงค์(ปิด)

ภาพการประชุมนอกรอบของวุฒิสภา เพื่อหาทางออกให้กับประเทศเมื่อวันก่อน ถือเป็นจุดหนึ่งของการสร้างความหวังให้คนไทย

ที่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่หยุดชะงัก "กับดักการเมือง" อยู่ในขณะนี้ แม้ว่าภาพรวมจะยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับสถานการณ์การเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อขณะนี้

โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภาคนใหม่ แม้จะยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ อย่างเป็นทางการ เพราะเลขาธิการวุฒิสภาอ้างว่า ยังจัดทำประวัติของว่าที่ประธานและรองประธานวุฒิสภาคนที่สองไม่เสร็จ แต่ความกระตือรือร้นของสุรชัย ที่มีความพยายามจะช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศ ด้วยการนัดสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 150 คน มาประชุมนอกรอบ แม้ว่าจะปิดสมัยประชุมวิสามัญไปแล้วก็ตาม

แต่เอาเข้าจริง ก็มี ส.ว. ที่ให้ความร่วมมือมาเข้าร่วมประชุมด้วย กว่า 80 คนเท่านั้น ทั้งที่การหารือครั้งนี้เป็นการหารือในประเด็นวิกฤติของประเทศ ซึ่งขณะนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าภารกิจสำคัญของ ส.ว. ทั้งเรื่องการกลั่นกรองกฎหมาย การถอดถอนนักการเมืองทุจริต หรือ การแต่งตั้งบุคคลขององค์กรอิสระด้วยซ้ำ กลับไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทั้งที่วุฒิสมาชิกเหล่านั้นไม่ว่าจะสรรหาหรือเลือกตั้ง เคยปฏิญาณตนตอนรับตำแหน่งว่าจะทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง

ตรงข้ามเมื่อถึงคราวที่บ้านเมืองอยู่ในห้วงคับขัน ต้องการความร่วมมือ ส.ว.เหล่านี้กลับมองไม่เห็นความสำคัญ!!

สอดรับกับคำถามของสังคมที่ข้องใจว่า วุฒิสมาชิก มีผลประโยชน์จากพรรคการเมืองหรือไม่ โดยเฉพาะ ส.ว.ที่เคยสังกัดพรรคการเมือง ก่อนที่จะมาสมัครเป็น ส.ว. เพราะพฤติกรรมของ ส.ว. บางคน ที่แสดงออกในห้องประชุม ทำให้เกิดข้อกังขาว่า มีใบสั่งจากพรรคการเมืองเข้ามามีอิทธิพล ต่อการตัดสินใจในบางเรื่องที่เกี่ยวกับวาระการประชุม

ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของ ส.ว. ที่เปิดโอกาสให้เครือญาติของนักการเมืองเข้ามาสมัคร ส.ว.ได้ และที่สำคัญคือ สามารถลงสมัครได้ทันทีหลังจากพ้นตำแหน่งทางการเมือง นั่นคือ ส.ส. และ ส.ว. โดยไม่ต้องเว้นวรรค

ผลจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ทำให้มี ส.ว. ที่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายนี้ ถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลว่า มีพฤติการณ์ส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ และเสนอวุฒิสภาถอดถอนจากตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ในประเด็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ หรือ กฎหมายสุดซอย ที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤติการเมืองในปัจจุบัน และทำให้ประชาชนออกมาแสดงความเห็นคัดค้านกับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เป็นจำนวนมาก หากไม่ถูกกระแสสังคมกดดันและต่อต้าน หลายฝ่ายเชื่อว่า ที่ประชุมวุฒิสภาอาจจะผ่านร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวก็เป็นได้

ดังนั้น การประชุมวุฒิสภานอกรอบ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติประเทศ ซึ่งเดิมมีหลายฝ่ายมองว่า จะช่วยจุดประกายความหวังให้ประเทศหลุดพ้น หากดูจากความร่วมมือในการเข้าร่วมประชุมของ ส.ว. ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเงามืดที่บดบังสามัญสำนึก หรือคำปฏิญาณตนที่เคยประกาศไว้ก่อนรับตำแหน่ง... ซึ่งแทนที่จะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ กลับกลายเป็นอุโมงค์ที่หาทางออกไม่ได้ หรือ อุโมงค์ปิด...