วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งหาทางออก

ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐ แทบไม่ขยายตัวเลย

โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่าการเติบโตอยู่ที่ระดับเพียง 0.1% ผลจากสภาพอากาศอันหนาวเหน็บอย่างผิดปกติในช่วงฤดูหนาว ตัวเลขดังกล่าวนับว่าลดลงอย่างมากจากการขยายตัวที่ระดับ 2.6% เมื่อไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว อีกทั้งยังแย่กว่าการคาดหมายก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ที่ระดับ 1% นอกจากนั้น ระดับการเติบโตที่ 0.1% ยังต่ำที่สุดตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2555

ปัจจัยที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีในช่วงไตรมาสแรกของสหรัฐ ซบเซา สืบเนื่องมาจากการส่งออกและการลงทุนของภาคธุรกิจที่ลดลง โดยการส่งออกลดลง 7.6% อีกทั้งยังมีเรื่องที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคปรับตัวขึ้นไม่มากนัก โดยเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลในระดับหนึ่งทีเดียวความที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคมีสัดส่วน 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐ โดยภาคที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงส่วนใหญ่เป็นสินค้าไม่คงทน อย่างเสื้อผ้า อาหาร และเครื่องดื่ม

แม้เศรษฐกิจเมื่อช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ค่อนข้างอ่อนแรง แต่ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ลงความเห็นว่าภาพรวมและแนวโน้มในอนาคตยังดูดี การเติบโตน่าจะปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับปานกลางได้ อีกทั้งตลาดแรงงานยังกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจสามารถรับมือกับการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอีลงได้อีกอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องการอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเกือบ 0%

เมื่อเป็นเช่นนี้เฟดจึงลดการเข้าซื้อพันธบัตรลงอีกเดือนละ 10,000 ล้านดอลลาร์ เหลือเดือนละ 45,000 ล้านดอลลาร์ แต่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.25% เพราะเงินเฟ้อยังไม่เป็นปัญหาและอยู่ภายใต้การควบคุม ขณะที่มองไปในอนาคตนั้น หลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่าสภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นน่าจะเปิดทางให้เฟด ลดการเข้าซื้อพันธบัตรลงไปได้อย่างต่อเนื่อง จนปิดฉากลงภายในสิ้นปีนี้ ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่ต้องพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจกันอย่างดีว่าเอื้อต่อการปรับขึ้นได้เมื่อไร โดยหลายฝ่ายคาดว่าอาจมีการปรับขึ้นประมาณกลางปี 2558

นอกจากเศรษฐกิจสหรัฐที่แสดงสัญญาณของการฟื้นตัวต่อเนื่องแล้ว ข้อมูลจากเกาหลีใต้ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 7 ของโลกและเป็นประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ชาติแรกที่รายงานตัวเลขการค้าในเดือนนี้ ยังสะท้อนว่าความต้องการสินค้าในโลกกำลังปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากการส่งออกของเกาหลีใต้ช่วงเดือนเมษายน ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 15 เดือน สืบเนื่องจากความต้องการจากสหรัฐแข็งแกร่ง อันตอกย้่ำสัญญาณว่าการฟื้นตัวด้านการบริโภคในโลกกำลังก่อตัวขึ้นแม้บางฝ่ายยังมีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

แม้เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกมีการขยายตัวช้าลง แต่แนวโน้มของการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทั้งโลก และหากไทยไม่เร่งหาทางออกจากปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน รวมถึงจัดวางแผนการสำหรับเดินหน้าไปในอนาคต และสร้างบรรยากาศสำหรับการลงทุน การบริโภค และอื่นๆ ก็อาจได้ประโยชน์อย่างไม่เต็มที่นักจากการฟื้นตัวในระลอกนี้ของเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก