การเคลื่อนขบวนเชิญชวนคนกรุงเทพฯ มาร่วมชุมนุมใหญ่กับกปปส.เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างเส้นทางสามเสน ไปวัดตรีฯ
เมื่อไปหยุดที่หน้า บริษัทบุญรอด "ตั๊น จิตภัสร์ กฤดากร" โพสต์ Facebook บรรยายภาพแกนนำที่ตั้งแถวว่า “เช้านี้ที่หน้าบริษัท บุญรอด ขอบคุณพนักงานและพี่น้องชาวดุสิต ที่ออกมาให้กำลังใจพี่น้องมวลมหาประชาชน”
>>> ดูแล้วน่าจะมีอะไรซับซ้อนกว่าที่คิด ตั้งแต่จดหมายเตือนของบิ๊กบอสบริษัท บุญรอด ออกมาเตือนเรื่องภาพลักษณ์บริษัทกับความใกล้ชิดฝ่ายการเมือง ทำให้ "ตั๊น-จิตภัสร์" เปลี่ยนนามสกุล จาก "ภิรมย์ภักดี" มาใช้ "กฤดากร" ของมารดา
>>> นายใหญ่สิงห์ กำชับหนักหนาว่า "พระยาภิรมย์ภักดี" ต้นตระกูลบอกว่า "การทำธุรกิจไม่ควรจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง"
>>> ข่าวล่าสุดมีรายงานข่าว ว่า "จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี" ซึ่งนั่งเป็นบอร์ดการบินไทย อยู่ขณะนี้เตรียมไขก๊อกลาออก โดยเป็นที่รับรู้ว่า บอร์ดการบินไทย นั้น ไม่ใช่ใครก็มานั่งได้ คนจะมาต้องมีสายสัมพันธ์แน่นปึ๊กกับฝ่ายการเมือง ดังนั้น ในช่วงที่การบินไทย กำลังย่ำแย่ทางธุรกิจ ประกอบกับเป็นช่วงเดียวกันกับการเมืองกำลังนับถอยหลัง ข่าวการลาออกของ "จุตินันท์" จึงมีแต่ภาพบวก แถมเป็นลมใต้ปีกส่งให้ "ตั๊น" ติดลมบนชนิดเซียนการเมืองยังต้องยกนิ้วกับความเก๋าเกมครั้งนี้
>>> วันนี้มาลุ้นกันว่าป.ป.ช.จะชี้มูล"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ในคดีทุจริตจำนำข้าวหรือไม่ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช.มีกำหนดนัดพิจารณาสำนวนคำร้องให้ถอดถอน รักษาการนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในคดีทุจริตจำนำข้าว หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (6 พ.ค.) อนุกรรมการไต่สวน ที่มีกรรมการ ป.ป.ช. วิชา มหาคุณ เป็นประธานได้สรุปสำนวนทั้งข้อเท็จจริง และการเข้าให้ปากคำของพยานในคดีทั้งหมด ต่อที่ประชุมกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ซึ่งเป็นคณะกรรมการไต่สวนเต็มคณะ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
>>> กรรมการป.ป.ช. วิชา มหาคุณ เปิดเผยว่า สำนวนคดีจำนำข้าว ถือว่ายังไม่เรียบร้อยต้องรอก่อนว่าวันนี้ (8 พ.ค.) ป.ป.ช. จะทำสำนวนให้ได้ครบถ้วนหรือไม่ แต่ถึงกระนั้น ป.ป.ช.ยังมีเวลาพิจารณาคดีนี้ถึงสัปดาห์หน้า คือวันพฤหัสที่ 15 พ.ค.
>>> ส่วนการประชุมวานนี้ (7พ.ค.) ที่ประชุมพิจารณาการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามประจำจังหวัด หรือ ป.ป.จ.เพียงวาระเดียว เท่านั้น
>>> ผีซ้ำด้ำพลอย กับรัฐบาลนี้เมื่อ สตง.ทำหนังสือแจ้งให้ต้องรับผิดชอบงบประมาณจัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 กว่า 3,800 ล้านบาท หนังสือสตง.บอกชัดว่าเคยเตือนรัฐบาลไปแล้วว่าหากจัดเลือกตั้งในสถานการณ์ที่ชาติวุ่นวายจะเป็นการสูญเงินเปล่า โดยรัฐบาลก็ทราบดีว่าสถานการณ์ในชาตินั้นไม่ปกติเห็นได้จากการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลต้องตั้งศอ.รส.และต่อมาตั้งศรส. ซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน อีกทางหนึ่งด้วย
>>> จากคำเตือนของสตง. ประกอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ย่อมแสดงให้เห็นความผิดพลาดในการตัดสินใจของรัฐบาล สตง.จึงเตือนว่า หากรัฐบาลยังดึงดันจัดเลือกตั้งต่อไปแล้วเกิดปัญหาอีกจะต้องชดใช้ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย






