เมื่อกล่าวถึงองค์ประกอบที่สำคัญของแบรนด์ยุคนี้ คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่านวัตกรรมเป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกองค์กร อยากได้ อยากมี อยากเป็น
เพราะเราต่างเชื่อมั่นว่านวัตกรรมจะสามารถทำให้แบรนด์มีความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นภายในใจผู้บริโภคได้
เหมือนดังเช่น แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Apple ที่สร้างนวัตกรรม Smart Phone ขึ้นมาเปลี่ยนโฉมหน้าเครื่องมือและวิถีแห่งการสื่อสารของโลก จนกลายมาเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในโลก
ในแต่ละปี นักการตลาดได้ใช้งบประมาณมากมายในการพัฒนานวัตกรรมที่จะนำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริการให้มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอีกนับไม่ถ้วนในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่นิยมและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค การสื่อสารทางการตลาดของแบรนด์ในหลายๆ แคมเปญนั้น กว่าจะได้เปิดตัวต่อสาธารณะชนต้องใช้เวลาเตรียมงานกันเป็นปีๆ ผ่านกระบวนการหลากหลายขั้นตอน คิดแล้วคิดอีก วิจัยแล้ววิจัยอีกแล้วนำมาอภิปรายกันหลายต่อหลายครั้ง เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยมีสื่อดิจิทัล หลากหลายแพลตฟอร์มถูกนำมาใช้เป็นช่องทางเพื่อเข้าถึง และสร้างสัมพันธ์กับผู้บริโภค
เราคาดหวังว่าการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดนใจ และการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอนั้น จะทำให้แบรนด์แข็งแรงขึ้น แต่นั่นเป็นความจริงแค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะขบวนการสร้างแบรนด์และนวัตกรรมต่างๆ ล้วนมีอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่คอยขับเคลื่อนอยู่ในทุกขั้นตอน นั่นคือ คน
หากเราไม่สามารถพัฒนาคนให้เติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ได้ ก็อาจได้ brand ที่มีภาพลักษณ์ที่ดีและมีมูลค่าทางบัญชีที่สูง แต่!! จะขาดทรัพยากรด้านบุคลากรที่สามารถทำหน้าที่เป็น Vehicle รักษาและนำพาแบรนด์ไปสู่หาทางข้างหน้าได้ ฉะนั้นจะมีประโยชน์อะไร เมื่อแบรนด์มีภาพลักษณ์ที่สวยหรู มีเทคโนโลยีก้าวล้ำและโดดเด่น แต่คนในองค์กรกลับไม่มีคุณค่าเหล่านั้นอยู่ภายในจิตใจ ความรู้สึก และกระบวนทรรศน์ในการทำงานเลย
ด้วยเหตุนี้แบรนด์ชั้นนำต่างๆ จึงกำหนดยุทธศาสตร์เรื่องการสร้างคน ให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ด้วย เมื่อเราพูดถึงการสร้างคนขึ้นมานั้น จะไม่ใช่แค่การจัดคอร์ส Training อบรมทักษะการทำงาน หากแต่เป็นระบบในการสร้างคนแบบบูรณาการณ์
ไม่เพียงแต่ธุรกิจที่อยู่ใน Service หรือ Retail Industry เท่านั้นที่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างคน แต่ธุรกิจอย่าง Google ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องนวัตกรรมนั้น แม้จะเป็นธุรกิจที่ไม่ได้มีหน้าร้านซึ่งต้องใช้คนในการสร้างประสบการณ์ แต่ Google ยังผลักดันการสร้างคนให้เป็นวาระแห่งชาติขององค์กรเลยทีเดียว โดย Google ได้กำหนดบทบัญญัติ 8-ประการ หรือ 8 Pillars of Innovation ในสร้างคนเพื่อขับเคลื่อนองค์กรเจ้านวัตกรรมแห่งนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย
1. Have a mission that matters
2. Think Big, but start small
3. Strive for continual innovation, not instant perfection
4. Look for ideas everywhere
5. Share everything
6. Spark with imagination, fuel with data
7. Be a platform
8. Never fail to fail
นอกจากนี้ Google ยังมีโครงการอื่นๆที่มุ่งไปสู่การพัฒนาศักยภาพของ คน อีกหลายโครงการ เช่น Google 20% Time โดยกำหนดให้วิศวกรใช้เวลา 20% ของเวลางานทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบเพื่อนำมาพัฒนาเป็น Product และ feature ใหม่ๆให้กับ google ภายใต้ความเชื่อที่ว่า คนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบจะทำออกมาดี และหาเวลาทำสิ่งนั้นได้ ผลผลิตที่ได้จากโครงการนี้ซึ่งเรารู้จักกันดี ก็ได้แก่ GMAIL, GOOGLE SKY, GOOGLE TALK และ GOOGLE NEWS นั่นเอง
ในกรณี Google นั้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการสร้างคนจนเกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริงโดย ผู้บริหารองค์กรต้องกำหนดเป็นยุทธศาสตร์และมีนโยบายสามารถจับต้องได้ที่ชัดเจน เพราะการสร้าง
แบรนด์ไม่ได้จบลงหลังจากการกำหนดจุดยืนและตัวตนของแบรนด์ ไม่ได้สิ้นสุดแค่คำสวยๆ ที่อยู่บน power point หรือการมีแอพพลิเคชั่นสุดล้ำใน app store เท่านั้น หากแต่ต้องสามารถหล่อหลอมความเชื่อและคุณค่าร่วมกันให้กับคนในองค์กรได้ ด้วยสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และแรงจูงใจในการเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์อย่างแท้จริง
การสร้าง คน กับการสร้างแบรนด์ แก่นแท้นั้นไม่ต่างกัน นวัตกรรมที่ว่าซับซ้อนเมื่อนำมาเทียบกับคนแล้ว ดูเหมือนว่าการสร้างคนจะมีความละเอียดอ่อนมากกว่านัก
การสร้างคนให้เป็นแบรนด์มีองค์ประกอบหลัก 4 ส่วนคือ
1.Brain หรือ I.Q (Thought, Intelligence) สมอง คือส่วนที่ประมวลความคิด หลักการ ตรรกะ และเหตุผล เราต้องทำให้คนในองค์กรมีหลักคิดที่สอดคล้องกับแบรนด์ก่อน เพื่อเป็นตัวเริ่มต้นกระบวนการคิดของคน
2.Heart E.Q (Passion, Emotional) หัวใจคือ ส่วนสำคัญในการสร้างอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับแบรนด์ ในส่วนนี้องค์กรต้องสร้างตัวกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ในแบบเดียวกับที่แบรนด์เป็น ทั้งสถานที่ทำงานและเพื่อนร่วมงาน ล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างคุณค่าในส่วนนี้
3.Sprit หรือ S.Q (Belief, Vision) จิตวิญญาณ และความเชื่อ คือ ส่วนที่เป็นแนวความคิดเบื้องลึกที่ผลักดันให้เกิดวิสัยทรรศน์ขององค์กร ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารต้องกำหนดไว้อย่างชัดเจน และผลักดันให้มีการทำไปใช้เป็นแนวคิดในการทำงานของทุกๆฝ่าย
4.Body หรือ P.Q (Physic, System) ร่างกาย คือระบบในการถ่ายทอดคุณลักษณะของแบรนด์ซึ่งเป็นสิ่งที่คนภายนอก สามารถรับรู้และสัมผัสได้ โดยผ่านช่องทางต่างๆที่เข้าถึงผู้บริโภค
นวัตกรรมต่างๆ ที่แบรนด์ลงทุนสร้างขึ้นมาด้วยงบประมาณและเวลามหาศาลนั้น สุดท้ายแล้ว ก็ต้องขับเคลื่อนผ่าน คน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ถือว่าเป็น asset ที่มีค่าสูงสุดขององค์กร
ดังนั้นองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างหมดหัวใจ ไม่ใช่แค่นโยบายแต่เป็นยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่อบรมแล้วก็จบ แต่ต้องเกิดขึ้นทุกๆวัน เพราะทรัพยากร คน จะส่งผลโดยตรงต่อการนำพานวัตกรรมต่างๆของแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภค และท้ายที่สุดก็จะส่งผลให้การเติบโตของธุรกิจเป็นไปอย่างยั่งยืนนั่นเอง






