วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สังคมต้องมีกฎกติกา

คำตัดสินของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 268 ประกอบมาตรา 266 จากกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือสมช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการบรรจุแต่งตั้งโยกย้าย ส่งผลให้รัฐมนตรีที่ร่วมลงมติสิ้นสุดเป็นการเฉพาะตัวไปด้วย

ในวันต่อมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.มีมติ 7 ต่อ 0 เสียง ว่าพฤติการณ์ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว เป็นการส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 178 และส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ มาตรา 11 (1) อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาออกจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 270 จึงให้แยกสํานวนการถอดถอนส่งไปยังวุฒิสภา เพื่อดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไปนั้น

หลังจากมีคำตัดสินออกมา ฝ่ายต่างๆ ก็เกิดความเห็นที่แตกต่างกันไป โดยมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมถึงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปในเชิงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่างๆ นานาเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ในสังคมประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม สังคมก็จำเป็นต้องมีกฎกติการ่วมกัน หรือมีการยอมรับอำนาจศาลด้วย ไม่เช่นนั้นสังคมจะอยู่ในสภาพไร้กฎระเบียบ และอาจเกิดความวุ่นวาย ชนิดที่อาจไม่จบไม่สิ้นเลยทีเดียว หากไม่มีฝ่ายใดยอมรับคำตัดสินที่เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ตัวเอง

ความรุนแรงกรณีคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่เป้าหมาย 3 จุด คือโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ และบ้านพักนายสุพจน์ ไข่มุก 1 ใน 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำตัดสินให้รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เข้าประชุม และร่วมลงมติเห็นชอบ ในการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้พ้นจากตำแหน่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของใครหรือฝ่ายไหนเป็นผู้กระทำก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ามีความเสี่ยงอย่างมากที่สถานการณ์จะบานปลายจนเกิดความรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งหากความรุนแรงขยายวงกว้างออกไปจริงๆ ก็จะนำไปสู่ความสูญเสีย อันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้วยความเห็นต่างหรือเหตุผลใดๆ ก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้น การไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล และการรวมตัวกันชุมนุม ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่ต่อต้าน ก็เสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกัน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็จะทำให้ความขัดแย้งยิ่งรุนแรงมากขึ้นไปอีก เราเห็นว่าสังคมต้องมีกฎระเบียบ การตัดสินของศาลหรือองค์กรอิสระ เปิดทางให้มีการต่อสู้อยู่แล้วตามกระบวนการในชั้นศาล ดังนั้น การสร้างแรงกดดันหรือการเคลื่อนไหวต่างๆ ต้องมีขอบเขตตามสิทธิที่มีอยู่ เพราะกระบวนการยุติธรรมก็เปิดโอกาสให้มีการต่อสู้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์บานปลาย หรือลุกลามออกไปจนยากแก่การควบคุม รวมถึงต้องเร่งหาทางออกจากปัญหาด้วย