วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประชุมวุฒิฯ วันนี้เลือก ปธ.ได้ไหม?

การเมืองบ้านเรายามนี้ต้องจับตาความเคลื่อนไหวทุกช็อต ทุกนาที และทุกด้าน เพราะอาจส่งผลต่อสถานการณ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ดังเช่นการประชุมวุฒิสภาในวันนี้ (9 พ.ค.) ซึ่งยังคงถกเถียงกันไม่จบ ว่าสามารถดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภาได้หรือไม่

O ผศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เขียนบทความอธิบายเอาไว้น่าสนใจ จึงขอร่อนตะแกรงมาให้อ่านเฉพาะสาระสำคัญ ดังนี้

O อาจารย์ภูมิ บอกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีการเลือกประธานวุฒิสภาในการประชุมสมัยวิสามัญ ขณะที่ในพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2557 ได้กำหนดกรอบทำหน้าที่ของวุฒิสภาไว้เพียง 2 เรื่อง คือ ตั้งคณะกรรมาธิการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิศาลปกครอง และการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช.เท่านั้น

O ด้วยเหตุนี้จึงมีการกล่าวอ้างว่าหากดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภาจะถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

O อาจารย์ภูมิ ชี้ว่า หลักการห้ามวุฒิสภาประชุมในระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือถูกยุบนั้น ปรากฏขึ้นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี 2492 ในขณะที่หลักการให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภา ในเรื่องสำคัญระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือถูกยุบ ได้เริ่มปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2534 เป็นครั้งแรก แต่ให้ทำได้เฉพาะเรื่องสำคัญที่ไม่เกี่ยวกับการนิติบัญญัติ

O ต่อมารัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนดให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง และมีหน้าที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากการกลั่นกรองกฎหมาย คือ ทำหน้าที่แต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ จึงมีการเพิ่มข้อยกเว้นให้ ส.ว.สามารถทำหน้าที่เหล่านั้นในส่วนของวุฒิสภาได้ในระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือถูกยุบ

O เมื่อย้อนกลับไปดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (ปี 2550) มาตรา 132 (2) ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 30/2550 (เป็นพิเศษ) พบว่า มาตรานี้ต้องการคงข้อจำกัดในการประชุมวุฒิสภาในระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือถูกยุบ อันเป็นหลักการเดิมตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ฉะนั้นการที่วุฒิสภาจะทำหน้าที่โดยยึดหลักการว่าการทำหน้าที่ดังกล่าวนั้น ต้องเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่เกี่ยวกับการนิติบัญญัติ และไม่สร้างผลผูกพันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เข้ามาสู่ตำแหน่งใหม่ หรือคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ย่อมสามารถกระทำได้

O ดังเช่นเมื่อวันที่ 2 พ.ค.มีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ และให้ ส.ว.ที่ได้รับการรับรองการเลือกตั้งจำนวน 77 คนกล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ทั้งที่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2557 มิได้ระบุกรอบหน้าที่ของวุฒิสภาในเรื่องดังกล่าวไว้

O ส่วนที่มีผู้พยายามตีความว่า วุฒิสภามีอำนาจเฉพาะการตั้งคณะกรรมาธิการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิศาลปกครอง และการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช.เท่านั้น แต่หากพิจารณาถ้อยคำตามมาตรา 132 (2) จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญให้วุฒิสภาประชุมทำหน้าที่พิจารณาบุคคลมาดำรงตำแหน่งใดตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งก็หมายรวมถึงตำแหน่งประธานและรองประธานวุฒิสภา อันเป็นตำแหน่งที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย จึงถือเป็นอำนาจของวุฒิสภาอยู่แล้ว